ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

วว.เปิดตัวเครื่องบำบัดสารเคมีการเกษตรโดยใช้จุลินทรีย์ แก้ปัญหาสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมสำหรับภาคเกษตร/อุตสาหกรรม..ครั้งแรกของประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑๓:๕๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--22 เม.ย.--วว.

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดตัวเครื่องบำบัดสารเคมีการเกษตรโดยใช้จุลินทรีย์ แก้ปัญหาสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมสำหรับภาคเกษตร/อุตสาหกรรม..ครั้งแรกของประเทศไทย ระบุผลการทดลองในสวนส้ม ลดปริมาณสารเคมีตกค้างปนเปื้อนในร่องน้ำได้ถึง 10 เท่า ใช้เวลาเพียง 1 เดือน พร้อมต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าวในระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานผลิตสารกำจัดศัตรูพืช พบช่วยลดปริมาณของสารกำจัดศัตรูพืชได้ 14 ชนิด ลดลงถึง 80-100 เปอร์เซ็นต์ หวังขยายผลต่อเนื่องในการใช้บำบัดสารเคมีการเกษตรตกค้างในพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจแบบยกร่องและโรงงานผลิตสารเคมีทางการเกษตร คาดช่วยลดความเสี่ยงสุขอนามัยประชาชนจากสารเคมีปนเปื้อน ช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหามลภาวะอย่างยั่งยืน

นางเกษมศรี หอมชื่น ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า จากการที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพร่วมกับฝ่ายเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร วว. ดำเนินงานโครงการวิจัยการลดปริมาณและความเป็นพิษของสารเคมีการเกษตรปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติที่เป็นผลกระทบจากการทำสวนส้มโดยชีววิธี จัดสร้างเครื่องบำบัดสารเคมีการเกษตรตกค้างบริเวณร่องน้ำโดยใช้ถังปฏิกรณ์แบบเติมอากาศ ที่ใช้กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการลดปริมาณของสารผสมคาร์เบนดาซิม (MBC) และคาร์โบฟูแรน (CB) ที่พบว่ามีการปนเปื้อนอยู่ในร่องน้ำของสวนส้มที่จังหวัดพิจิตรและกำแพงเพชร เพื่อเป็นโครงการนำร่องในการพัฒนาการใช้ประโยชน์ของกลุ่มจุลินทรีย์คัดเลือกในการแก้ปัญหาสารเคมีการเกษตรปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม โดยเครื่องบำบัดสารเคมีการเกษตรนี้มีกระบวนการทำงานแบบต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน ทั้งนี้ วว.ได้รับความร่วมมือจากสวนส้มฟ้าประทาน จ.พิจิตร เป็นพื้นที่ทดลองนำร่องโครงการ ผลการวิจัยพบว่า สามารถลดปริมาณสารคาร์เบนดาซิม (MBC) ที่ตรวจพบว่าปนเปื้อนอยู่ในร่องน้ำลงได้ 10 เท่า ภายในเวลา 1 เดือน

นอกจากนี้ วว.ยังได้ต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวร่วมกับศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในระบบบำบัดน้ำทิ้งของโรงงานผลิตสารกำจัดศัตรูพืช โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท เคมแฟค จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตสารกำจัดศัตรูพืช ณ นิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยเริ่มจากการคัดแยกจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายสารผสม ไกรโครเซส (Glyphosate), เพอร์มิติน(Permethrin) และ คลอไพริฟอส(Chlorpyrifos) ซึ่งตรวจพบว่ามีปริมาณสูงในระบบบำบัด หลังจากนั้นจึงนำกลุ่มจุลินทรีย์ที่คัดแยกได้ ไปใส่ไว้ในถังกวนช้าในระบบบำบัด ภายหลังจากการเติมกลุ่มจุลินทรีย์ไป 10-45 วัน พบว่า สามารถลดปริมาณของสารกำจัดศัตรูพืชได้ถึง 14 ชนิด ปริมาณลดลง 80-100 เปอร์เซ็นต์

“...เทคโนโลยีชีวภาพการบำบัดสารเคมีการเกษตรปนเปื้อนในน้ำนี้ นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของประเทศไทย ที่ วว.สามารถนำจุลินทรีย์ที่แยกได้จากธรรมชาติและมีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายสารพิษได้ดีในระดับห้องปฏิบัติการ มาใช้ประโยชน์จริงในการย่อยสลายสารพิษที่ปนเปื้อนในสภาวะแวดล้อมตามธรรมชาติ ทั้งนี้ผลจากการวิจัยทั้งในภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมพบว่าสามารถลดปริมาณของสารเคมีการเกษตรที่ปนเปื้อนได้ ซึ่งผลการวิเคราะห์ในส่วนงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ น้ำในสวน ตลอดจนน้ำในระบบบำบัดของโรงงาน ดำเนินการโดยบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งสามารถยืนยันได้ถึงค่าความถูกต้องและเชื่อถือได้ วว.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลสำเร็จจากโครงการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนด้วยการลดความเสี่ยงอันตรายจากสารเคมีลง ช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหามลภาวะ ที่เกิดขึ้นจากการผลิตทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน...”ผู้ว่าการ วว.กล่าวเพิ่มเติม

ดร.อัญชนา พัฒนสุพงษ์ นักวิชาการประจำฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วว.ในฐานะหัวหน้าโครงการ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า วว. ยังประสบความสำเร็จในการเก็บรักษาประสิทธิภาพของกลุ่มจุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารผสม Glyphosate, Permethrin และ Chlorpyrifos ไว้ได้นาน 1 ปี โดยยังคงประสิทธิภาพไว้ได้ถึง 75-100 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ วว. อยู่ระหว่างดำเนินการขยายผลเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อใช้ประโยชน์ในการบำบัดสารเคมีการเกษตรที่ตกค้างในพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจแบบยกร่องโดยใช้ถังปฏิกรณ์ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี รวมทั้งการบำบัดสารอันตรายตกค้างในระบบบำบัดน้ำทิ้งของบริษัทไทยเฮอร์บิไซด์ จำกัด ณ นิคมอุตสาหกรรมบางปู และจะประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์แก่พืชเศรษฐกิจอื่นทั้งประเภทพืชผักและไม้ผลต่อไปในอนาคต

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วว. Call Center โทร. 0 2577 9300 ในวันและเวลาราชการ www.tistr.or.th

E-mail : tistr@tistr.or.th

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

วว. จับมือ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณทิตระดับปริญญาโท-เอก

กรุงเทพฯ--11 ม.ค.--วว. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก หวังสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่เป็นคลังสมองชาติ ช่วยพัฒนาวงการศึกษาไทย พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง