กรมธนารักษ์ มอบ ธพส.พัฒนาที่ราชพัสดุแปลง บบส. (เดิม) เตรียมสร้างอาคารสำนักงานรวมหน่วยงานราชการแห่งใหม่

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Wednesday March 30, 2011 15:44
กรุงเทพฯ--30 มี.ค.--อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น

กรมธนารักษ์ และ ธพส. ลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. 2956 และ กท. 0456 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แปลง บบส.เดิม) เพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานรวมหน่วยงานราชการที่ทันสมัย หวังสร้างคุณภาพชีวิตในการปฏิบัติงานของข้าราชการ และตอบสนองการให้บริการแก่ประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมพื้นที่ใช้สอยประมาณ 75,000 ตารางเมตร วางแผนให้เป็นโครงการนำร่องอาคารราชการเขียว(Green Architecture) มูลค่าโครงการประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2555 คาดว่าอาคารดังกล่าวจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าใช้ประโยชน์ได้ในปี 2558

นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ หลายปีที่ผ่านมากรมธนารักษ์ได้รับคำขอใช้ ที่ราชพัสดุจากหน่วยราชการในเขตกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก แต่ที่ราชพัสดุมีไม่เพียงพอต่อความต้องการที่จะจัดสรรให้แก่หน่วยงานเหล่านั้น และได้พยายามหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด

แนวทางหนึ่งที่เห็นว่ามีความเหมาะสมและเป็นไปได้ก็คือการจัดสรรเป็นพื้นที่อาคารแทนการจัดสรรเป็นที่ดินให้แก่หน่วยงานราชการ กรมธนารักษ์จึงได้ริเริ่มโครงการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ขึ้นโดยมี บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เป็นผู้ก่อสร้างอาคารและบริหารจัดการ ซึ่งปัจจุบันโครงการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ฯได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมทั้งได้ให้หน่วยงานราชการกว่า 30 หน่วยงาน ย้ายเข้าปฏิบัติงานในอาคารดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของหน่วยงานต่างๆ

จากแนวทางดังกล่าว กรมธนารักษ์ จึงได้นำที่ราชพัสดุแปลงนี้ตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธินบริเวณปากซอยถนนพหลโยธิน 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำระบัญชีบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน(บบส.) ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินให้แก่กระทรวงการคลังนำมาใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสมในปี 2551 และกรมธนารักษ์ได้ขึ้นทะเบียนที่ดินแปลงนี้เป็นแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท.2956 และ กท.0456 ซึ่งที่ดินดังกล่าว อยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าสนามเป้ากับสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 91 ตารางวา มูลค่ากว่า 498 ล้านบาท พื้นที่ดังกล่าวคาดว่าแนวโน้มจะมีอัตราการขยายตัวในอนาคต เพื่อทดแทนพื้นที่เขตศูนย์กลางธุรกิจ หรือซีบีดี (Central Business District: CBD) รวมถึงตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนขยายที่สามารถเชื่อมต่อกับหน่วยงานราชการสำคัญหลายแห่ง อีกทั้งมีระบบคมนาคมขนส่งมวลชนที่สามารถรองรับการเดินทางได้อย่างสะดวก

“กรมธนารักษ์ได้ขออนุมัติหลักการจากกระทรวงการคลังให้ ธพส. เป็นผู้ดำเนินโครงการพัฒนาที่ดินแปลงนี้โดยร่วมกับกรมธนารักษ์ เพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานรวมหน่วยงานราชการ เพราะว่าปัจจุบันที่ราชพัสดุมีอยู่อย่างจำกัด การใช้ประโยชน์พื้นที่ในแนวราบไม่เพียงพอกับความต้องการของหน่วยงานราชการ ทำให้หน่วยราชการหลายแห่งต้องเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานของเอกชน คาดว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้หน่วยงานต่างๆได้มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอตามความต้องการ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด” นายวินัย กล่าว

ด้าน นายวัฒนา เชาวสกู กรรมการบริษัท ปฏิบัติหน้าที่แทนในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) กล่าวว่า ธพส.เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 99.99% ตามพันธกิจของ ธพส. ที่ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการทรัพย์สินตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะพื้นที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำมาสู่กระบวนการจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด และสร้างรายได้กลับคืนสู่ภาครัฐ ตัวอย่างโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ก็คือ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นอาคารประหยัดพลังงาน มีหน่วยงานเข้าใช้พื้นที่กว่า 30 หน่วยงาน และยังคงมีโครงที่อยู่อาศัยเพื่อข้าราชการบนที่ดินราชพัสดุ โครงการบ้านธนารักษ์ 4 จังหวัดคือ นนทบุรี สุพรรณบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ กรมธนารักษ์มีนโยบายเสนอให้กระทรวงการคลังอนุมัติหลักการให้ ธพส. เป็นผู้พัฒนาที่ราชพัสดุแปลง บบส. (เดิม) ดังนั้น ธพส. ได้วางแผนการดำเนินการร่วมกับ กรมธนารักษ์ โดยการนำผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการของศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้จัดทำให้กรมธนารักษ์ไว้มาดำเนินการต่อให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งโครงการพัฒนา ที่ราชพัสดุแปลง บบส. (เดิม) จะเป็นการพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ในที่ดินเต็มศักยภาพตามที่กฎหมายกำหนด โดยจะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานรวมหน่วยงานราชการ ที่ทันสมัยรวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 75,000 ตารางเมตร และตั้งเป้าให้เป็นโครงการนำร่องอาคารราชการเขียว (Green Architecture) สำหรับมูลค่าโครงการนี้อยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่ง ธพส. จะเริ่มลงมือรื้อถอนอาคารเดิมบนที่ดินได้ในประมาณกลางปี 2554 และ เริ่มลงมือก่อสร้างโครงการได้ประมาณต้นปี 2555 คาดว่าอาคารดังกล่าวจะก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผนการปฏิบัติงานพร้อมเข้าใช้ประโยชน์ได้ในประมาณปี 2558

“อาคารสำนักงานรวมหน่วยงานราชการแห่งใหม่นี้ เป็นการรองรับการขยายตัวของหน่วยราชการ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ที่ปัจจุบันเริ่มคับแคบ การย้ายสำนักงานมาเช่าสำนักงานเอกชนต้องจ่ายค่าเช่าในราคาที่สูง และในอนาคตหากหน่วยงานราชการย้ายเข้ามาอยู่ในอาคาร ก็จะเหมือนการนำค่าเช่าที่รัฐต้องจ่ายในแต่ละปีมาสร้างตึกสำนักงาน ช่วยประหยัดงบประมาณการเช่าพื้นที่หน่วยราชการในระยะยาว และมีอาคารสำนักงานเป็นของตัวเอง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ธพส. จะได้รับโอกาสในความร่วมมือพัฒนาที่ราชพัสดุโครงการอื่นๆ กับกระทรวงการคลัง และกรมธนารักษ์อีกในอนาคต” นายวัฒนา กล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ email : [email protected]
บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด
โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

Latest Press Release

ผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยมุ่งมั่นแก้ไขการจับปลาที่ไม่ยั่งยืนและผิดกฎหมาย

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เดินหน้ารณรงค์ทั้งมาตรการทางการค้าและมาตรการทางกฎหมาย เพื่อหยุดยั้งการประมงที่ไม่ยั่งยืนและผิดกฎหมาย นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ในฐานะผู้ประสานเครือข่าย 8 สมาคม...

Amazing Pet 2014 @ CentralPlaza Phitsanulok

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก ขอเชิญทุกท่านร่วมชมความน่ารักของเหล่าบรรดาสัตว์ป่านานาพันธุ์ในงาน “Amazing Pet 2014@ CentralPlaza Phitsanulok” ในบรรยากาศของสวนสัตว์เปิดจำลอง งานที่คนรักสัตว์เลี้ยงทุกคนไม่ควรพลาด...

ภาพข่าว: การบินไทยจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ 2557

บริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน ) จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 13 เมษายน 2557 โดยอัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานที่ห้องรับรองพิเศษผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ...

ยุวแพทย์แผนไทย...แก้ปัญหาช่องว่างระหว่างวัย

ทต.ไผ่กองดิน เดินหน้าแก้ปัญหา “ช่องว่างระหว่างวัย” ด้วยการจัดกิจกรรม “ยุวแพทย์แผนไทย” ใช้การนวดแผนโบราณดึงคน 3 ช่วงวัยคือเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครอง และคนชรามาทำกิจกรรมร่วมกัน หวังฟื้นความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่นขึ้น ในยุคสังคมออนไลน์...

เจอเนสส์ โกลบอล แต่งตั้งประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคคนใหม่

บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด แสดงความยินดีกับ มร.กันวาร์ ภูตานิ (Mr.Kanwar Bhutani) ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค รับผิดชอบดูแลการบริหารงานและวางแผนกลยุทธ์ โดยก่อนหน้านี้ มร.กันวาร์...

Related Topics