ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สกย. ชี้เกษตรกร จ.เชียงรายสนใจขยายปลูกยางพาราแทนสวนไม้ผลคาด 2 ปีมีพื้นที่ปลูกกว่า 2 แสนไร่

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ๑๔:๕๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--3 ก.ย.--สกย.

สกย. ชี้เกษตรกร จ.เชียงรายสนใจขยายปลูกยางพาราแทนสวนไม้ผลคาด 2 ปีมีพื้นที่ปลูกกว่า 2 แสนไร่ หลังพบต้นยางในโครงการยางล้านไร่เติบโตดีได้มาตรฐาน

นายภิรมย์   กิ่งเนตร   ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.) จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า   ขณะนี้เกษตรกรในหลายพื้นที่ของภาคเหนือสนใจเข้ารับการอบรมความรู้เรื่องการปลูกยางที่ สกย.จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง   ซึ่งจากการสอบถามเกษตรกรเหล่านั้นพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนไปปลูกยางพาราแทนการทำพืชไร่   หรือสวนไม้ผล   เช่น   ลิ้นจี่   ลำไย   ที่มีปัญหาราคาตกต่ำในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา     เพราะเห็นตัวอย่างจากสวนยางภาคเหนือที่ปลูกมาตั้งแต่ปี   2531-2532     ปัจจุบันให้ผลผลิตและทำรายได้อย่างต่อเนื่อง     ขณะที่สวนยางของเกษตรกรในโครงการยางพารา 1   ล้านไร่ซึ่งปลูกมาตั้งแต่ปี   2547-2549   ต้นยางมีการเจริญเติบโตดีได้มาตรฐาน     รวมถึงการตอบรับจากภาคเอกชนหลายแห่งที่เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปยางแผ่น   ซึ่งคาดว่าภายใน   1-2   ปีข้างหน้าพื้นที่ปลูกยางพาราของ จ.เชียงรายจะขยายจาก   108,000   ไร่   เพิ่มเป็น   200,000   ไร่     อีกทั้งมีความเป็นไปได้ว่าพื้นที่ปลูกยางพาราของ จ.เชียงรายอาจขยายเพิ่มสูงถึง   1   ล้านไร่ได้   ในกรณีที่มีการเปิดใช้เส้นทางหมายเลข 3 (R3)   เชื่อมจาก อ.แม่สาย   ของไทยผ่านประเทศพม่า   และจีน     ซึ่งทำให้การขนส่งยางพาราไปจำหน่ายยังประเทศจีนที่เป็นผู้นำเข้ายางพารารายใหญ่ของโลกมีต้นทุนที่ลดลงและใช้เวลาน้อยลงด้วย

“แม้ขณะนี้สถานการณ์ราคายางพารายังไม่มีความแน่นอน     แต่จากการสอบถามเกษตรกรในพื้นที่ ส่วนใหญ่คิดว่า หากราคายังอยู่ที่ระดับกิโลกรัมละ 50 บาทขึ้นไป     พวกเขาก็อยู่ได้และเชื่อมั่นว่ายางพาราเป็นพืชที่มีอนาคตซึ่งจะทำให้พวกเขามีรายได้ที่ดีกว่าการปลูกพืชไร่   หรือไม้ผลบางชนิดเหมือนที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่จึงต้องการให้ภาครัฐขยายโครงการส่งเสริมปลูกยางพาราในภาคเหนือลักษณะเดียวกับโครงการยางล้านไร่เพิ่มขึ้น”   นายภิรมย์กล่าว

ผอ. สกย. จังหวัดเชียงราย   กล่าวเพิ่มเติมว่า   หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังอยู่ระดับที่   70   ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาเรลล์   หรือสูงกว่านี้     จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำยางดิบทรงตัวที่ กก.ละ 50-60   บาท   หรือขยับสูงถึง   กก.ละ   80   บาท     เพราะเมื่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นจะทำให้ความต้องการใช้ยางธรรมชาติเพื่อทดแทนการใช้ยางสังเคราะห์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย     ประกอบกับขณะนี้อุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศจีนและอินเดียมีการฟื้นฟูตัวอย่างต่อเนื่องจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการใช้ยางธรรมชาติขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน     คาดว่าในอนาคตยางพาราจะเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ทำรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในภาคเหนืออย่างแน่นอน


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

สกย. ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานแถลงข่าว “กึ่งศตวรรษ สกย.พัฒนายางพาราไทย เทิดไท้องค์ราชันย์”

สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานแถลงข่าว “กึ่งศตวรรษ สกย.พัฒนายางพาราไทย เทิดไท้องค์ราชันย์” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี สกย. โดยมี นายศุภชัย โพธ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายวิทย์...

นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวเหนือช่วงหนาว เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ยอดจองห้องพัก ร้อยละ 70-100

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เขต 2 รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยว ในพื้นที่ 4 จังหวัด เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2547 - 2 มกราคม 2548 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน และ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง