ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เปิดนวัตกรรม Smart Living สร้างเมืองอัจฉริยะเชื่อมระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อลดการตายการเจ็บของประชาชนไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร วันจันทร์ที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๐๙:๒๐ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--10 ก.ย.--สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

ปัจจุบันประเทศไทยของเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าประเทศไทยมีสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวมเร็วและต่อเนื่องโดยในปีพ.ศ. 2537 มีจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 6.8 ของประชากรทั้งประเทศ และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนการสำรวจล่าสุดพบจำนวนของประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ14.9 ของประชากรทั้งหมด นอกจากนี้เรายังมีจำนวนผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงที่เป็นประชากรกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ในงานประชุมวิชาการภาคประชาชนครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ "ยุทธศาสตร์ตำบลปลอดภัย หัวใจการแพทย์ฉุกเฉิน" ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ที่นอกจากจะมีการพูดคุยในเวทีวิชาการแล้วยังได้มีการนำเสนอวัตกรรรมที่เกี่ยวกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อใช้ลดอัตราของการบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชนในทุกวัยรวมถึงผู้สูงอายุและประชากรกลุ่มเปราะบางต่างๆด้วย

และหนึ่งในนั้นก็คือนวัตกรรม "Thailand Smart Living" ซึ่งเป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและดูแลผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุที่ภาวะติดเตียง คนพิการ หรือประชากรกลุ่มเปราะบาง โดย รศ.วิรุฬห์ ศรีบริรักษ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา หัวหน้าโครงการและผู้คิดค้น นวัตกรรมThailand Smart Living ระบุถึงที่มาที่ไปขอนวัตกรรมชิ้นนี้ว่า "โครงการนวัตกรรม Thailand Smart Living คือโครงการที่เกิดขึ้นจากการมองเห็นถึงปัญหาทางสังคมโดยได้หยิบยกเอาปัญหาคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้สูงอายุหรือประชากรกลุ่มเปราะบางต่างๆ ซึ่งช่วยเหลือตนเองไม่ได้และไร้คนดูแล โดยกลุ่มประชากรดังกล่าวมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจะต้องดึงประเด็นปัญหาสังคมตรงส่วนนี้ออกมา เมื่อเรารู้ว่าสังคมมีความต้องการในเรื่องใด หรือประสบปัญหาอะไรอยู่ เราก็จะต้องมาช่วยกันแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งหากเราช่วยกันแก้ไขปัญหาได้ก็จะสามารถสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชากรในประเทศของเราทุกวัยได้ "อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพากล่าว

สำหรับรูปแบบนวัตกรรมของระบบ "Thailand Smart Living" นั้นจะเน้นเรื่องของการสร้างระบบการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชากรกลุ่มเปราะบางต่างๆ ในเมืองหรือในชุมชนที่ไม่สามารถพึ่งพิงตนเองได้ผ่านรูปแบบการทำงานแบบ Smart Public Healthcare ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลทั้งเทศบาลเมือง โรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลเอกชน คลินิกชุมชนหรือคลินิกเอกชน โดยในระบบ Smart Public Healthcare จะประกอบไปด้วย ระบบติดตามและแจ้งเตือนผู้สูงอายุภายในบ้านผ่านสายรัดข้อมืออัจฉริยะที่คอยเก็บข้อมูลและรายงานกิจวัตรประจำวัน พร้อมทั้งอุปกรณ์ในสายรัดข้อมืออัจฉริยะจะเรียนรู้รูปแบบการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน ตรวจนับการออกนอกพื้นที่พักอาศัยเพื่อป้องกันการพลัดหลง และแจ้งเตือนเมื่อเกิดอุบัติเหตุหกล้มหรือต้องการขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังครอบครัวหรือผู้ดูแลเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ในระบบระบบ Smart Public Healthcare จะมีอุปกรณ์เกตเวย์ประจำบ้าน ที่จะเป็นอุปกรณ์รับสัญญาณจากสายรัดข้อมือ พร้อมทั้งติดตามกิจกรรมปุ่มขอความช่วยเหลือไร้สาย หรือตัวทวนสัญญาณอื่นๆ ที่อยู่ภายในพื้นที่และส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ดังกล่าวไปยังระบบ Cloud บนอินเตอร์เน็ต เพื่อทำการวิเคราะห์และรายงานสถานะบนระบบดาต้าเบสและแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นโทรศัพท์ฉุกเฉินเพื่อติดต่อกับหน่วยงานที่ดูแลผู้ใช้บริการสามารถรับข้อมูลจากอุปกรณ์รัดสายข้อมือติดตามกิจกรรมและปุ่มขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้แล้วในระบบยังมีปุ่มขอความช่วยเหลือไร้สาย เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับติดตั้งไว้ในที่พักอาศัยใช้สำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มประชากรเปราะบางขอความช่วยเหลือโดยอุปกรณ์จะทำงานโดยการกดที่ตัวอุปกรณ์หรือดึงสายกระตุกที่ห้อยจากตัวอุปกรณ์ซึ่งจะทำให้เกิดการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังเบอร์ที่ได้กำหนดไว้อาทิเบอร์สายด่วน 1669 หรือเบอร์ญาติ

ทั้งนี้ความน่าสนใจนอกจากอุปกรณ์เทคโนโลยีไฮเทคต่างๆแล้ว รูปแบบการทำงานของ Smart Public Healthcare ยังมีระบบติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ ซึ่งจะมีการแสดงข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งและใช้งานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถติดตามและเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่ผิดปรกติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าให้การช่วยเหลือในกรณีมีเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงทีด้วย

ขณะที่ นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าวว่า โครงการ "ด้วยความทันสมัยของนวัตกรรม "Thailand Smart Living"ผ่านเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ ผมเชื่อว่าจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ ซึ่งระบบของนวัตกรรม Thailand Smart Living" อยู่ในระหว่างการทดลองเชื่อมโยงการทำงานในระบบสายด่วน 1669 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งหากประสบผลสำเร็จเราจะกระจายติดตั้งให้กับท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศไทยได้ใช้ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของสพฉ.เองก็ได้พยายามพัฒนาระบบในการแจ้งเหตุให้ตอบรับกับยุค 4.0 ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแอพพลิเคชั่นที่ให้ประชาสามารถแจ้งเหตุได้ และเรายังพัฒนาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภารรัฐอื่นๆอีกหลายหน่วยงานซึ่งในอนาคตประชาชนจะสามารถแจ้งเหตุผ่านวีดีโอคอลได้อีกช่องทางหนึ่งด้วยเช่นกัน"รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าว


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

อัตราสูบบุหรี่ลด เข้มรณรงค์ต่อเนื่อง

ทั้งนี้จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระหว่างปี 2534-2549 พบว่า จำนวนและอัตราการสูบบุหรี่เป็นประจำของคนไทยลดลงเป็นลำดับจาก 11.67 ล้านคน เหลือ 9.54 ล้านคน ในขณะที่กรุงเทพมหานครมีอัตราการสูบบุหรี่ปี 2549 คิดเป็นร้อยละ 13.9 ซึ่งลดลงจากเดิมร้อยละ 32.33 โดย...

หน่วยปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินของเซิร์ฟเอดเผย ต้องการเงินเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเกาะนีอาส อินโดนีเซีย

ควีนส์แลนด์, 7 ม.ค.--เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเกาะนีอาสและเกาะรอบๆ เป็นผู้ที่อยู่ท่ามกลางความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. นีอาสตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันตกของเกาะสุมาตราตอนเหนื...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง