ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

การเติบโตของเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนจะมาจากปัจจัยภายในภูมิภาค เนื่องจากส่วนแบ่งในผลิตภัณฑ์มวลรวมทั่วโลกของชาติตะวันตกลดต่ำลง

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันจันทร์ที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ๐๙:๔๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--10 ต.ค.--โทเทิล ควอลิตี้ พีอาร์

รายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Economic Insight: South East Asia) ซึ่งเป็นรายงานรายไตรมาสฉบับแรกของสมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศอังกฤษ (ICAEW) ชี้ว่าการบริโภคภายในประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียนแซงหน้าเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมการคาดการณ์ว่าส่วนแบ่งผลิตภัณฑ์มวลรวมทั่วโลกของฝั่งตะวันตกจะลดลงร้อยละ 50 ภายในสิบปี ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของสภาวะครอบงำทางเศรษฐกิจที่มีมานานกว่า 500 ปี

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (CEBR) พันธมิตรของสมาคมฯเป็นผู้จัดทำรายงานรายไตรมาสฉบับใหม่นี้ขึ้น ซึ่งถือเป็นการวิเคราะห์ภาพรวมของข้อเท็จจริงและแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเน้นที่ประเทศยักษ์ใหญ่ทั้ง 6 ของกลุ่มอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียตนาม

เนื้อหาของรายงานฉบับนี้ มีการคาดการณ์ว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนไม่น่าจะมีการรวมกลุ่มทางการเมืองแบบยุโรปได้ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากมีความแตกต่างในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและรายได้ประชาชาติอย่างเด่นชัด อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในกลุ่มอาเซียนมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเปลี่ยนจากการแข่งขันแย่งการลงทุนจากต่างชาติ มาเป็นกลุ่มประเทศที่ร่วมกันสร้างความแข้งแกร่งจากการกระชับความสัมพันธ์และการค้าภายในภูมิภาค

มร. ดักลาส แมควิลเลียมส์ ประธานบริหารศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (CEBR) กล่าวในงานเปิดตัว รายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจ(Economic Insight) ณ โรงแรมฟูลเลอร์ตัน ประเทศสิงคโปร์ว่า “กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้มีนั้นความหลากหลายทั้งในด้านรายได้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และความแตกต่างของแรงงาน ซึ่งถือเป็นข้อดีของกลุ่มสมาชิก ค่าแรงในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและมีรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ จะดึงดูดบริษัทข้ามชาติให้มาตั้งฐานการผลิตมากขึ้น ในขณะที่พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล( เช่นถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ)รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างมากมายจะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกให้เจริญเติบโตยิ่งขึ้น

มร. ดักลาสกล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสำเร็จของเขตเศรษฐกิจอีสกันดาร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐยะโฮร์ในประเทศมาเลเซีย เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดถึงการร่วมมือกันในภูมิภาคว่าสามารถให้ประโยชน์แก่ประเทศพันธมิตรได้อย่างไร เช่นการร่วมมือระหว่างแรงงานที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ค่าแรงต่ำจากประเทศมาเลเซีย กับความรู้และทักษะของประเทศสิงคโปร์ ได้สร้างผลประโยชน์ร่วมอย่างแท้จริงแก่ทั้งสองประเทศ

มร. มาร์ค บิลลิงตัน ผู้อำนวยการประจำสำนักงานใหญ่ส่วนภูมิภาค สมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศอังกฤษประจำภูมิภาคเอเซ๊ยตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ อาเซียนเป็นภูมิภาคที่ก้าวเข้ามาประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจสูงสุดตั้งแต่ปี 2553 ในด้านของการเติบโตทางผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) และมีแนวโน้มว่าจะแซงหน้าทุกภูมิภาคในโลกในช่วงต้นปี 2555 การบริโภคภายในภูมิภาคที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวของชนชั้นกลางเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดจากเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการสร้างเสริมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่มีประสบการณ์การทำงานจากต่างชาติและมีความรู้ในเชิงเทคนิคขั้นสูง จะช่วยให้ประเทศในภูมิภาคอาเซียนประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด”

รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่า เมื่อพิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจในระยะยาว ความท้าทายสูงสุดของประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ คือการเปลี่ยนเข้าสู่ประเทศอุตสาหกรรมเฉกเช่นเดียวกับสมาชิกอื่นในภูมิภาค ประเทศเวียตนามจะต้องการการลงทุนอย่างมากในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา เพื่อเจริญรอยตามความสำเร็จของประเทศมาเลเซีย ในขณะที่ประเทศมาเลเซียต้องยกระดับระบบเศรษฐกิจและการปกครองให้รุดหน้า เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันในตลาดโลกและการกระจายฐานการผลิตเหมือนประเทศสิงคโปร์

ข้อมูลสำคัญอื่นๆในรายงานฉบับนี้คือ
การค้ากับประเทศจีนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

การส่งออกของประเทศในกลุ่มอาเซียนไปยังประเทศจีนมีปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าคู่ค้าหลักอื่นๆ อย่างไรก็ตาม จีนจะประสบปัญหาประชากรส่วนมากเป็นประชากรสูงอายุในปี 2573 ซึ่งจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจช้าลง และส่งผลให้อินเดียมีบทบาทในฐานะชาติซึ่งมีทรัพยากรที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงแทน

นโยบายรัดเข็มขัดทางการเงินและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำของประเทศตะวันตก จะจำกัดขอบเขตการค้า

เศรษฐกิจโลกกำลังตกต่ำหลังจากที่ดีขึ้นในปี 2553 และการลดลงอย่างต่อเนื่องของหนี้ที่เป็นภาระของทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศอุตสาหกรรมจะส่งผลให้มีการบริโภคลดลง ซึ่งทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้นและมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำในประเทศอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตกเช่น ประเทศอเมริกาเหนือ และประเทศในยุโรปกลางและตะวันออก โดยจะเกิดขึ้นไปอีกหลายปี

อินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่ผลักดันให้เศรษฐกิจของภูมิภาคเติบโต

การขยายตัวของผลผลิตของประเทศในกลุ่มอาเซียน มาจากประเทศอินโดนีเซียถึงร้อยละ 31 และด้วยประชากรในประเทศที่มากถึง 234 ล้านคน จึงมีการคาดการณ์ว่าสัดส่วนนี้จะสูงขึ้นเป็นร้อยละ 42.8 ในปี 2012 ประเทศที่ตามมาเป็นอันดับ 2 คือสิงคโปร์ ที่ร้อยละ 21.5 ประเทศไทยที่ร้อยละ 17.6 และประเทศมาเลเซียที่ร้อยละ 12.1 สำหรับประเทศเวียดนามอยู่ที่ร้อยละ 5.0 ซึ่งแปรผันตามระดับรายได้ของประชากรต่อหัวที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:คริสติน่า เรตัน ผู้จัดการงานด้านสื่อสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, โทรศัพท์: +44 (0)207 920 8607, อีเมล์: kirstina.reitan@icaew.com

มร.ทอม แวน บลาร์คัม / เมธาวรินทร์ มณีกูลพันธ์, บริษัท โทเทิล ควอลิตี้ พีอาร์ (ไทยแลนด์) จำกัด, โทรศัพท์: +66 2260 5820, อีเมล์: tom@tqpr.com, mae@tqpr.com


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

การคาดการณ์ผลกระทบวิกฤตการณ์ทางการเมืองต่อเศรษฐกิจ การลงทุน การส่งออก และการลงทุน รวมทั้ง ข้อเสนอทางออกจากวิกฤตการณ์ทางการเมือง

ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เปิดเผยถึง ผลศึกษาผลกระทบของวิกฤตการณ์ทางการเมืองต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวว่า...

DBSV จัดสัมมนาพิเศษ Luncheon Talk

กรุงเทพฯ--15 ส.ค.--ดีบีเอส วิคเคอร์ส บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (DBSV) จัดสัมมนาพิเศษ "Luncheon Talk" ให้กับลูกค้าสถาบันและ High Net Worth โดยได้เชิญนักวิเคราะห์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเซียของ DBS Bank จาก ประเทศสิงคโปร์ Dr. Chua Hak Bi...

สมาชิกสมาคมนักบัญชี มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกสมาคมและโอนสินทรัพย์สุทธิทั้งหมดให้สภาวิชาชีพบัญชี

กรุงเทพฯ--31 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์ฯ นางเกษรี ณรงค์เดช นายกสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกสภาวิชาชีพบัญชี กล่าวภายหลังการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2546–2548 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2548 ว่าในการประชุมครั้งนี้ มีสมาชิกเข้าร่วมประ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง