ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สำนักงาน กกพ. เผยความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้า กกพ.เห็นชอบแล้ว 17 กองทุน

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันอังคารที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๑๕:๑๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--28 ก.พ.--กกพ.

สำนักงาน กกพ. เผยความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้า กกพ.เห็นชอบแล้ว 17 กองทุน ส่วนที่เหลือคาดแล้วเสร็จไม่เกินเมษายน 2555 พร้อมแบ่งกรอบการพิจารณาการจัดสรรเงินเพื่อพัฒนาชุมชน 11 ด้านเพื่อการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน

นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า “ขณะนี้การจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ดำเนินการแล้วเสร็จกว่า 95% นอกจากนี้มีกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่ได้รับการเห็นชอบการแต่งตั้งจาก กกพ.แล้ว 17 กองทุน แบ่งเป็นกองทุนประเภท ก ที่มีปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้า มากกว่า 5,000 ล้านหน่วยต่อปี ปริมาณเงินที่ได้รับมากกว่า 50 ล้านบาทต่อปี จำนวน 6 กองทุน ได้แก่ กองทุนโรงไฟฟ้า จะนะ กองทุนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ กองทุนจังหวัดนครศรีธรรมราช 1 กองทุนจังหวัดสระบุรี 1 กองทุนเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง กองทุนโรงไฟฟ้าบางปะกง และกองทุนประเภท ข ที่มีปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้ามากกว่า 100 ล้านหน่วยต่อปี แต่ไม่เกิน 5,000 ล้านหน่วย ซึ่งจะได้รับเงิน ระหว่าง 1-50 ล้านบาทต่อปี จำนวน 11 กองทุน ได้แก่ กองทุนโรงไฟฟ้ากระบี่ กองทุนโรงไฟฟ้าน้ำพอง กองทุนโรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น กองทุนบริษัท กัลฟ์ ยะลากรีน กองทุนโรงกลั่นน้ำมันบางจาก กองทุนบริษัท ภูเขียว ไบโอ-เอ็นเนอร์ยี่ กองทุนจังหวัดร้อยเอ็ด 1 กองทุนบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ กองทุนจังหวัดปราจีนบุรี 1 และ 2 กองทุนจังหวัดระยอง 1 ส่วนที่เหลืออยู่ในระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งจาก กกพ. ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จครบ 38 กองทุน ไม่เกินเมษายน 2555 นี้”

ด้านแหล่งที่มาของเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้านั้น นางสาวนฤภัทรกล่าวเพิ่มเติมว่า “เงินที่ได้จะมาจากผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าที่นำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามประเภทเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าในอัตรา 1-2 สตางค์/หน่วย โดยจำนวนเงินตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 จนถึงปัจจุบันมีกว่า2,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการจัดสรรให้คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า หรือ คพรฟ. บริหารงาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ตามที่ กกพ. กำหนด กล่าวคือ เป็นค่าบริหารจัดการของ คพรฟ. ไม่เกินร้อยละ 15 แล้วแต่ขนาดของกองทุน อีกหนึ่งส่วนคือค่าดำเนินโครงการชุมชนจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 จะรอจ่ายให้กับกองทุนฯ ที่มีการทำแผนงานประจำปีเข้ามาเพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่ฯ ตามความต้องการของประชาชนภายใต้กรอบการจัดสรรเงินใน 11 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะ การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาการเกษตร การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาชุมชน การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การใช้จ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน การพัฒนาศักยภาพของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุน และ โครงการและแผนงานอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ประกาศตามที่ กกพ.เห็นชอบ โดยโครงการชุมชนดังกล่าวจะมาจากการประชาคมหมู่บ้านหรือตำบลและจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกองทุนในพื้นที่เพื่อเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่เพื่อให้ความคิดเห็นประกอบก่อนที่จะนำมาเสนอต่อ กกพ. เพื่อพิจารณาในการจ่ายเงินเข้ากองทุนต่อไป”


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เปิดที่ทำการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.)

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดที่ทำการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 31...

ครม. มีมติแต่งตั้ง 7 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ครม. มีมติแต่งตั้ง 7 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จากที่มีผู้สมัครรับการคัดเลือกทั้งหมด 64 ราย โดยผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์ 13 คน เพื่อเข้ามาทำหน้าที่กำกับกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 นายชวลิต พิชาลัย รองผู้อำน...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง