ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สรุปผลแบบสอบถามนักวิเคราะห์ครั้งที่ 1/2548 มาตรการควบคุมราคาเชื้อเพลิงในประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ๐๙:๑๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--18 มี.ค.--สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์

นักวิเคราะห์เชียร์รัฐบาลลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล โดยเห็นด้วยกับความเห็นนายกฯ ในการทยอยปรับราคาทีละน้อย เพื่อลดผลกระทบ   ชี้การที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลลบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น   นอกจากนี้ ยังมองว่ารัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่มีความเหมาะสมในระดับปานกลาง

จากภาวะน้ำมันแพงในปัจจุบัน   สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์จึงได้จัดทำแบบสอบถามนักวิเคราะห์ เพื่อสอบถามความเห็นเกี่ยวกับประเด็นในเรื่องพลังงาน   โดยมีนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์แสดงความคิดเห็นรวม 25 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 73.5

ประเด็นที่สอบถามเกี่ยวกับความเห็นในการลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล วิธีที่เหมาะสมในการปรับราคา ผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ กลุ่มธุรกิจที่คิดว่าจะได้รับผลกระทบ ผลกระทบต่อตลาดหุ้น และความเหมาะสมของรัฐมนตรีทางเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 88 ของที่ตอบแบบสอบถาม เห็นว่ารัฐบาลควรปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลค้าปลีกในประเทศลอยตัว   ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 8 ที่ไม่เห็นด้วย   สำหรับวิธีการลอยตัวราคาน้ำมันนั้น จำนวนร้อยละ 64 เห็นว่า ควรขยับราคาทีละน้อย เช่น 60 สตางค์ แต่ขยับได้บ่อยครั้ง   โดยร้อยละ 20 เห็นว่าควรขยับราคาทีละมากหน่อย เช่น 2-3 บาท แต่น้อยครั้ง   และร้อยละ 8 เห็นว่าควรปล่อยให้ลอยตัวเสรี

ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันดีเซลในประเทศมีการปรับสูงขึ้น   นักวิเคราะห์มองว่า น่าจะส่งผลกระทบต่อปัจจัยหลัก คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย เป็นต้น   โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง จากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น   ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้การบริโภคชะลอตัวลง   นักวิเคราะห์ร้อยละ 8 ของที่ตอบแบบสอบถาม เห็นว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบในทางลบมากกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ไว้   ในขณะที่ร้อยละ 16 คิดว่าจะมีผลกระทบไม่มากนัก และจะมีการปรับตัวได้ดี   นักวิเคราะห์อีกร้อยละ 16 คาดว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจะลดลงประมาณ 0.2-0.6% และจำนวนที่เหลือร้อยละ 60 ไม่ได้ระบุระดับความรุนแรงของผลกระทบ

อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น โดยมีนักวิเคราะห์เพียงร้อยละ 12 ที่เชื่อว่า อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มไม่มากนัก   ในขณะที่อีกร้อยละ 88 ไม่ระบุระดับของผลกระทบ

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่นักวิเคราะห์คิดว่าน่าจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (ร้อยละ 46) ขนส่ง (ร้อยละ 23) และสินค้าอุปโภคบริโภค (ร้อยละ 7)

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์เชื่อว่า การลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างแน่นอน   โดยร้อยละ 32 ของที่ตอบแบบสอบถาม เชื่อมั่นว่า ผลกระทบจะเกิดในระยะสั้นเท่านั้น และนักวิเคราะห์เห็นว่า สาเหตุน่าจะเป็นผลจากปัจจัยทางด้านจิตวิทยา และแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่อาจลดลงจากต้นทุนที่สูงขึ้น   อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว จะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและการปรับตัวของผู้ประกอบการ

ต่อคำถามเกี่ยวกับความหมาะสมของรัฐมนตรีทางเศรษฐกิจที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่นั้น   นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 72 เห็นว่ามีความเหมาะสมปานกลาง   จำนวนร้อยละ 20 เห็นว่าเหมาะสมมาก และร้อยละ 8 เห็นว่าเหมาะสมน้อย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้โดยตรงที่
คุณสาธิต วรรณศิลปิน กรรมการและปฏิคม สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
โทร.02-285-0618 หรือ 01-815-6993--จบ--

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: "ตลาดหุ้นไทยปีระกา เดินหน้าหลังเลือกตั้ง"

กรุงเทพฯ--18 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ จัดสัมมนา "ตลาดหุ้นไทยปีระกา เดินหน้าหลังเลือกตั้ง" โดยมี ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำก...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง