ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ภาพข่าว: งานแถลงข่าว ความปลอดภัยของภาชนะบรรจุยา โดยศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้ว กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑๖:๓๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--22 ธ.ค.--ที.ไอ.เอส.

ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้ว กรมวิทยาศาสตร์บริการ พัฒนางานทดสอบภาชนะแก้วบรรจุยาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการที่จะนำภาชนะบรรจุยาไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะและชนิดของยา และมีความปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชน

๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๕ ดร.สุทธิเวช ต. แสงจันทร์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นประธานการแถลงข่าว เรื่องความปลอดภัยของภาชนะแก้วบรรจุยา ณ ห้องโถงชั้น ๑ อาคารหอสมุด ดร.ตั้วฯ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถนนพระราม ๖ ราชเทวี กรุงเทพฯ พร้อมด้วย ว่าที่ร.ต.สรรค์ จิตรใคร่ครวญ ผู้อำนวยการโครงการฟิสิกส์และวิศวกรรม และ ดร.เทพีวรรณ จิตรวัชรโกมล หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้ว เป็นวิทยากรร่วมแถลงข่าวและแสดงตัวอย่างวิธีการทดสอบประเภทของภาชนะแก้วบรรจุยา และวิธีการทดสอบเพื่อหาร้อยละการส่งผ่านของแสงในภาชนะแก้วบรรจุยาชนิดต่างๆ

ดร.สุทธิเวช ต. แสงจันทร์ กล่าวว่า “ จากจุดเริ่มต้นที่ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๓ และเป็นศูนย์แห่งแรกของประเทศ ซึ่งได้มีการพัฒนางานวิเคราะห์ทดสอบและงานวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนี้ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วสามารถให้บริการทดสอบรายการความปลอดภัยของภาชนะแก้วบรรจุยา ให้แก่ผู้ประกอบการผลิตยาและผู้สนใจทั่วไป ปัจจุบันศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วของกรมวิทยาศาสตร์บริการ มีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากรเฉพาะด้านและเครื่องมือทันสมัย เพื่อวิเคราะห์ทดสอบภาชนะแก้วบรรจุยาให้ครอบคลุมตามความต้องการของผู้ใช้บริการ และสามารถจำแนกประเภทของภาชนะแก้วให้เหมาะสมกับยาแต่ละชนิด นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับสถาบันเชี่ยวชาญในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และได้เป็นสมาชิกขององค์กรด้านแก้วระหว่างประเทศมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ รวมทั้งเป็นสมาชิกของคณะทำงานด้านวิชาการ (TC 02) ที่ทำงานเกี่ยวกับการทดสอบด้านเคมีของแก้วโดยตรง และภายในประเทศศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วมีความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการกลางในการแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยของภาชนะแก้วบรรจุยา ผู้ผลิตยาและผู้ผลิตขวดบรรจุมีหน้าที่ต้องส่งตรวจสอบภาชนะแก้วบรรจุยาก่อนนำออกจำหน่าย

อย่างไรก็ตาม ประชาชนทั่วไปในฐานะผู้บริโภคควรมีความตระหนักต่อความปลอดภัยของภาชนะแก้วบรรจุยา โดยผู้บริโภคสามารถสังเกตเห็นสัญลักษณ์แสดงประเภทของภาชนะแก้ว ซึ่งขณะนี้มีเพียงแก้วประเภท I เท่านั้นที่สามารถเห็นสัญลักษณ์แสดงบนขวดได้ เนื่องจากแก้วประเภท I ใช้สำหรับบรรจุยาฉีดสำหรับมนุษย์เท่านั้น ในอนาคตผู้บริโภคอาจสังเกตเห็นสัญลักษณ์เพิ่มเติมที่ครอบคลุมภาชนะแก้วทุกประเภทต่อไปด้วย”

ว่าที่ ร.ต.สรรค์ จิตรใคร่ครวญ ผู้อำนวยการโครงการฟิสิกส์และวิศวกรรม กล่าวถึง สถานภาพของหน่วยงานที่ดำเนินการวิเคราะห์ทดสอบภาชนะบรรจุยา ว่า หน่วยงานภาครัฐ มีบทบาทสำคัญในการให้บริการทดสอบภาชนะบรรจุยา โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้บริการทดสอบแต่ภาชนะพลาสติกบรรจุยา แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเปิดให้บริการทดสอบภาชนะแก้วบรรจุยาแก่หน่วยราชการและภาคเอกชน ส่วนองค์การเภสัชกรรมทดสอบเฉพาะ

ภาชนะบรรจุยาที่ใช้ในหน่วยงานตนเองเท่านั้น กรมวิทยาศาสตร์บริการ เห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว โดยให้ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วดำเนินการให้บริการทดสอบภาชนะแก้วบรรจุยาให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ เช่น สภากาชาดไทยกรมปศุสัตว์ เป็นต้น นอกจากจะให้บริการในรายการที่ครอบคลุมแล้ว ผลทดสอบยังได้รับความเชื่อถือเนื่องจากเป็นห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลด้วย

ดร.เทพีวรรณ จิตรวัชรโกมล หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้ว กล่าวถึง ความสำคัญของการเลือกใช้ภาชนะบรรจุยาเพื่อให้มีความเหมาะสมกับยาแต่ละชนิด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตผู้บริโภค ภาชนะแก้วบรรจุยานั้นเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผิวมีความทนทานต่อสารเคมีสูง ผิวไม่เปลี่ยนแปลงสภาพง่ายมีความเสถียรสูง การนำมาใช้บรรจุยาต้องวิเคราะห์ทดสอบสมบัติทั้งทางกายภาพและสมบัติทางเคมี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าปลอดภัยจริง ผู้ใช้หรือผู้ผลิตยาต้องรู้ประเภทของภาชนะแก้วเพื่อใช้บรรจุยาอย่างถูกต้อง การวิเคราะห์ทดสอบทางกายภาพ เป็นการตรวจสอบมิติ ขนาด ความหนา น้ำหนัก ความจุหรือปริมาตร การส่องผ่านแสง สีของแก้ว ความทนทานต่อความดันภายใน ความแข็งแรง ทนทานต่อการขีดข่วน ด้านเคมีเป็นการทดสอบความทนทานต่อกรด ด่าง น้ำ และสารเคมี การวิเคราะห์ปริมาณของโลหะหนัก ที่เป็นโลหะหนักที่อาจถูกปล่อยจากผิวแก้วเมื่อสัมผัสกับสารละลาย หรือโลหะหนักในเนื้อแก้ว

การแบ่งประเภทของภาชนะแก้วบรรจุยา กำหนดตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) แบ่งเป็น ๔ ประเภทคือ ประเภท I เป็นแก้วบอโรซิลิเกต มีความทนทานทางเคมีสูง ผิวมีความเป็นกลางมากที่สุด ใช้กับยาได้ทุกชนิดรวมทั้งที่เป็นด่างอ่อนๆ แต่เนื่องจากราคาแพง โดยทั่วไปจึงใช้ทำภาชนะแก้วบรรจุยาฉีด ประเภท II เป็นแก้วโซดาไลม์หรือแก้วโซดาไลม์ซิลิกาที่ผ่านกรรมวิธีดีอัลคาไลส์หรือกำจัดด่างที่ผิวแก้วบางส่วนออกอย่างเหมาะสม ใช้ทำภาชนะบรรจุยาฉีดที่มีความเป็นกรดหรือเป็นกลาง โดยเฉพาะใช้ทำขวดน้ำเกลือ ประเภท III เป็นแก้วโซดาไลม์หรือแก้วโซดาไลม์ซิลิกาที่ใช้ทำภาชนะบรรจุยาที่ใช้รับประทาน แต่ไม่ใช้ทำภาชนะบรรจุยาฉีด ยกเว้นทดสอบแล้วมีความคงตัวเหมาะสม และ ประเภทNP เป็นแก้วโซดาไลม์หรือแก้วโซดาไลม์ซิลิกาที่ใช้ทำภาชนะบรรจุยาที่ใช้รับประทานหรือยาที่ใช้ภายนอกเฉพาะที่ แต่ไม่ใช้ทำภาชนะบรรจุยาฉีด อย่างไรก็ตาม ภาชนะแก้วบรรจุยา ประเภท I และ ประเภท II พบว่าไม่มีการผลิตภายในประเทศ จะต้องสั่งเป็นสินค้านำเข้าเท่านั้น ในอนาคตประเทศไทยสามารถพัฒนาแก้วภายในประเทศให้เป็นประเภท II ได้เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

วว. จัดการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2548

กรุงเทพฯ--17 ม.ค.--วว. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กำหนดจัดการอบรมหลักสูตรต่างๆ ในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2548 ดังนี้ ลำดับ หลักสูตร วัน-เวลา-สถานที่ 1 กลยุทธ์การบริการมืออาชีพ วันที่ 7 ก.พ. 2548 / ...

วว. จับมือ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณทิตระดับปริญญาโท-เอก

กรุงเทพฯ--11 ม.ค.--วว. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก หวังสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่เป็นคลังสมองชาติ ช่วยพัฒนาวงการศึกษาไทย พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง