ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

“ดอนหมู” หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งพาตนเองด้วย “ป่าชุมชน-ธนาคารปุ๋ยหมัก”

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑๖:๓๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--17 ก.พ.--สสส.

การทำการเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการใช้ปุ๋ย ยา และสารเคมี ได้ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ทั้งในด้านของสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญเกษตรกรยังต้องซื้อหาปัจจัยการผลิตเหล่านี้ในราคาแพงทำให้เกิดปัญหาภาระหนี้สินสะสม เป็นวัฏจักรที่นำพาให้เกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติเดินหน้าไปสู่ความล่มสลาย

ชาวบ้านดอนหมู ต.ขามเปี้ย อ.ตระการพืชพล จ.อุบลราชธานี ได้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงร่วมกันหาทางออก โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำรงชีวิต หันมายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และเปลี่ยนรูปแบบการทำนาซึ่งเป็นอาชีพหลักของชุมชน หันไปทำเกษตรกรรมพึ่งพาธรรมชาติ ลด ละ เลิกการใช้สารเคมี

“โครงการหมู่บ้านสร้างเสริมสุขภาพตามแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง” จึงถือกำเนิดขึ้นมาจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน โดยน้อมนำแนวคิดในเรื่องของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับและประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นหมู่บ้านพึ่งพาตนเอง ลดละเลิกอบายมุข สร้างเสริมสุขภาวะให้เกิดขึ้นในชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นายธีรชาติ ปลาทอง หัวหน้าโครงการฯ และประธานกลุ่มโรงเรียนชาวนาบ้านดอนหมู เปิดเผยว่า โครงการนี้ฯ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในหมู่บ้าน ชาวบ้านหลายคนเลิกใช้ปุ๋ยเคมี หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการทำนาและปลูกพืชผักต่างๆ มีการตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงขึ้นในชุมชน ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยกิจกรรมหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการขยายผลแนวคิดการพึ่งพาตนเองของชาวบ้านก็คือ “ธนาคารปุ๋ยหมักชีวภาพต้านปุ๋ยเคมี” และการร่วมกันดูแลรักษา “ป่าดอนใหญ่” ซึ่งป่าป่าชุมชนที่มีเนื้อที่กว่า 600 ไร่

“ป่าผืนนี้เป็นป่าที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์ให้คงอยู่และมีความอุดมสมบูรณ์มากมีพื้นที่รวมกันมากกว่า 600 ไร่ ทำให้เรามีอาหารหลากหลาย สามารถหาได้ตามฤดูกาล บางคนแทบจะไม่ต้องซื้ออาหารจากตลาดเลย ป่าชุมชนจึงเป็นซูเปอร์มาเก็ตที่ทำให้ในคนชุมชนมีอาหารที่หลากหลายและเป็นอาหารที่ปลอดภัยจากสารเคมี ส่วนธนาคารปุ๋ยหมักชีวภาพต้านปุ๋ยเคมี ชาวบ้านทุกคนจะร่วมกันทำปุ๋ยหมักเมื่อหลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวเพื่อเก็บไว้ใช้ในฤดูกาลต่อไปทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตลงได้ ซึ่งธนาคารปุ๋ยหมักชีวภาพเป็นการบ่งบอกให้คนในชุมชนรู้และตระหนักถึงการต่อต้านการใช้ปุ๋ยเคมี โดยเรามีเป้าหมายว่าในวันข้างหน้าเราจะไม่ให้มีปุ๋ยเคมีแม้แต่เม็ดเดียวในชุมชนของเรา” นายธีรชาติกล่าว

นายจันทร์แดง โครรัตน์ ที่ปรึกษาโครงการฯ และประธานป่าชุมชนป่าดอนใหญ่เล่าว่าป่าแห่งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านที่ร่วมกันอนุรักษ์จากผืนป่าที่เหลือเพียง 100 ไร่ในปี 2528 จนกลับกลายมาเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ถึง 620 ไร่ในปัจจุบัน ป่าผืนนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นตลาดสดของชาวบ้าน ในแต่ละฤดูกาลจะมีอาหารมากมายในป่าทั้ง แมลง หน่อไม้ เห็ดนานาชนิดรวมไปถึงเห็ดที่มีราคาแพงอย่าง ”เห็ดโคน” ก็มีเป็นจำนวนมากซึ่งสร้างรายได้กับชาวบ้านในช่วงฤดูที่เห็ดออกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้มีลำห้วยไหลผ่านซึ่งจะมีกุ้งหอยปูปลาให้จับได้ตลอดทั้งปี รวมถึงเป็นแหล่งยาสมุนไพรพื้นบ้านที่หลายหน่วยงานเข้ามาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และทำการวิจัย

“ป่าแห่งนี้เป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันกับป่าอย่างยั่งยืน มีกฎระเบียบในการใช้ประโยชน์จากผืนป่าแห่งนี้ที่ทุกคนยอมรับ เพราะทุกคนรู้และตระหนักว่าป่าไม้ถือเป็นหัวใจของชุมชน ทุกวันนี้เด็กๆ ทุกคนในชุมชนรู้จักกฎระเบียบของการใช้ป่าชุมชน ทุกคนต้องช่วยกันดูแลป่า ใครอยู่ใกล้ป่าต้องคอยดูแลเฝ้าระวังเรื่องไฟไหม้หรือการลักลอบตัดไม้” ประธานป่าชุมชนระบุ

นายยรรยง จิตรติกรกุล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดอนหมู และผู้ช่วยหัวหน้าโครงการฯ บอกว่าปัจจุบันได้มีการรณรงค์ในเรื่องของการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง จนได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และมาตรฐานการผลิต GAP ผลิตและขายเองภายใต้ชื่อ “ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ของโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์” โดยไม่ง้อโรงสีหรือการรับประกันราคาของรัฐ ทำให้มีราคาขายที่แพงกว่าการรับซื้อจากพ่อค้านายทุน โดยทุกวันนี้มียอดสั่งซื้อปีละไม่น้อยกว่า 20 ตัน

“เราได้มีการจัดตั้งโรงสีชุมชนรับซื้อข้าวจากสมาชิก แปรรูปเป็นข้าวสารจำหน่ายให้กับเครือข่ายเกษตรกรรมธรรมชาติของเรา โดยจะไม่รับสีข้าวจากนาที่ใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีเลย ซึ่งการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์โดยใช้ปุ๋ยหมักนั้นจะมีต้นทุนการผลิตรวมแล้วไม่ถึงไร่ละ 100 บาท ชาวบ้านสามารถทำเองได้ทั้งหมดตั้งแต่การร่วมกันทำปุ๋ยหมักเก็บไว้ในธนาคารและการขยายพันธุ์ข้าวเอง ลดต้นทุนด้วยการปักดำเพียง 1 ต้น ซึ่งแตกต่างจากนาที่ใช้สารเคมีที่ต้องมีต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวรวมแล้วสูงถึง 2,000 บาทต่อไร่ยังไม่นับรวมกับค่าแรง นอกจากนี้ผลผลิตที่ได้ก็แตกต่างกันจากซึ่งเราพบว่าข้าวที่ได้จากนาเคมี 1 กิโลกรัมจะมีประมาณ 4 หมื่นเมล็ด ส่วนข้าวจากนาอินทรีย์ 1 กิโลกรัมจะมีข้าวเพียง 3 หมื่นเมล็ดเพราะข้าวจะมีน้ำหนักมากกว่า” นายบรรยงกล่าว

นอกจากการทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในการทำการเกษตร และการดูแลป่าเพื่อรักษาฐานทรัพยากรอาหารของชุมชนไว้แล้ว ชาวบ้านดอนหมูยังได้มีการดำเนินกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายทั้ง การรณรงค์ให้ชาวบ้านลดละเลิกอบายมุข ส่งเสริมการดูแลรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย การจัดสภาพแวดล้อมของชุมชนฯลฯ โดยปีเป้าหมายร่วมกันของชุมชนคือการพัฒนาหมู่บ้านไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง

นางงามจิตต์ จันทรสาธิต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไป สสส. ระบุว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักที่สามารถนำมาปรับใช้กับวิถีชีวิตได้ โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพและการเกษตรที่สามารถอธิบายในเรื่องของความพอเพียงได้เป็นอย่างดี

“เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยหมักทำเกษตรอินทรีย์จะช่วยให้ชาวบ้านห่างไกลจากสารเคมี ผลผลิตปลอดสารพิษ คนกินก็ปลอดภัย โดยถ้าเราสามารถดำรงชีวิตได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงทรงให้แนวทางไว้ก็จะทำให้ชุมชนหรือสังคม สามารถดำรงตนได้อย่างมีความสุขและมีสุขภาวะมากขึ้นกว่าเดิม” นางงามจิตต์กล่าวสรุป


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมฝึกอบรม "เทคนิคการผลิตพืชและสัตว์ด้วยวิธีเกษตรธรรมชาติฯ"

งานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชนบทและชุมชน ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอเชิญนักวิชาการ นักวิจัย กลุ่มเกษตรกร บริษัท ผู้ผลิต และผู้บริโภคทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมเชิงปฏ...

กองทัพเรือ ก่อสร้างบ้านตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง

กรุงเทพฯ--25 ส.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ทัพเรือภาคที่ ๒ กำลังดำเนินการก่อสร้างบ้านจำนวน ๓ หลัง โดยใช้งบประมาณของกองทัพเรือเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง อันเนื่อ...

กองทัพเรือ จัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงภายในพื้นที่ค่ายจุฬาภรณ์

กรุงเทพฯ--16 ก.พ.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ กองทัพเรือ โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ได้จัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง โดยปลูกพืชผักภายในพื้นที่ค่ายจุฬาภรณ์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อจำหน่ายให้ข้าราชการ พลทหารกองประจำการ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง