ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

กรมอนามัยโดยสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ขับเคลื่อนนโยบาย ลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ผลักดันการเข้าถึงบริการคุมกำเนิดอย่างทั่วถึง ลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในสังคม

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร วันศุกร์ที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๕:๕๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--20 ก.ย.--ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน สแตรทิจีส์

สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การวางแผนครอบครัวและสิทธิประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในสตรี พร้อมประกาศสนับสนุนค่าบริการคุมกำเนิดด้วยการใส่ห่วงอนามัยและฝังยาคุมกำเนิด เพื่อส่งเสริมให้วัยรุ่นและสตรีที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมสามารถเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ได้อย่างทั่วถึง เนื่องในวันคุมกำเนิดโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 26 กันยายนของทุกปี

นายแพทย์กิตติพงษ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยได้ประกาศนโยบายประชากร เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2513 พบว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในงานวางแผนครอบครัว โดยได้รับความร่วมมือในการดำเนินงานจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ที่ทำงานทางด้านวางแผนครอบครัว จากความสำเร็จในงานวางแผนครอบครัว ประกอบกับวิถีชีวิตของประชากรเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ทั้งหญิงและชาย มีค่านิยมที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้น จึงทำให้อัตราเพิ่มประชากรลดลง จากร้อยละ 2.7 ในปี 2513 เหลือเพียง ร้อยละ 0.2 ในปี 2562 ส่งผลให้อัตราเจริญพันธุ์รวมอยู่ในระดับต่ำ โดยผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 15 – 49 ปี มีบุตรเฉลี่ยเพียง 1.54 คน ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทน และอัตราการเกิด มีเพียง 10.5 ต่อประชากรพันคน (มหาวิทยาลัยมหิดล, 2562)

ด้วยผลลัพธ์ดังกล่าว รัฐบาลไทยจึงปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมคุณภาพของประชากร และได้จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2553-2557) โดยมุ่งหวังให้การเกิดทุกรายเป็นที่ปรารถนา ปลอดภัย และมีคุณภาพ ด้วยการส่งเสริมให้คนทุกเพศทุกวัยมีอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ดี โดยยึดหลักความสมัครใจ ความเสมอภาค และทั่วถึง เมื่อนโยบายฯ ฉบับแรกสิ้นสุดลง จึงได้จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 - 2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมให้การเกิดทุกรายมีการวางแผน มีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ และได้รับความช่วยเหลือในการมีบุตร ส่งเสริมให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ได้รับการดูแลหลังคลอดที่ดี เด็กได้รับการเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย พร้อมที่จะเรียนรู้ในช่วงวัยต่อไปอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม นอกจากปัญหาการเกิดน้อยแล้วยังพบปัญหาการเกิดที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งสถานการณ์ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ในปี พ.ศ. 2561 พบว่าวัยรุ่นอายุ 15 – 19 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยวันละ 192 คน โดยมีวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยวันละ 7 คน และในปีเดียวกันพบว่าจำนวนหญิงคลอดอายุต่ำกว่า 20 ปี มีอยู่ 72,566 ราย โดยแยกเป็นหญิงคลอดอายุระหว่าง 15-19 ปี มีจำนวน 70,181 ราย หญิงคลอดอายุต่ำกว่า 15 ปี มีจำนวน 2,385 ราย และยังพบว่าหญิงตั้งครรภ์ซ้ำและคลอดอายุต่ำกว่า 20 ปี มีถึง 6,543 ราย (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์, 2561) สำหรับปัจจัยสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นเข้าไม่ถึงบริการคุมกำเนิดและมีการตั้งครรภ์นั้นเกิดจากโรงพยาบาลไม่สามารถจัดบริการคุมกำเนิดได้หลากหลายสอดคล้องกับความต้องการของวัยรุ่น จากรายงานวิจัย เรื่องการบริหารจัดการระบบงานวางแผนครอบครัวของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2553 พบว่า โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชนที่มีการจัดซื้อเวชภัณฑ์คุมกำเนิดแบบกึ่งถาวร (ห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิด) สำหรับให้บริการมีเพียงร้อยละ 36.6 เท่านั้น รวมทั้งวัยรุ่นและคนโสดมักจะถูกตีตราจากผู้ให้บริการ (สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์, 2558)

นอกจากนี้ องค์ความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิดในกลุ่มวัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเฉพาะคำแนะนำของ American College of Obstetrics and Gynecology และราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยที่ให้คำแนะนำว่าทางเลือกแรกในการคุมกำเนิดในกลุ่มวัยรุ่นควรจะเป็นถุงยางอนามัยร่วมกับวิธีการคุมกำเนิดประเภทกึ่งถาวร ได้แก่ ห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิด เนื่องจากมีประสิทธิภาพสามารถคุมกำเนิดได้ในระยะเวลานาน 3, 5 และ 10 ปี ซึ่งสูงกว่าวิธีคุมกำเนิดที่เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นไทยคือยาเม็ดคุมกำเนิด

จากคำแนะนำดังกล่าวนี้ กรมอนามัย จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่น ด้วยการสนับสนุนค่าบริการคุมกำเนิดชนิดกึ่งถาวรด้วยการใส่ห่วงอนามัยและฝังยาคุมกำเนิดแก่วัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และในหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 20 ปีขึ้นไปในกรณีหลังยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย รวมทั้งการสนับสนุนค่าบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยให้กับสถานบริการเครือข่ายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อส่งเสริมให้วัยรุ่นและสตรีที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม สามารถเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ตามแนวทางการประชุมระหว่างประเทศเรื่องประชากรและการพัฒนา หรือ ICPD – The International Conference in Population and Development และเรื่องสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG เป้าหมายที่ 3.7.1 ที่มุ่งเน้นให้สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีความต้องการเรื่องการวางแผนครอบครัวพอใจกับการคุมกำเนิดสมัยใหม่


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

รายงานสถานการณ์ประชากรโลกประจำปี 2552: เผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก: ผู้หญิง ประชากร และสภาพภูมิอากาศ

รายงานสถานการณ์ประชากรโลกประจำปี 2552 ซึ่งเผยแพร่โดย UNFPA (กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ) ระบุว่าการวางแผนครอบครัว การบริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ และความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชาย มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศในอนาคต...

รัฐมนตรีสาธารณสุขอินโดนีเซียส่งทีมแพทย์ช่วยเหลือเหยื่อคลื่นสึนามิ

จาการ์ต้า,1 ม.ค.—แอนทาร่า/เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า กระทรวงได้ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ทีมแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์จำนวน 10 ตัน ไปยังจังหวัดนังโกร อาเซห์ ดารัสซาลัม บนพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง