ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ไทยศิลาดล มุ่งผลิตเซรามิกชั้นนำของโลก พัฒนาสูตร'เคลือบศิลาดล'จากไม้ลำไย ทางเลือกใหม่ให้ตลาดฯ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ๑๐:๔๔ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--8 เม.ย.--สวทช.

สวทช. หนุน ไทยศิลาดล พัฒนาสูตรเคลือบศิลาดล   เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ตลาด   จากขี้เถ้าไม้ลำไย และไม้ลิ้นจี่ของเหลือทิ้งจากเชื้อเพลิงโรงงาน   กลับมาสร้างประโยชน์   ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบธรรมชาติในอนาคตให้กับอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา   ที่สำคัญ ยังช่วยประหยัดพลังงานลงได้ถึง 1 ใน 3 ของการใช้พลังงานในการเผาทั้งหมด พร้อมตั้งเป้าสู่ "ผู้ผลิตเซรามิกซิราดลชั้นนำของโลก"

" เครื่องปั้นดินเผา หรือ เครื่องเคลือบสังคโลก " ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของคนภาคเหนือเป็นอุตสาหกรรมเกษตรและหัตถกรรมซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพาวัตถุดิบในประเทศ   และหากเอ่ยถึง "ศิลาดล" ผู้ที่ชื่นชมศิลปะแขนงนี้ย่อมต้องนึกถึง เครื่องปั้นดินเผาที่มีสีเขียวเหมือนหยก   วาวใส   และมีรอยแตกลายงาบนตัวเคลือบ   อันเป็นลักษณะเด่นของ "ศิลาดล" ที่ไม่เหมือนเครื่องปั้นดินเผาทั่วไป ที่สำคัญ   ยังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นมีเพียงที่จังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น   ทั้งในแง่ของวัตถุดิบที่ใช้ และภูมิปัญญาพื้นบ้าน   ที่เชื่อกันว่าเป็นการเคลือบที่เก่าแก่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่งที่คนไทยค้นพบโดยบังเอิญและมีการทำกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

"ศิลาดล" เป็นคำสันสกฤต   แปลว่า   การเคลือบที่มาจากหิน เป็นเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ความร้อนสูง เคลือบด้วยวัสดุธรรมชาติขี้เถ้าจากไม้เนื้อแข็ง ผสมดินหน้านา   ทำให้เคลือบเป็นสีเขียวเหมือนหยก   เป็นการเคลือบธรรมชาติล้วนๆ ไม่ใช้สารเคมีใดๆ เจือปน โดยสีเขียวที่เกิดขึ้นทำได้โดยการเอาไม้รกฟ้า หรือ ไม้มะก่อตาหมู (ไม้ก่อ) ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง   มาเผาเอาขี้เถ้า แล้วนำมาผสมกับดินหน้านาเป็นน้ำเคลือบจากนั้นนำไปเผาด้วยความร้อนสูง ที่ระดับ 1260-1280 องศาเซลเซียส   แล้วทิ้งให้เย็นตัวจะเกิดเป็นสีเขียว ส่วนรอยจราน หรือ แตกลายงาบนตัวเคลือบนั้น   เกิดจากการหดตัวของเนื้อดินกับน้ำเคลือบเมื่อเย็นตัวลง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งของศิลาดล   ทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น   กลายเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างมาก โดยเฉพาะลูกค้าในต่างประเทศ

สำหรับศิลาดลของเชียงใหม่ยุคปัจจุบัน   ได้กำเนิดขึ้นมาเมื่อกว่า 90 ปีมาแล้ว   โดยชาวไทยใหญ่ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่ (บริเวณธนาคารกรุงเทพ สาขาช้างเผือก   และโรงแรมช้างเผือก ถ.โชตนา ในปัจจุบัน )   ชาวไทยใหญ่เหล่านี้ได้ตั้งบ้านเรือนและทำเตาเผาเครื่องเคลือบดินเผาศิลาดล เป็นหัตถกรรมพื้นบ้าน หรือกิจการในครอบครัว   ต่อมาบุคคลผู้สื่บสานและบุกเบิกการทำเครื่องปั้นดินเผาศิลาดลในเชิงการค้าเมื่อกว่า 50 ปีที่ผ่านมาคือ "ลุงแดง" หรือ "คุณบุณยืน วุฒิสรรพ์"   โดยใช้ชื่อว่า   "โรงงานเชียงใหม่สังคโลก"

ต่อมาในปี 2503   ดร.รักษ   ปันยารชุน และ Mrs.Maxine North นักธุรกิจชาวอเมริกัน   ได้เข้ามาซื้อกิจการและพื้นที่โรงงานจากลุงแดง   และได้ก่อตั้งเป็น   บริษัท ไทยศิลาดล จำกัด   ซึ่งได้มีการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและมีความเป็นสากลมากขึ้น จนได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ กระทั้งในปีพ.ศ. 2529 ได้มีการเปลี่ยนเจ้าของกิจการมาเป็น คุณธงไชย ดาวเรือง และคุณวีระพงษ์ โพธิภักติ จนถึงปัจจุบัน

จากการที่ บริษัท ไทยศิลาดล จำกัด เป็นบริษัทเก่าแก่ประกอบกิจการมาเป็นเวลานานกว่า 44 ปี   อีกทั้งวิธีการผลิตต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการสอนและสืบทอดต่อๆ กันมาจากคนรุ่นเก่าที่ใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านในการคิดค้นทดลองเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม ที่เน้นการใช้ทักษะฝีมือแรงงานเป็นหลัก   แต่จากการผลิตในปัจจุบันพบปัญหาในขั้นตอนการผลิตอยู่เสมอ และทำการแก้ไขเฉพาะเรื่อง โดยขาดหลักวิชาการสนับสนุน   อีกทั้งไม่ได้มีการนำระบบทางวิทยาศาสตร์ของการผลิตเซรามิกมาใช้ในการแก้ไขปัญหา   การควบคุมและตรวจสอบกระบวนการผลิต   วัตถุดิบ   รวมถึงผลิตภัณฑ์   จึงทำให้มักพบปัญหาในการผลิตอยู่เสมอ   ซึ่งบางปัญหาสามารถแก้ไขได้   แต่ก็แค่ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น   อีกประเด็นหนึ่งคือ   เคลือบศิลาดลเป็นการเคลือบโบราณที่มีสูตรเฉพาะ วัสดุที่จำเป็นส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ได้จากธรรมชาติทั้งหมด   โดยเฉพาะส่วนประกอบหลักที่ทำให้เกิดสีเขียวของความเป็นศิลาดล คือ ขี้เถ้าที่ได้จากไม้รกฟ้าและไม้มะก่อตาหมู(ไม้ก่อ)นั้น ในอนาคตอาจจะเป็นวัตถุดิบที่หาได้ยาก และไม่มีเพียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาสูตรเคลือบศิลาดลที่ใช้วัตถุดิบอื่นๆ ไว้รองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และความสวยงามของเคลือบศิลาดลแบบเดิม

นายสรพล ธูปะคุปต์ ผู้จัดการโรงงาน บริษัท ไทยศิลาดล จำกัด   เปิดเผยถึงข้อจำกัดว่า   "ข้อจำกัดของการเผาศิลาดลแบบโบราณ   คือ การเผาในอุณหภูมิและระบบเฉพาะเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของไม้ที่นำมาทำเป็นขี้เถ้าใช้ในการเคลือบเพื่อให้เกิดสีเขียวและความมันใส ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการเคลือบศิลาดลที่นับวันใกล้จะหมดไป   จนปัจจุบันต้องรับซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านในรูปของขี้เถ้า ซึ่งบางครั้งมีการปลอมปนของขี้เถ้า จึงเป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ และเพื่อเป็นการรองรับปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบจากธรรมชาติในอนาคต จึงได้เร่งพัฒนาระบบการควบคุมคุณภาพการผลิต และการพัฒนาปรับปรุงสูตรดินและสูตรเคลือบ   จากแหล่งวัตถุดิบใหม่และวัตถุดิบทดแทน "

บริษัทฯ ได้เข้ารับการช่วยเหลือจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย(ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ในการจัดหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำความรู้ในการจัดระบบการควบคุมคุณภาพและการปรับปรุงส่วนผสมเคลือบศิลาดล   เพื่อลดการใช้พลังงาน (แก๊ส LPG) จากการเผา   และลดการสูญเสียจากการผลิตโดยการหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม จัดตั้งระบบควบคุมคุณภาพในกระบวนการผลิตตั้งแต่วัตถุดิบ   จนถึง ผลิตภัณฑ์   และพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยดร.ศักดิพล เทียนเสม อาจารย์ประจำภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

" หลังจากที่บริษัท หยุดการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีการผลิตมานานพอสมควร และจากที่เห็นว่า วัตถุดิบตามธรรมชาติอาจร่อยหลอลง   บริษัทฯ จึงได้นำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาพัฒนาหาสูตรเคมีเพื่อใช้เป็นแผนสำรองในยามที่วัตถุดิบหลักในธรรมชาติหาไม่ได้แล้ว   ซึ่งถือเป็นทางเลือกหนึ่งของการเคลือบที่ถึงแม้เอกลักษณ์จะไม่เหมือนสักทีเดียว แต่ยังคงมีความใกล้เคียงกับการเคลือบศิลาดลมากที่สุด คือ ต้องคงความเป็นสีเขียว มีความมันใส และแตกลายงา จึงควรหาระบบอะไรเข้ามารองรับในการที่เราจะรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา เพราะหากฐานยังไม่แน่นพอ อาจเกิดปัญหาจุกจิกต่างๆ ในกระบวนการผลิตได้ " นายสรพล กล่าว

ในเรื่องการพัฒนาส่วนใหญ่ จึงเป็นเรื่องของการปรับวิธีการทำงานของคน โดยการใช้หลักจิตวิทยา ปรับเปลี่อนเทคนิควิธีการผลิต พร้อมกับการจัดระบบควบคุมคุณภาพ ให้เป็นมาตรฐานในการทำงานแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เพื่อให้สามารถฝึกคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมหรือทดแทนคนรุ่นเก่าได้ โดยอาศัยหลักวิชาการมากกว่าจากเดิมที่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เน้นทักษะของคนเป็นหลัก กรณีบุคลากรเหล่านี้ร่อยหลอลง หรืออาจไม่มีผู้สานต่อ ที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทได้   นอกจากนี้ ได้พัฒนาสูตรน้ำดิน เพื่อให้ชิ้นงานที่ออกมามีคุณภาพสม่ำเสมอทุกครั้ง แก้ปัญหาที่แฝงและสะสมมาในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และยังเพิ่มกำลังการผลิตดินขึ้นเป็น 2 เท่าจากเดิมที่เคยทำได้ โดยไม่ต้องเพิ่มเครื่องจักร

ในส่วนของการปรับปรุงส่วนผสมเคลือบศิลาดลนั้น   ดร.ศักดิพล กล่าวว่า   ขณะนี้ได้สูตรผสมใหม่แล้วเกือบ 100%   ซึ่งนอกจากปรับปรุงส่วนผสมเคลือบแล้ว   ยังต้องปรับเปลี่ยนระบบการเผาใหม่จากเดิมที่เป็นการเผาแบบมีควัน มาเป็นการเผาแบบสมบูรณ์ (ไม่มีควัน) เรียกว่า "สูตรปฏิวัติ"ซึ่งการเผาไหม้แบบนี้จะสามารถประหยัดเชื้อเพลิงลงได้   และอุณหภูมิที่ใช้ในการเผาต่ำกว่าเดิม จากความร้อนสูงที่ระดับ 1280 องศาเซลเซียส   เหลือเพียง 1200   องศาเซลเซียส   ช่วยลดปริมาณการใช้แก๊สลงได้ถึง 1 ใน 3 ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในการเผา

สำหรับเคลือบศิลาดลสูตรใหม่นั้น   ดร.ศักดิพล ได้คิดค้นขึ้น 2 สูตรด้วยกัน   สูตรแรกจะมีส่วนประกอบของเคมีผสมอยู่ไม่ถึง 1 %   แต่ส่วนประกอบพื้นฐานหลักยังคงเป็นแร่ธาตุทางธรรมชาติ ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้วจากกรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งสูตรดังกล่าวแม้จะไม่ได้มาจากธรรมชาติทั้งหมด แต่ใช้เป็นทางเลือกใหม่อีกทางหนึ่งให้กับตลาดและมีราคาถูกกว่า สูตรที่สอง จะเป็นการนำขี้เถ้าจากไม้ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น และมีปริมาณที่มากพอ เช่น ไม้ลิ้นจี่ และ ไม้ลำไย ซึ่งผลทดสอบเบื้องต้น พบว่ามีความใกล้เคียงกับศิลาดลแบบดั้งเดิมที่สุดเกือบ 100% สูตรนี้จะเป็นการนำเสนอความเป็นธรรมชาติทดแทนสูตรดั้งเดิมได้   ที่สำคัญยังเป็นการนำของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมหนึ่งที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง มาใช้ประโยชน์ทดแทนขี้เถ้าชนิดเดิม โดยยังคงมีคุณลักษณะเหมือนกับเคลือบศิลาดลแบบดั้งเดิม   และยังช่วยเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ได้อีกทางหนึ่ง   นับเป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์ผลงานจากวิทยาศาสตร์สู่อุตสาหกรรมได้อย่างดีเยี่ยม   และเป็นความกล้าของบริษัท ไทยศิลาดล ที่ฉีกแนวการพัฒนาสูตรเคลือบศิลาดลจากภูมิปัญญาดั้งเดิม   เพื่อให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับรองรับการขาดแคลนวัตถุดิบในอนาคต เชื่อว่า จะสามารถเพิ่มช่องทางด้านการตลาดให้กับบริษัทได้อีกทางหนึ่ง

" ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ของไทยศิลาดล ยังคงยืนหยัดมาได้อย่างยาวนาน แม้ปัจจุบันจะมีผู้ผลิตศิลาดลในเชียงใหม่กว่า 20 ราย ส่วนหนึ่งมาจากรูปแบบและคุณภาพ   อีกส่วนคือ การคงความเป็นเอกลักษณ์ของการเคลือบศิลาดลแบบโบราณตลอดมา ซึ่งผู้ผลิตศิลาดลแต่ละรายจะมีสูตรเฉพาะของปริมาณการเคลือบและเทคนิคการเผาที่ไม่เหมือนกัน   ตั้งแต่สีเขียวอ่อน ไปจนถึงเขียวมะกอก ปัจจุบัน บริษัทฯ มียอดสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากต่างประเทศจนแทบผลิตไม่ทัน เนื่องจากงานแต่ละชิ้น ต้องการความประณีต และพิถีพิถันในการผลิต   ซึ่งต้องใช้ทักษะฝีมือของช่างผู้ชำนาญ "   นายสรพล กล่าว

ทั้งนี้   บริษัท ไทยศิลาดล จำกัด   ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นบริษัทผู้ผลิตเซรามิกเคลือบศิลาดลชั้นนำของโลก ที่ได้รับความนิยมและการยอมรับมากที่สุดในด้านคุณภาพ รูปแบบ และความสวยงามของเคลือบศิลาดลที่ไม่เหมือนที่ใด   ทำให้บริษักำหนดภารกิจในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด   แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามของเอกลักษณ์ไทย   และความสวยงามของเคลือบศิลาดลแบบไทย   พร้อมทั้งมุ่งทำสาธารณะประโยชน์และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเชียงใหม่

ด้าน นางสมศรี   พุทธานนท์   ที่ปรึกษาเทคโนโลยี โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย(ITAP) สวทช. เครือข่ายภาคเหนือ   กล่าวเสริมว่า   เซรามิกศิลาดล   ถือเป็นสินค้าสำคัญ และขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่   อีกทั้งบริษัท ไทยศิลาดล จำกัด   ยังถือเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดย่อม ที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนตามนโยบายของรัฐฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขัน เนื่องจากเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่   ที่มีคุณค่า   และควรรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นศิลาดลไว้ให้คงอยู่สืบต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน   แต่เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งย่อมต้องมีวันหมดไป   หากสามารถหาวัตถุดิบชนิดอื่นที่ใกล้เคียงมาใช้ในการผลิตและยังคงคุณลักษณะและมีคุณภาพเหมือนกับเคลือบศิลาดลแบบดั้งเดิม   ก็จะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับตลาดได้ในอนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการอีกด้วย

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ เข้ารับการสนับสนุนจากโครงการ ITAP     สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2564-8000   หรือ ที่เว็บไซต์   www.nstda.or.th/itap

สื่อมวลชนที่สนใจข้อมูล-ภาพประกอบเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่
คุณนก ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โครงการITAP   0-2619-6187-8--จบ--

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ริเวอร์ซิตี้จัดงาน "ถักฝ้าย ทอไหม ปั้นดิน หัตถศิลป์ไทย" ระหว่างวันที่ 2-11 กันยายน 2548

กรุงเทพฯ--22 ส.ค.--ริเวอร์ซิตี้ ประเทศไทยมีการทำผลิตภัณฑ์หัตถกรรมมากมายหลายประเภท ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ผลิตภัณฑ์จากผ้า เครื่องจักรสานไม้ไผ่และหวาย เครื่องไม้ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องโลหะ และผลิตภัณฑ์จากเส้นใยพืช...

สรุปผลแบบสอบถามนักวิเคราะห์ครั้งที่ 1/2548 มาตรการควบคุมราคาเชื้อเพลิงในประเทศ

กรุงเทพฯ--18 มี.ค.--สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักวิเคราะห์เชียร์รัฐบาลลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล โดยเห็นด้วยกับความเห็นนายกฯ ในการทยอยปรับราคาทีละน้อย เพื่อลดผลกระทบ ชี้การที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลลบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น และส่งผลให...

สสว.จับมือจุฬาฯตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ แห่งที่ 3

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--สสว. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ เพื่อสร้างผู้ประกอบการวิสาหกิจรุ่นใหม่ด้านอุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่นและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หวังบ่มเพาะธุรกิจไม่ต่ำกว่า...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง