ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

แอสตร้าเซนเนก้า(ประเทศไทย) ผนึก เขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธารณสุขเร่งเครื่องโครงการ Healthy Lung Thailand ยกระดับมาตรฐานสุขภาพประชาชนต่อเนื่อง

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร วันอังคารที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๕:๐๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--25 มิ.ย.--MT

แอสตร้าเซนเนก้า(ประเทศไทย)เดินหน้าสานต่อโครงการ "Healthy Lung Thailand" ล่าสุด ร่วมกับ เขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธารณสุขจัดงานประชุมวิชาการ "Healthy Lung Forum เขตสุขภาพที่ 1 ครั้งที่ 1/2562"ยกระดับการพัฒนาองค์ความรู้ และการจัดการด้านการดูแลรักษา เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต และการเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมยิ่งขึ้นสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และมะเร็งปอด พร้อมส่งเสริมสถานบริการสาธารณสุข เครือข่ายบริการสุขภาพ ให้มีการบริการที่ได้มาตรฐานเป็นสากลยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และการฝึกอบรมให้ความรู้กับบุคลากรทางการแพทย์ ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้

นพ.วสันต์ แก้ววี รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลน่าน (ผู้แทน ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 1) กล่าวในโอกาสเป็นประธานในงานHealthy Lung Forum ว่า "โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นกลุ่มของโรคปอดเรื้อรังที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก โดยความชุกของโรคพบมากที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ ในประชากรที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป จากสถิติกระทรวงสาธารณสุข ในปี 2558 พบว่ามีผู้ป่วยโรคหืดนอนรักษาในโรงพยาบาล 115,577 คน และมีผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 249,742 คน โดยประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหืดประมาณร้อยละ 7 ของประชากร และพบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอีกจำนวน 1.5 ล้านคน คาดว่าผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ประมาณร้อยละ 5 ป่วยเป็นโรคนี้1และในเขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอนภาพรวมพบผู้ป่วยโรคหืดประมาณ1,300 ต่อ 100,000 ประชากรอายุ40ปีขึ้นไปถือได้ว่าสูงสุดใน 12 เขตสุขภาพทั้งหมด และนับได้ว่าเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ ในส่วนของอัตราการกำเริบของโรคเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้น ในบางจังหวัดอยู่ที่อัตราที่สูงกว่า130 ต่อร้อยประชากรอายุ40ปีขึ้นไปซึ่งในระยะเวลา 5 เดือนจะควบคุมให้อยู่ในอัตราไม่เกิน 130 ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเนื่องจากบางจังหวัดมีผู้ป่วยที่มีการกำเริบของโรคเฉียบพลันค่อนข้างสูง ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในเขตสุขภาพที่1 มีปัจจัยที่หลากหลาย อาทิ การสูบบุหรี่ การสูบควันพิษ เรื่องการเผาป่าเพื่อนำพื้นที่มาทำการเกษตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิกฤตมลพิษทางอากาศที่ภาคเหนือพบมาอย่างยาวนานและเรื้อรัง หรือแม้แต่การทำการเกษตรที่ต้องย้ายพื้นที่อยู่เรื่อย ๆ เช่น การปลูกข้าวโพด อีกทั้งยังมีการเผาป่าจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งควันพิษจากรถยนต์ อุตสาหกรรมโรงงาน โครงการก่อสร้างต่างๆ จึงส่งผลให้หลายๆ พื้นที่ในเขตภาคเหนือ รวมถึงเขตสุขภาพที่ 1 ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันที่เกินค่ามาตรฐาน อย่างฝุ่นละออง PM2.5ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบทางตรงลำดับแรกคือผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมสู่กระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจและปอด ส่วนผลกระทบในระยะยาวอาจทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาหรืออาจกลายเป็นโรคภัยร้ายแรงในที่สุด ซึ่งจากสถานการณ์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานในบางพื้นที่ของภาคเหนือ รวมถึงในเขตสุขภาพที่ 1 จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีการดำเนินการอย่างจริงจังภายในหน่วยงาน และร่วมกับทุกภาคส่วนดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในทุกพื้นที่ ในส่วนเขตสุขภาพที่ 1 ก็ได้มีการร่วมรณรงค์ในการให้ความรู้ในเรื่องของ PM 2.5 เพื่อลดการเกิดโรค มุ่งเน้นการสื่อสารและสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมถึงแนะนำการป้องกัน"

นพ.วสันต์กล่าวเพิ่มเติมว่า "ในส่วนแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังในเขตสุขภาพที่ 1 ในปีที่ผ่านมา ทางเขตสุขภาพที่ 1 ได้มุ่งเน้นไปที่การตรวจวินิจฉัยของโรคให้ถูกต้องโดยการตรวจด้วยเครื่อง Spirometry ซึ่งก็จะพยายามให้มีเครื่องนี้ในทุกโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 1 นอกจากนี้ผู้ตรวจต้องมีความรู้ความชำนาญได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะ ซึ่งทางเขตฯ ได้มีแผนฝึกอบรมแบบคู่ขนานโดยส่งบุคลากรไปอบรมกับทางสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยฯ ซึ่งในแต่ละปีสามารถทำได้ประมาณ 10 คน และมากที่สุด 20 คน เนื่องจากต้องใช้งบประมาณที่มากพอสมควร หรือการอบรมกันเองโดยติดต่อไปยังบริษัทเอกชนนำเครื่องมาติดตั้งและให้บุคลากรในโรงพยาลใหญ่ที่มีความรู้ความชำนาญมาถ่ายทอดให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการให้บริการแบบเชิงรุกโดยการลงพื้นที่ตรวจสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 1 เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา และระบบบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน ง่ายต่อการประเมินวินิจฉัย และการรักษา อีกทั้งยังสร้างความสะดวกและรวดเร็วทั้งนี้หากในเขตสุขภาพที่ 1 สามารถเข้าถึงยา หรือวัคซีนต่างๆ และมีบุคลากรที่มีความสามารถ ได้รับการอบรมอย่างถูกต้อง และมีเครื่องตรวจ Spirometryที่พร้อมกว่า 80% ภายในปีนี้จะถือว่าบรรลุตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ"

"ทั้งนี้การสนับสนุนต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ในเขตสุขภาพที่ 1ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนโดยเฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์อย่าง เช่น โครงการ "Healthy Lung Thailand" โดย บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) ที่มีส่วนช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งการสนับสนุนทุนแก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ ในการเพิ่มศักยภาพการตรวจวินิจฉัย การรักษาโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังภายใต้กิจกรรมให้ความรู้และฝึกอบรมด้านวิชาการเพิ่มองค์ความรู้ในการรักษาโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง อีกทั้งการสนับสนุนการตรวจโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เช่นการจัดบริการการตรวจประเมินสมรรถภาพการทำงานของปอดให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอีกด้วย นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้สถานบริการสาธารณสุขระดับชุมชนมีการบริการที่ได้มาตรฐาน นำไปสู่การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านผู้ป่วยก็สามารถเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งยังมีความสะดวก รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกด้วย" นพ.วสันต์กล่าวทิ้งท้าย

อนึ่ง โครงการ Healthy LungThailandถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Healthy Lung Asia โดยมีแผนการดำเนินงานภายใต้กรอบแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ 1) ความร่วมมือกับหน่วยงานในภาคส่วนต่างๆ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และให้ความสำคัญต่อโรค 2) การเสริมสร้างศักยภาพและการเข้าถึงการบริการ และ 3) การสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อนำไปสู่พัฒนาการด้านการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายในการรณรงค์และอบรมเสริมความรู้ในเรื่องโรคมะเร็งปอดให้กับบุคลากรทางการแพทย์กว่า 8,000 คน เพื่อทราบถึงปัจจัยเสี่ยงแนวทางป้องกัน การวินิจฉัยและแยกแยะระหว่างโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคมะเร็งปอดได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ โครงการฯ ยังมีเป้าหมายในการสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ 5 ปี ซึ่งจะให้ความสำคัญกับโรคมะเร็งและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เพื่อที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อให้ได้ในอัตราร้อยละ 25


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

สัมมนา "เรียนรู้...สู้มะเร็งปอด"

เนื่องในโอกาสเดือนพฤศจิกายน เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต่อต้านโรคมะเร็งปอด สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ร่วมกับ บริษัท แอสตร้า เซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ขอเชิญผู้สนใจร่วมฟังการเสวนา “เรียนรู้...สู้มะเร็งปอด” รอบรู้ยุทธวิธีดูแลรักษาสุขภาพป้องกันมะเร็งปอด ก...

ภาพข่าว: งานประชุมวิชาการประจำปี 48

กรุงเทพฯ--2 ส.ค.--นิวส์ เพอร์เฟค คอมมิวนิเคชั่น ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมอนามัยเจริญพันธุ์(ไทย) และ ชมรมเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แห่งประเทศไทย โดยนพ.สุวชัย อินทรประเสริฐ นายกสมาคมฯ และ ศ.นพ.แสงชัย พฤทธิพันธุ์ รองประธานชมรมฯ ให้เกียร...

รัฐมนตรีสาธารณสุขอินโดนีเซียส่งทีมแพทย์ช่วยเหลือเหยื่อคลื่นสึนามิ

จาการ์ต้า,1 ม.ค.—แอนทาร่า/เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า กระทรวงได้ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ทีมแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์จำนวน 10 ตัน ไปยังจังหวัดนังโกร อาเซห์ ดารัสซาลัม บนพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง