ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เช็คความพร้อมตรวจก่อนแต่งให้มั่นใจไร้กังวล

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร วันอังคารที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๐:๐๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--24 ม.ค.--มีเดีย
โดย แพทย์หญิง นิศานาถ บุญอิ้งสูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า

การแต่งงานเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตคู่อย่างเป็นทางการตามประเพณี และบอกให้รู้ว่าคู่รักจะต้องรับผิดชอบชีวิตของกันและกันให้ดีและมีความสุขมากที่สุด การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของวิธีการที่จะทำให้คู่รักมีความสุข ตรวจหัวใจของตนเองให้แน่ชัด ตรวจทานอุปนิสัยทั้ง ด้านดีและไม่ดี ตรวจความพร้อมทางอารมณ์ และจำต้องตรวจสุขภาพร่างกายด้วย

แพทย์หญิง นิศานาถ บุญอิ้ง สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคู่รักที่วางแผนสร้างครอบครัวและอยากมีลูก เพราะจะทำให้ได้รู้เท่าทันว่าฝ่ายใดมีโรคที่จะสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่เจ้าตัวเล็กที่จะเกิดมาในอนาคต หรือฝ่ายใดมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจจะยังไม่ปรากฏอาการให้เห็น อย่าคิดว่าเป็นการไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพราะการตรวจทั้งหมดนี้ก็เพื่อคนที่คุณรักและตัวคุณเอง เพราะถ้าหากพบความผิดปกติจะได้หาทางรักษา และป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ประกอบไปด้วยการซักประวัติ ตรวจร่างกายโดยแพทย์และการตรวจเลือด การซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาว่าผู้เข้ารับการตรวจมีปัญหาสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคใดๆ อยู่บ้าง และแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อหาความผิดปกติของร่างกาย ถ้าพบความผิดปกติ จะได้เลือกการตรวจเพิ่มเติมที่เหมาะสมต่อไป แต่ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายมีประวัติสุขภาพและการตรวจร่างกายทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรได้รับการตรวจเลือด ดังนี้ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด(CBC) เป็นการตรวจวัดเซลล์ต่างๆ ในเลือดประกอบไปด้วย เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ตรวจหมู่โลหิตทั้งในระบบเอ บี โอ(ABO system) และระบบอาร์เอช(Rh system) ที่สำคัญคือหมู่โลหิตระบบ อาร์เอช(Rh system) โดยทั่วไปคนไทยจะเป็นอาร์เอชบวก(Rh positive) แต่บางคนก็อาจพบได้ว่ามีชนิดอาร์เอชลบ(Rh negative) ซึ่งถ้าฝ่ายว่าที่คุณแม่มีเลือดเป็นอาร์เอชลบ(Rh negative) เมื่อตั้งครรภ์อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการแท้งลูกหรือมีปัญหาต่อทารกในครรภ์ได้ ถ้าทราบก่อนก็จะทำให้สามารถวางแผนการดูแลรักษาขณะตั้งครรภ์เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาต่อทารกในครรภ์และลูกคนถัดไป ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ ตรวจหาเชื้อเอชไอวี (Anti HIV) เป็นการตรวจหาว่ามีภูมิคุ้มกันต้านทานต่อ ไวรัสเอชไอวีเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าเลือดผู้ป่วยมีภูมิต้านทานเกิดขึ้น เรียกว่าเลือดบวกต่อการตรวจภูมิต้านทานต่อไวรัสเอชไอวี แสดงว่าผู้ป่วยได้รับการติดเชื้อมาแล้ว ตรวจหาเชื้อซิฟิลิส การตรวจ VDRL เป็นการตรวจหาการติดเชื้อซิฟิลิสในร่างกาย แต่การตรวจนี้ไม่ได้ยืนยันการติดโรคซิฟิลิส เพราะ VDRL มีผลบวกนั้นมีผลมากจากภาวะต่างๆของ ร่างกายได้หลายอย่าง ถ้าตรวจ VDRL ได้บวก แพทย์ต้องตรวจยืนยันการติดเชื้อซิฟิลิสอีกครั้ง ด้วยการตรวจ FTA-ABS หรือ TPHA หากพบว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีการติดเชื้อ จะได้รับการรักษาก่อนแต่งงานแล้วก็สามารถหายขาดได้และไม่มีการติดต่อไปยังอีกฝ่าย ซึ่งโดยส่วนมากมักวินิจฉัยได้จากการตรวจเลือดมากกว่าอาการที่ปรากฏ ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (hepatitis B profile) เป็นการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและภูมิคุ้มกัน หากพบว่ามีเชื้อแสดงว่าเป็นพาหะนำโรค ซึ่งสามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์และเลือด ถ้าฝ่ายหญิงที่มีเชื้อไวรัสตัวนี้ จะมีโอกาสถ่ายทอดไปสู่ลูกน้อยในครรภ์ ถ้าทารกไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเมื่อแรกคลอดก็อาจทำให้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรังได้ ถ้าตรวจพบว่ายังไม่มีการติดเชื้อแต่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ แพทย์จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันตามความเหมาะสมต่อไป ตรวจหาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (Rubella IgG) ในฝ่ายหญิงซึ่งโดยทั่วไปจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน ตั้งแต่ในวัยเด็กแล้ว แต่ถ้าตรวจพบว่ายังไม่มีภูมิคุ้มกัน ควรฉีดวัคซีนและคุมกำเนิดไว้อย่างน้อยหนึ่งถึงสามเดือน เพราะหากว่ามีการติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมันขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ มีโอกาส ที่ทารกจะแท้ง หรือเกิดความพิการ เช่น สมองเล็ก หูหนวก ตาบอด ลิ้นหัวใจรั่ว ตัวเล็กหรืออาจรุนแรงถึง ขั้นตายก่อนคลอด ตรวจหาความผิดปกติของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง(Hemoglobin Typing) ว่ามีความผิดปกติของโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียหรือไม่ ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

การที่ต้องตรวจหาโรคนี้เนื่องจากสถิติพบว่ามีคู่แต่งงานที่ทั้ง 2 ฝ่าย มีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีอาการผิดปกติใดๆมาก่อน จึงทำให้ไม่ทราบว่าตนเองทั้งคู่นั้น ต่างก็เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย แต่เมื่อมีลูก กลับพบว่าลูกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ซึ่งอาจจะส่งผลตั้งแต่ตั้งครรภ์ เช่น แท้ง เสียชีวิตก่อนคลอด ทารกบวมน้ำ หรือบางชนิดหากมีชีวิตรอดก็ต้องได้รับการถ่ายเลือดตลอดชีวิต มีการเจริญเติบโตช้า ติดเชื้อง่าย มีชีวิต ไม่ยืนยาว ซึ่งถ้าตรวจพบก่อนว่าคู่แต่งงานใดที่เป็นคู่ที่เสี่ยงจะมีลูกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง สูตินรีแพทย์จะได้ทำการให้คำปรึกษาและวางแผนก่อนการตั้งครรภ์ได้อย่างเหมาะสม

การตรวจก่อนแต่งงานนี้ ก็เพื่อประโยชน์ในการวางแผนสร้างครอบครัว และสร้างความมั่นใจให้กับคู่สามีภรรยาที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ด้วยสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพจิตใจที่เบิกบาน พร้อมที่จะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เจ้าสาวหมาดๆ คุณนลินทร์ วนาสิน พาเยี่ยมชมสปาเพื่อสุขภาพแห่งใหม่หลังโรงพยาบาลพระรามเก้า

เจ้าสาวหมาดๆ คุณนลินทร์ วนาสิน พาเยี่ยมชมสปาเพื่อสุขภาพแห่งใหม่หลังโรงพยาบาลพระรามเก้า ศูนย์รวมเรื่องสุขภาพและความงามจากภายในแห่งใหม่ล่าสุดในกรุงเทพ นั่งคุยกับคุณอนุรุธ ว่องวานิช ทายาทรุ่นที่สามแห่งบริษัทอังกฤษตรางู ผู้ผลิตแป้งเย็นตรางูยอดนิยมและกำลัง...

นมผงเอส 26 โปรเกรส โกลด์ ร่วมฉลองวาเลนไทน์

นมผงเอส 26 โปรเกรส โกลด์ ร่วมฉลองวาเลนไทน์ เติมความหวานให้กับชีวิตคู่กับโครงการ “รี-ฮันนีมูน” หวนคืนสู่วันวาน ไม่ใช่เรื่องง่ายนักกับการใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขยิ่งในสภาพเศรษฐกิจ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างในปัจจุบัน และมีปัจจัยต่างๆ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง