ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

มองมุมใหม่ : อุตสาหกรรม ICT หนุนดี โตได้อีกมาก

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันจันทร์ที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ๐๙:๒๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--23 ส.ค.--ทีดีอาร์ไอ

ผลวิจัยชี้ อุตสาหกรรม ICT ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ที่เกิดใหม่มีโอกาสโตได้อีกมาก ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เอกชนนำ รัฐสนับสนุน เปลี่ยนมุมมองใหม่ พัฒนาศักยภาพ มุ่งทำตลาดโลกคู่ตลาดในประเทศ เน้นสร้างแบรนด์ขายทรัพย์สินทางปัญญามากกว่าขายแรงงาน(รับจ้างผลิต) หากภาครัฐสามารถใช้ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในการส่งเสริมให้มีการใช้ซอฟต์แวร์และดิจิตัลคอนเทนต์ที่ผลิตในประเทศมากขึ้น จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการไทยได้มาก

โครงการส่งเสริมบทบาทอุตสาหกรรม ICT เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศ ระยะที่ 2 ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มอบหมายให้ทีดีอาร์ไอทำการศึกษา พบว่า อุตสาหกรรม ICT มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ที่เกิดใหม่ (emerging software and digital content industries) ประกอบด้วย อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในฐานะเป็นบริการ (Software as a Service หรือ SaaS) อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ฝังตัว (Embedded software) อุตสาหกรรมการให้บริการเนื้อหาบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile content) อุตสาหกรรมเกม และอุตสาหกรรมแอนิเมชั่น ซึ่งผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อีกมาก อีกทั้งจากการศึกษาประสบการณ์จากประเทศชั้นนำด้านอุตสาหกรรม ICT คือ ฟินแลนด์ เยอรมนี และอิสราเอล มีจุดเด่นที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ จึงเสนอแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรม ICT ไทย 5 ประการ คือ 1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและตลาดโทรคมนาคมในประเทศ 2) การพัฒนาเทคโนโลยี 3) การพัฒนาตลาดในประเทศ 4) การส่งเสริมการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ 5) การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ด้วยเหตุที่อุตสาหกรรม ICT ของประเทศไทยอยู่ในช่วงกำลังเติบโต และในบางสาขาของอุตสาหกรรม ICT ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น มีผู้ประกอบการน้อยราย เติบโตจากการลองผิดลองถูก ขาดการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีของฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารไร้สายและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสมากในทางธุรกิจ หากสามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการยกระดับการผลิตสินค้าและบริการให้มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นได้

ตัวอย่างเช่น การผลิตสินค้าฮาร์ดแวร์ ซึ่งผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้รับจ้างผลิต (Original Equipment Manufacturer: OEM) อาจปรับตัวโดยการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเน้นการผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีที่สูงขึ้น หรือเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น และ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตเพียง 40-50 ราย และมีเพียง 10 รายที่สร้างตัวละครเอง อาจมุ่งสู่การพัฒนาตัวละคร (character) ของตัวเองเพื่อจะได้สามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้

ภาพที่ 1 Smiling Curve (มุมมองใหม่)

ด้านโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์นั้น ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในฐานะเป็นบริการ (SaaS) ผู้ประกอบการไทยอาจขยายตลาดได้ทั่วโลก โดยการมุ่งขายทรัพย์สินทางปัญญา (IP) แทนการขายแรงงาน และในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ฝังตัว ผู้ประกอบการไทยควรสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการออกแบบ และเน้นการขายทรัพย์สินทางปัญญา (IP) แทนการขายแรงงาน ส่วนในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ที่เกิดใหม่นั้น ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมการให้บริการเนื้อหาบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุตสาหกรรมเกม ควรมุ่งสู่การขยายตลาดได้ทั่วโลก เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งรายได้จากการขายในประเทศ ส่วนผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมแอนิเมชั่น ควรมุ่งขยายตลาดได้ทั่วโลก โดยเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการด้วยการสร้างตัวละครของตนเอง

สำหรับการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรม ICT ไทย การศึกษาให้ข้อเสนอแนะต่อทั้งผู้ประกอบการ และบทบาทภาครัฐ โดยระบุว่า ผู้ประกอบการควรปรับตัวเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยควรมุ่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ เพราะตลาดในประเทศมีขนาดเล็ก สร้างสมดุลระหว่างการรับจ้างผลิตและการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) โดยใช้การรับจ้างผลิตในการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ รักษากระแสเงินสดและการจ้างงาน ในขณะที่ใช้การสร้างทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ควรรวมตัวกันสร้าง app store สำหรับตลาดในประเทศ เพื่อลดต้นทุนในการต้องจ่ายค่าจัดจำหน่ายใน app store ของต่างประเทศ ซึ่งมักอยู่ในระดับที่สูงถึงร้อยละ 30 สมาคมผู้ประกอบการควรเป็นแกนกลางทำหน้าที่ฝึกอบรมบุคลากร ตามความต้องการของอุตสาหกรรม โดยขอรับการอุดหนุนจากรัฐ

บทบาทภาครัฐในด้านการกำหนดกฎกติกา ควรเปิดเสรีโทรคมนาคม และส่งเสริมเทคโนโลยีทางเลือก การส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมพื้นฐานอย่างเป็นธรรม ลดการผูกขาด จะทำให้ค่าบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีราคาถูกลง ทำให้ตลาดเติบโตมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ก็จะมีอำนาจต่อรองกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น และได้รับส่วนแบ่งรายได้สูงขึ้น รวมทั้งการทำกิจกรรมด้านการตลาดต่างๆ และปรับกฎเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ปรับลดมูลค่าขั้นต่ำของโครงการที่จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เช่น ลดลงเหลือ 5 แสนบาท เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะในการประกอบการของผู้ประกอบการในประเทศขนาดเล็กที่ใช้เงินทุนไม่มาก เป็นต้น

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ภาครัฐสามารถทำได้ในการส่งเสริมอุตสาหกรรม ICT ในประเทศ คือ การใช้ตลาดจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยกำหนดเงื่อนไขให้โปร่งใสและเป็นธรรม เพราะตลาดซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ในประเทศไทยยังมีขนาดเล็ก และส่วนแบ่งตลาดส่วนมากเป็นของบริษัทจากต่างประเทศ ดังนั้น หากภาครัฐใช้ตลาดจัดซื้อจัดจ้างในการส่งเสริมให้มีการใช้ซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ที่ผลิตในประเทศไทยมากขึ้น จะเป็นการช่วยขยายตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทยได้มาก

โดยภาครัฐอาจริเริ่มให้มีการใช้ซอฟต์แวร์ประเภทโอเพน ซอร์ส (Open source software) โดยเริ่มจากซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงมาก เช่น ซอฟต์แวร์สำนักงาน (Office software) ก็จะสามารถลดต้นทุนของรัฐในการจัดหาซอฟต์แวร์ได้มากและจะช่วยสร้างตลาดให้แก่ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยด้วย รวมทั้งตั้งหน่วยงานส่งเสริมดิจิทัลคอนเทนต์ โดยกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ที่เชื่อมโยงกับการส่งออกและขยายตัวของอุตสาหกรรม เพื่อให้ทำหน้าที่สนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ อย่างมีประสิทธิผล ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม

ส่วนตลาดต่างประเทศควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรวมตัวกันในการทำการตลาดต่างประเทศโดยให้เงินสนับสนุนในการเข้าร่วมนิทรรศการระดับนานาชาติภายใต้เงื่อนไขที่ยืดหยุ่นพอ เช่น อนุญาตให้ใช้หรือไม่ใช้ตราสัญลักษณ์ของประเทศไทยก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม เพราะผู้ประกอบการอาจสร้างแบรนด์ตัวเองที่ตรงกับความต้องการของตลาดก็ได้

ดร.เสาวรัจ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การใช้ ICT ในประเทศ แม้ภาครัฐได้มีการพัฒนาแผนแม่บท ICT เพื่อมุ่งส่งเสริมการพัฒนาและการใช้ ICT ในประเทศมาตั้งแต่ปี 2545 แต่การใช้ ICT ในสถานประกอบการของไทยยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ควรมุ่งส่งเสริมในกลุ่มเป้าหมายหลักคือ SMEs และกิจการในภูมิภาค ส่งเสริมการสร้างทักษะด้าน IT ส่งเสริมบรอดแบนด์และเปิดเสรีโทรคมนาคม รวมทั้งการสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการคลายกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านข้อมูล ขณะที่การใช้ ICT ของหน่วยงานภาครัฐ ควรส่งเสริมให้มีการบริการและทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กับภาคธุรกิจและภาคประชาชนให้มากขึ้น.

เผยแพร่โดย ทีมสื่อสารสาธารณะ-ทีดีอาร์ไอ โทร.0-2270-1350 ต่อ 113 (ศศิธร)

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: "ซิป้า" เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นระดับโลก -TAFF 2005

กรุงเทพฯ--5 ม.ค.--กันตนา กรุ๊ป นางเครือวัลย์ สมณะ (แถวหลัง – ที่ 4 จากซ้าย) ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริม อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) - ซิป้า ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงาน TAM 2005, นายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ (แถวหลัง - ที่ 3 จากซ้าย) ประธานค...

สสว.จับมือจุฬาฯตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ แห่งที่ 3

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--สสว. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ เพื่อสร้างผู้ประกอบการวิสาหกิจรุ่นใหม่ด้านอุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่นและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หวังบ่มเพาะธุรกิจไม่ต่ำกว่า...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง