ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เลขา สพฉ.เสียใจวิศวกรโยธา กรมทางหลวงวูบเสียชีวิต เปิดสถิตินำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินภาวะโรคหัวใจตั้งแต่ปี 60 ถึงปัจจุบัน กว่า 3 แสนราย

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๕:๓๒ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--11 ต.ค.--สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669

เลขา สพฉ.เสียใจกรณี วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวงวูบและเสียชีวิตขณะออกรายการโทรทัศน์ ระบุโรคหัวใจเป็นการเจ็บป่วยฉุกเฉินในลำดับต้นๆที่คร่าชีวิตคนไทย พร้อมเปิดสถิติการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยภาวะโรคหัวใจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบันมีกว่า 3 แสนราย แนะประชาชนหมั่นสังเกตอาการตนเองหากพบความผิดปรกติให้รีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษา พร้อมจัดทำคลิปวีดีโอเผยแพร่ให้ประชาชนเรียนรู้ขั้นตอนในการทำ CPR และการใช้งานเครื่อง AED ที่ถูกต้อง ระบุหากช่วยถูกวิธีจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ป่วยได้มาก 50-60 เปอร์เซ็นต์

จากกรณีที่ นายนิวัฒน์ สุรโชติเกรียงไกร วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง หมดสติขณะที่ร่วมรายการสถานีประชาชนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวานที่ผ่านมานั้น ล่าสุดวันนี้เรืออากาศเอกนายแพทย์ อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนขอแสดงความเสียใจต่อญาติของผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ด้วย ซึ่งหากประเมินจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนคิดว่าภาวะอาการป่วยของคุณนิวัฒน์ที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากภาวะทางหัวใจที่ทำงานผิดปรกติซึ่งจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ค่อนข้างเร็ว ทั้งนี้โดยธรรมชาติของมนุษย์เรานั้นอัตราการเต้นของหัวใจจะอยู่ที่ 60-100 ครั้งต่อนาที ซึ่งเป็นการเต้นในจังหวัดปรกติ และถ้ามีเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดที่จะทำให้การเต้นของหัวใจผิดปรกติ อาทิมีหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน ที่ทำให้เกิดอัตราการเต้นของหัวใจผิดปรกติ อาการในช่วงแรกๆ ของคนที่เป็นจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกหรือมีอาการใจสั่น ซึ่งถ้าหากเป็นไม่รุนแรงก็จะมีเวลาในการบอกคนข้างๆ หรือบอกเพื่อนๆ ให้พาไปหาหมอ แต่ถ้าหากบางคนมีอาการรุนแรงหรือเลือดไปอุดตันที่เส้นเลือดใหญ่ของหัวใจ อาการจะเกิดขึ้นเฉียบพลัน ซึ่งลักษณะอาการแบบนี้จะทำให้เกิดภาวะที่ทำให้หัวใจล้มเหลวและจะทำให้สมองขาดเลือดก็จะทำให้เกิดอาการหมดสติ

"การเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจนั้นเป็นการเจ็บป่วยในอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตของคนไทยซึ่งจากสถิติการนำส่งผู้ป่วยด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือภาวะเจ็บแน่นทรวงอก เจ็บแน่นหัวใจ หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านหัวใจนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้นำส่งผู้ป่วยไปแล้วมากถึง305,313 ราย ดังนั้นเมื่อเราพบเห็นผู้ป่วยด้วยอาการของโรคหัวใจหรือผู้ป่วยที่มีอาการภาวะหัวใจขาดเลือดเราต้องช่วยให้เร็วที่สุด เพราะโดยปรกติแล้วสมองของคนเราจะขาดออกซิเจนได้ไม่เกิน 4 นาที ซึ่งภายใน 4 นาทีจะต้องได้รับการช่วยเหลือหรือการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งเมื่อพบคนหมดสติ ให้ประเมินด้วยการปลุกเรียกและดูการหายใจ หากหมดสติไม่หายใจ ให้โทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 ระหว่างนี้ให้ทำการปั้มหัวใจผู้ป่วยทันที ขั้นตอนคือวางส้นมือประสานกันบนกลางหน้าอกระหว่างหัวนมสองข้าง กดลงไปให้ลึกประมาณ 5-6 เซนติเมตร ต่อเนื่องที่อัตราเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที จนกว่ารถกู้ชีพจะมาถึง นอกจากนี้ให้สอบถามว่าบริเวณนั้นมีเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ AED หรือไม่ หากมีให้นำมาใช้ร่วมกับการทำ CPR โดยทำการแปะแผ่นนำไฟฟ้าและกดช๊อตไฟฟ้าตามคำแนะนำของเครื่อง AED " เรืออากาศเอก นพ.อัจฉริยะกล่าว

เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ร่วมกับสมาคมแพทย์โรคหัวใจรณรงค์ให้มีการติดตั้งเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) โดยในปีพ.ศ. 2558 คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินได้ประกาศให้เครื่อง AED เป็นเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้นเลยทำให้การขับเคลื่อนเรื่องนี้ทำได้มากขึ้นและเร็วขึ้นซึ่งขณะนี้จำนวนของเครื่อง AED ที่สพฉ.ได้รณรงค์และกระจายการติดตั้งไปในพื้นที่สาธารณะไว้เป็นจำนวนมากซึ่งหากเราใช้เครื่อง AED ร่วมกับการทำ CPR ที่ถูกวิธีจะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินได้มากขึ้น

เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้ประชาชนป่วยด้วยโรคหัวใจมากขึ้น เนื่องจากมีความเครียด ไม่มีเวลาพักผ่อน การรับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่ออกกำลังกาย และใช้เวลาอยู่กับการทำงานค่อนข้างมาก ซึ่งความเครียดจะกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้น หัวใจบีบตัวและเต้นเร็วขึ้น หรืออาจส่งผลให้การเต้นของหัวใจผิดปกติ ทำให้เลือดมีความหนืดเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีไขมันในเลือดสูงและเกิดอุดตันหลอดเลือดได้ง่าย อีกทั้งอาจะทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน หรือที่เรียกหัวใจวายได้ด้วย สำหรับผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคหัวใจ สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้คือ จุกเสียดแน่นตรงกลางหน้าอก อึดอัด หายใจไม่สะดวกเหมือนมีอะไรมีบีบรัด หรือกดทับ อาจปวดร้าวไปที่คอ แขนซ้าย หรือกราม ร่วมกับอาการคลื่นไส้ เหงื่อออกท่วมตัว อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อออกกำลังกาย หรือทำงานหนักๆ แต่ถ้าหลอดเลือดหัวใจตีบมาก อาการแน่นหน้าอกอาจรุนแรง และอาการไม่ดีขึ้น แม้หยุดพักจนเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือหัวใจอาจหยุดเต้นอย่างกะทันหันได้หากใครมีอาการดังกล่าวเหล่านี้หรือพบเห็นคนใกล้ตัวมีอาการดังกล่าวนี้ให้รีบโทรหาสายด่วน 1669 เพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ทั้งนี้ เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะ แนะนำให้ทุกคน เรียนรู้ขั้นตอนในการทำ CPR และการใช้งานเครื่อง AED สพฉ.ได้จัดทำคลิปวีดีโอประชาสัมพันธ์ไว้โดยประชาชนสามารถคลิกรับชมคลิปวีดีโอได้ที่ลิงค์ดังกล่าวนี้ https://www.youtube.com/watch?v=-BrFVo1tdw0&t=23s หรือคลิกรับชมได้ที่แฟนเพจสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ https://www.facebook.com/pg/niem1669/videos/?ref=page_internal


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

อบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "สู่เส้นทางครูชำนาญการพิเศษและครูเชี่ยวชาญ"

พิเศษสุดสำหรับคุณครูผู้รักการสอนสาระนาฏศิลป์ทุกระดับ และรักที่จะพัฒนาความก้าวหน้าให้ตนเอง เชิญลงทะเบียนอบมรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "สู่เส้นทางครูชำนาญการพิเศษและครูเชี่ยวชาญ" 2 วัน (เต็ม) เท่านั้น วันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2549 ณ โรงแรมกานต์มณี ถ.ประดิพัทธ์ สะ...

สปส.เตือนประสบอุบัติเหตุ/เจ็บป่วยฉุกเฉินต่างประเทศเบิกได้หายห่วง

กรุงเทพฯ--24 เม.ย.--สำนักงานประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม ได้กำหนดแนวปฏิบัติการพิจารณาสั่งจ่ายประโยชน์ทดแทน กรณีผู้ประกันตนประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินในระหว่างอยู่ต่างประเทศ สามารถนำหลักฐานมาเบิกคืนได้ภายใน 1 ปี ตามหลักเกณฑ์ความคุ้มครองภายใน 72 ช...

จีเอ็มเอ็ม มีเดีย คาดยอดขายปีนี้ทะลุหลัก 2,000 ล้าน เดินหน้าสู่ปี 2005 กับ 6 รายการวิทยุ+14 รายการโทรทัศน์

กรุงเทพฯ--10 ม.ค.--เอไทม์ มีเดีย จีเอ็มเอ็ม มีเดีย คาดยอดขายปีนี้ทะลุหลัก 2,000 ล้าน เดินหน้าสู่ปี 2005 กับ 6 รายการวิทยุ+14 รายการโทรทัศน์ พร้อมแจกของขวัญปีใหม่ SMS 3 เดือน 3 ล้านบาท!! จีเอ็มเอ็ม มีเดีย ประมาณการณ์ยอดขายปีนี้ทะลุหลัก 2,000 ล้านบาท ประกาศ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง