ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

วว. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตครีมบำรุงผิวจากเห็ดแครงสู่เชิงพาณิชย์

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันจันทร์ที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑๑:๔๔ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--23 ส.ค.--วว.

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต “ครีมบำรุงผิวจากเห็ดแครง (Schizoderma beauty cream)” สู่เชิงพาณิชย์ให้แก่บริษัทไนน์ บีบี พลัส จำกัด เพื่อผลิตจำหน่ายในตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ระบุผลิตภัณฑ์มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอผิวหนังแก่ก่อนวัยและช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนัง

นางเกษมศรี หอมชื่น ผู้ว่าการ วว. กล่าวชี้แจงว่า จากการที่ วว. โดยฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ บูรณาการโครงการวิจัยและพัฒนาเวชสำอางจากเห็ดสมุนไพรสำหรับการบำรุงผิวขึ้น และประสบผลสำเร็จในการนำมาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการพัฒนาเป็น “ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวจากเห็ดแครง” (ซิโซเดอมา บิวตี้ครีม : Schizoderma beauty cream) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ความอ่อนโยนต่อผิวหนัง โดยเนื้อครีมจะมีสีขาวนวลและมีความชุ่มชื้นสูง หากมีการใช้สม่ำเสมอจะช่วยให้ผิวหนังดูอ่อนวัย อาจช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ เนื่องจากผิวหนังของมนุษย์นั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมและที่วัยเพิ่มขึ้นนั้น วว. ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ให้แก่บริษัทไนน์ บีบี พลัส จำกัด ซึ่งจะวางผลิตภัณฑ์จำหน่ายทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ นับเป็นการนำผลงานวิจัยฝีมือนักวิจัยไทยสู่การใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งจะช่วยลดดุลการค้าในการนำเข้าเวภัณฑ์จากประเทศได้อีกด้วย

“ภายใต้โครงการบูรณาการวิจัยนี้ วว. นำเห็ดเพื่อบริโภคมากกว่า 10 ชนิด มาทำการวิจัยทดสอบและพบว่าเห็ดแครง (หรือเห็ดตีนตุ๊กแก) เหมาะที่จะนำมาพัฒนาเป็นครีมบำรุงผิว เพราะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ในปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์โลชั่นบำรุงผิวคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นโลชั่นบำรุงผิวเพื่อผิวขาว (48%) 2,000 ล้านบาท โลชั่นบำรุงผิวทั่วไป (43%) 1,900 ล้านบาท และโลชั่นบำรุงผิวที่มีประโยชน์เฉพาะ (9%) 300 ล้านบาทจากมูลค่าทางเศรษฐกิจ” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวจากเห็ดแครง อยู่ในรูปแบบครีมบำรุง ใช้ทาผิวได้บ่อยตามต้องการ เหมาะกับผิวทุกส่วนของร่างกาย นอกจากจะช่วยในด้านสุขภาพผิวแล้ว ผลงานวิจัยนี้ยังจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตเห็ดของไทย เนื่องจากมีเห็ดอีกหลายชนิดที่ยังไม่สามารถผลิตได้ในเชิงการค้า บางชนิดมีการผลิตเพื่อบริโภคเป็นการค้าแต่ยังไม่ได้ถูกพัฒนามาใช้ประโยชน์ด้านอื่น ถ้ามีการนำมาพัฒนาให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เกิดการขยาย ตัวของการเพาะเห็ดในเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น ทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มและนำเห็ดที่มีราคาไม่สูงมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ ก็จะทำให้เกิดการกระจายรายได้ เป็นเครือข่ายการผลิตของอุตสาหกรรม SMEs ที่ต่อเนื่องและยั่งยืนได้

นอกจากการพัฒนาครีมบำรุงผิวจากเห็ดแครงดังกล่าวแล้ว วว. ยังมีโครงการวิจัยและพัฒนาเวชสำอางจากเห็ดสมุนไพร ซึ่งอยู่ในระหว่างการวิจัยและพัฒนาและจะประชาสัมพันธ์เร็วๆนี้ เชื่อมั่นว่าจะช่วยลดการนำเข้าเวชสำอางจากต่างประเทศและเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรด้วย

ครีมบำรุงผิวจากเห็ดแครง มีผลทดสอบทางด้านวิทยาศาสตร์สนับสนุนว่าสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดี มีการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ อีกทั้งผ่านการประเมินความปลอดภัยว่าไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง (Skin Irritation) ตามวิธีทดสอบหมายเลข 404 : OECD Guideline for Testing of Chemicals (2001) และไม่ก่อความเป็นพิษเฉียบพลันต่อผิวหนัง (Dermal acute toxicity) ตามวิธีทดสอบหมายเลข 402 : OECD Guideline for Testing of Chemicals (1987)

เห็ดแครง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Schizophyllum commune Fr. มีชื่อสามัญว่า Split Gill และมีชื่อท้องถิ่นว่า เห็ดตีนตุ๊กแก เห็ดจิก เห็ดยาง (ภาคใต้) เห็ดแก้น เห็ดตามอม (ภาคเหนือ) เห็ดมะม่วง (ภาคกลาง) หรือเห็ดตีนตุ๊กแก เห็ดแครงเป็นเห็ดขนาดเล็กมีลักษณะคล้ายพัด (fan-shaped) ด้านฐานมีก้านขนาดสั้นๆ ยาวประมาณ 0.1- 0.5 เซนติเมตร หรือไม่มีก้านติดอยู่กับวัสดุที่ขึ้นด้านข้าง ดอกเห็ดมีขนาดความกว้างประมาณ 1-3 เซนติเมตร ผิวด้านบนมีสีขาวปนเทาปกคลุมทั่วไป ลักษณะดอกเหนียวและแข็งแรง เมื่อแห้งด้านใต้ของดอกเห็ดมีครีบมีลักษณะแตกเป็นร่อง สปอร์มีสีใสรูปร่างเป็นทรงกระบอก เนื่องจากเห็ดแครงมีขึ้นอยู่ทั่วไป ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ลักษณะดอกเห็ดอาจแตกต่างกันในแต่ละท้องที่

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานวิจัย ได้ที่ Call center วว. โทร. 0 2579 3000 หรือที่โทร.0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9009 ในวันและเวลาราชการ หรือที่ E-mail:tistr@tistr.or.th


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

วว. จับมือ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณทิตระดับปริญญาโท-เอก

กรุงเทพฯ--11 ม.ค.--วว. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก หวังสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่เป็นคลังสมองชาติ ช่วยพัฒนาวงการศึกษาไทย พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง