ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สวทช. เร่งผลักดันผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ตื่นตัวรับมือ มาตรฐานใหม่ 'ASEAN GMP'

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ๑๑:๓๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

สวทช. เตรียมความพร้อมแก่ผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยให้เข้าสู่มาตรฐาน ‘ASEAN GMP’ หลัง อย.เตรียมออกข้อบังคับใช้แทนระบบ GMP ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างอาเซียน ที่กำหนดใช้หลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ดีสำหรับเครื่องสำอางให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม   2551 ทั่วอาเซียน   พร้อมจี้   ผู้ประกอบการเร่งตื่นตัวรับมือ ก่อนเสียประโยชน์ให้ประเทศคู่แข่ง

เมื่อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่วางจำหน่ายในตลาดอาเซียน จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของบทบัญญัติเครื่องสำอางแห่งอาเซียน (ASEAN Cosmetic Directive : ACD ) ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 มกราคม 2551   ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา   พม่า   ลาว เวียตนาม ไทย   ฟิลิปปินส์   มาเลเซีย   สิงคโปร์   อินโดนีเซีย   และบรูไน จะต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การผลิตเครื่องสำอางให้เป็นมาตรฐานเดียวกันภายในประเทศสมาชิกอาเซียน   หรือ “หลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางของอาเซียน”   (ASEAN GMP)   ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการของไทยตื่นตัวและเร่งปรับตัวกับระบบดังกล่าว

โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเครื่องสำอางเพื่อมุ่งสู่มาตรฐาน ASEAN GMP ” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงข้อกำหนดวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง ให้สามารถปรับปรุงพัฒนาคุณภาพ กระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพให้สอดคล้องตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน ASEAN GMP ขึ้น เมื่อวันอังคารที่ 5-21 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นางสาวสนธวรรณ สุภัทรประทีป   ผู้อำนวยการโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โครงการฯ ที่จัดขึ้นนี้ เป็นโครงการที่สนับสนุนศักยภาพและจะช่วยให้ผู้ประกอบการเครื่องสำอาง ที่มีความมุ่งมั่นไปสู่การรับรองมาตรฐาน ASEAN GMP ภายในปี 2551   และถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการจัดอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานดังกล่าว โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเข้าร่วมอบรมถึง 23 บริษัท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้เพียง 15 บริษัท   จึงนับเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการเครื่องสำอางของไทยเริ่มหันมาตื่นตัวกันมากขึ้น

“ การจัดทำระบบมาตรฐาน ASEAN GMP ต่อไปจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ผลิตเครื่องสำอางทุกรายต้องได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว เนื่องจากไม่ว่าผู้ผลิตเครื่องสำอางจะมีแหล่งผลิตอยู่ในประเทศใดในประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ หากได้รับการรับรองมาตรฐาน ASEAN GMP แล้ว จะสามารถส่งสินค้าออกไปจำหน่ายได้ทั่วอาเซียน โดยไม่ต้องขอการรับรองจากหน่วยงานในประเทศนั้นๆ อีก   ดังนั้น หากผู้ผลิตเครื่องสำอางของประเทศสมาชิกฯใดไม่พร้อมก็จะเสียเปรียบ   จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อผู้ผลิตเครื่องสำอางของไทยที่จะต้องรับทราบและเร่งปรับตัว เพื่อรองรับกับแนวทางการปฏิบัติการผลิตที่ดีเพิ่มเติมจากระบบ THAI GMP เดิมที่ใช้อยู่   ขณะเดียวกันทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เอง ได้เตรียมออกข้อบังคับใช้ ในปี 2551 ด้วย” นางสาว สนธวรรณ กล่าว

สำหรับประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯ นั้น ผอ.โครงการ iTAP กล่าวว่า “ iTAP จะจัดส่งผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพทางด้าน GMP เครื่องสำอาง ที่มีประสบการณ์จริงเข้าไปให้คำปรึกษาแนะนำถึงโรงงาน   นอกจากการฝึกอบรมที่จัดขึ้น 6 วันแล้ว   ซึ่งการที่มีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำปรึกษาจะช่วยในการตัดสินใจได้เร็วขึ้น และทำให้การจัดทำระบบฯ เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้องมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาในการลองผิดลองถูก ข้อดีอีกประการหนึ่งคือ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในโครงการฯ จะลดความเสี่ยง รวมทั้งยังลดค่าใช้จ่ายลงอีกด้วย โดยทางโครงการ iTAP จะช่วยออกค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญให้กับผู้ประกอบการครึ่งหนึ่ง หรือ ร้อยละ 50 ของงบประมาณโครงการ นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนในการติดตามการประเมินผลการดำเนินงานให้ด้วยระหว่างทำโครงการฯ”

ด้าน ภก.มนตรี ถนอมเกียรติ   ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาอิสระด้าน GMP เครื่องสำอาง กล่าวว่า “ สาเหตุที่ต้องทำมาตรฐาน ASEAN GMP ก็เพราะในปี 2551   ทุกประเทศในกลุ่มอาเซียนจะมีการปรับกฎระเบียบเครื่องสำอางที่จะต้องดำเนินการภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยแผนการปรับกฎระเบียบเครื่องสำอางให้สอดคล้องกันแห่งอาเซียน หรือ   ASEAN Harmonized Cosmetic Regulatory Scheme   ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยได้รับการรับรองหรือผ่านการรับรอง GMP ก็ให้ใช้มาตรฐาน ASEAN GMP   ได้เลย ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศในอาเซียนเริ่มยุบระบบ GMP ของตัวเองแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ขณะที่ประเทศในกลุ่มสมาชิกฯ ต่างก็เริ่มตื่นตัวกับเรื่องดังกล่าวกันมากขึ้น   ผู้ประกอบการเครื่องสำอางของไทยจึงต้องเร่งปรับตัวโดยเร็ว เนื่องจากที่ผ่านมายังมีผู้ประกอบการของไทยอีกจำนวนมากที่ยังไม่เคยผ่านการรับรอง GMP เลย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี และโรงงานขนาดเล็ก   อันเป็นปัญหาเรื่องของบุคลากร ทำให้การทำงานเพื่อให้ได้ตามข้อกำหนดของ GMP ค่อนข้างล่าช้า ซึ่งการจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้ ปัจจัยสำคัญที่สุด   คือ ความมุ่งมั่นของผู้บริหาร และทีมงานผู้ปฏิบัติ ”

สำหรับหลักเกณฑ์การผลิตเครื่องสำอางทีดีของอาเซียน ASEAN GMP นั้น มีการนำหลักการบริหารจัดการของระบบ ISO : 9000 เข้ามาใช้ผสมผสานอยู่ด้วย ส่วนความแตกต่างจากมาตรฐาน THAI GMP มีเพิ่มเติม 3 เรื่อง คือ การจัดทำเอกสารคู่มือคุณภาพ (Quality manual) , การกำหนดคู่สัญญาการผลิตและการวิเคราะห์ และ การทดสอบความคงสภาพของเครื่องสำอาง   ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสากลที่กลุ่มประเทศยุโรปใช้อยู่

นพ. สมชัย   วุฒิณรงค์ตระกูล   กรรมการ บริษัท สหัษศาน จำกัด   ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือ สกินแคร์ ภายใต้แบรนด์ โซชา และคอสซิน่า กล่าวว่า สาเหตุที่บริษัทฯ ต้องการเข้าสู่ระบบมาตรฐาน ASEAN GMP เพราะทำให้บริษัทฯจะได้รับประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของสถานที่ และการจัดวางระบบที่ดีขึ้น   รวมถึงเรื่องของบุคลากร เชื่อว่าหลังเข้ารับการการฝึกอบรมแล้ว บริษัทฯจะเข้าสู่มาตรฐานได้เร็วขึ้น และในแง่ของการตลาดแล้ว มาตรฐานดังกล่าวจะเข้ามาช่วยเติมเต็มและทำให้ผู้บริโภครู้จักผลิตภัณฑ์และเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรามากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ต้องยอมรับว่า ไม่เคยให้ความสนใจกับเรื่องของระบบ GMP เพราะเรามั่นใจในคุณภาพการผลิตของเราอยู่แล้ว จนกระทั่งเมื่อได้รู้จักกับโครงการ iTAP   (สวทช.) ทำให้เราเข้าใจถึงเรื่องดังกล่าวมากขึ้น บริษัทฯ จึงตัดสินใจเข้าสู่ระบบ ASEAN GMP โดยจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมารองรับโครงการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะเน้นผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มาจากงานวิจัยเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ โครงการiTAP (สวทช.)ได้มีการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อให้คำปรึกษาด้าน GMP มาตั้งแต่ปี 2538 โดยมีผลงานที่ผ่านมา ได้เข้าเยี่ยมโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง วัตถุอันตราย   ยาเวชภัณฑ์ และเครื่องมือทางการแพทย์แล้วไม่ต่ำกว่า 140 บริษัท , ดำเนินการวิเคราะห์ปัญหาและจัดทำโครงการให้คำปรึกษาทางด้าน GMP แล้วไม่ต่ำกว่า 51 บริษัท และมีบริษัทที่ผ่านมาการรับรอง GMPไป แล้ว จำนวน 28 บริษัท เมื่อปีที่ผ่านมา   คาดว่า การจัดฝึกอบรมครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเครื่องสำอางที่เข้าร่วมโครงการฯทั้ง 23 บริษัท สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าสู่มาตรฐาน ASEAN GMP ได้ในเร็วๆ นี้


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย เซ็น MOU สมาคมเครื่องสำอางอิตาลีในงาน Thailand Health and Beauty show 2006ตั้งเป้าแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและขยายตลาดเครื่องสำอาง

นางสาวเกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย กล่าวในงาน Thailand Health and Beauty show 2006 ซึ่งกรมส่งเสริมการส่งออกจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 8-12 พฤศจิกายนนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่า ในงานนี้ สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ได้ลงนามสัญญาข้อตกลงควา...

เรื่องน่ารู้จาก กองทัพเรือ: ๗ สมุนไพรบำรุงผิวหน้า และผิวกาย

กรุงเทพฯ--22 เม.ย.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ คนไทยสมัยโบราณนิยมใช้สมุนไพรมาเป็นเครื่องประทินความงาม จนกระทั่งหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๑ เริ่มมีการผลิตเครื่องสำอางเป็นอุตสาหกรรม มีการค้นพบสารสังเคราะห์ รูปแบบต่าง ๆ ของเครื่องสำอางที่หลากหลาย...

สสว.จับมือจุฬาฯตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ แห่งที่ 3

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--สสว. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ เพื่อสร้างผู้ประกอบการวิสาหกิจรุ่นใหม่ด้านอุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่นและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หวังบ่มเพาะธุรกิจไม่ต่ำกว่า...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง