ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

โรคอ้วนในเด็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร วันจันทร์ที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ๑๗:๓๑ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--4 พ.ค.--โรงพยาบาลสมิติเวช

เกณฑ์การตัดสินภาวะอ้วนในเด็กทำได้ยากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กเป็นวันที่กำลังเจริญเติบโต มีน้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้นตลอด ปัจจุบันตัวชี้วัดความอ้วนที่นิยมใช้กันในเด็กคือน้ำหนักตัวที่เหมาะสมกับความสูงนั้นๆ (Weight for Height) และมวลดัชนีกาย (Body Mass Index หรือ BMI) ซึ่งคำนวณได้จากน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง (ก.ก./ตารางเมตร2) ผู้ใหญ่จะถือว่ามีภาวะน้ำหนักเกิน (Overweight) เมื่อ BMI มีค่าเกิน 25 และ จะอ้วนเมื่อ BMI เกิน 90 โดยปกติทั้งเด็กชายและหญิงจะมี BMI เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามวัย โดยมีค่าต่ำสุดในช่วง 13.5-18 กก./ตารางเมตร 2 ระหว่างอายุ 4-6 ขวบ หลังจาก BMI จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในประเทศไทยเราถือว่าเด็กอ้วนเมื่อน้ำหนักตัวที่เหมาะสมกับความสูงนั้นๆ มีค่าเกิน 120 % ของปกติส่วนในบางประเทศ เช่น อเมริกา ถือเกณฑ์เด็กอ้วนเมื่อ BMI เกิน 95%ของค่าปกติในช่วงอายุนั้นๆ เป็นที่น่าเสียดายว่าปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีกราฟมาตรฐานของ BMI ในแต่ละช่วงอายุ ดังนั้นเมื่อผู้ปกครองสงสัยว่าลูกจะอ้วนหรือเปล่าควรให้กุมารแพทย์เป็นผู้ประเมิน เพื่อวินิจฉัยหรือส่งต่อให้แพทย์เฉพาะทางประเมินและรักษาต่อไป

ปัจจุบันเด็กไทยประมาณ 14-15% เป็นเด็กอ้วนซึ่งสาเหตุหลักๆในเด็กพบว่า 95% เกิดจากได้รับพลังงานจากอาหารเกินกว่าที่ร่างกายไป ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง เช่น ประวัติอ้วนในครอบครัวพบว่าเด็กมี่มีพ่อหรือแม่อ้วนจะมีโอกาสเป็นเด็กอ้วนเพิ่มขึ้น 4-5 เท่าเทียบกับเด็กปกติแต่จะเพิ่มขึ้นเป็น 13 เท่า ถ้าทั้งพ่อและแม่อ้วน อย่างไรก็ตามยังมีโรคอ้วนในเด็กอีกส่วนหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เช่นภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนหรือ Growth hormone, โรค Cushing’s syndrome, ความผิดปกติของการหลั่งอินซูลิน, ภาวะพร่องหรือดื้อต่อฮอร์โมนเลปติน (Leptin) หรือโรคทางพันธุกรรมบางอย่างที่มีภาวะอ้วนเป็นหนึ่งในอาการแสดงของโรค เช่น Prader – Willi Syndrome

เด็กกลุ่มที่เสียงต่อโรคอ้วนคือ เด็กที่แรกเกิดมีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยกว่าปกติ, เด็กที่มีพ่อแม่อ้วน, เด็กที่มีเริ่มอ้วนตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นผู้ใหญ่อ้วนมากขึ้น นอกจากนี้โภชนาการเกินในวัยทารกเป็นอีกปัจจัยหนึ่งพบว่า ทารกที่กินนมผสมจะมีโอกาสเป็นเด็กอ้วนได้ง่ายกว่าเด็กที่กินแต่นมแม่ และเด็กที่กินนมแม่เป็นระยะเวลานานจะมีโอกาสเป็นเด็กอ้วนได้น้อยกว่าเด็กที่กินนมเพียงระยะเวลาสั้นๆ

แค่ไหนถือว่าอ้วน
ผลกระทบหรือภาวะแทรกซ้อนในเด็กอ้วน

ผลกระทบที่สำคัญที่สุดคือการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วนในต่างประเทศมีการศึกษาพบว่าผู้ใหญ่อ้วนมากๆ จะมีอายุสั้นกว่าปกติถึง 5-20 ปี ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย ในเด็กอ้วนคือความผิดปกติของข้อที่รับน้ำหนักมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเข่า นอกจากนี้บางคนยังนอนกรนหรือหยุดหายใจตอนกลางคืนจากภาวะทางเดินหายใจถูกอุดกั้นซึ่งถ้าเป็นเรื้อรังโดยไม่ได้แก้ไขอาจเกิดภาวะหัวใจวายตามมาได้ นอกจากนี้ยังอาจเป็นโรคเบาหวาน ( Type 2 Diabetes) ซึ่งปัจจุบันเริ่มพบในเด็กอายุน้อยลงเรื่อยๆ คนอ้วนบางรายอาจมีผิวหนังบริเวณคอ, รักแร้ , ขาหนีบ ข้อพับดำคล้ำ (Acanthosis Nigricans) ซึ่งเกิดจากภาวะฮอร์โมนอินสุลินในเลือดสูง สีคล้ำดูเผินๆ เหมือนขี้ไคล แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ไม่สามารถทำให้จางลงได้ด้วยการขัดถูหรือทาครีมรักษา แต่จะจางลงได้เมื่อลดน้ำหนัก ผิวหนังสีคล้ำนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าถ้าไม่ลดน้ำหนัก ในที่สุดเด็กคนนั้นก็จะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานสูงในอนาคต โดยอาจมีอาการเริ่มต้นคือกินจุแต่ผอมลง หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย บางรายอาจรดที่นอนตอนกลางคืน ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจพบได้คือไขมันในเลือดสูง ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าดีขึ้นเมื่อลดน้ำหนัก มีเพียงร้อยรายที่จำเป็นต้องทานยารักษา ภาวะไขมันแทรกในตับ (Fatty liver) ก็เป็นอีกภาวะหนึ่งที่พบได้ในเด็กอ้วนที่มีไขมันในเลือดสูง ภาวะนี้อาจหายได้เช่นกันเมื่อลดน้ำหนัก

วิธีการรักษาและแก้ไข

ปัจจุบันยาลดความอ้วนในเด็กยังมีที่ใช้น้อยมากและมีข้อบ่งชี้ในโรคอ้วนบางอย่างเท่านั้น ดังนั้นในเด็กส่วนใหญ่จะเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นหลัว ในเด็กเล็ก การควบคุมน้ำหนักเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ได้ โดยอาศัยหลักการว่าเมื่อเด็กโตขึ้น ส่วนสูงเพิ่มขึ้นทำให้ BMI ลดลง ส่วนในเด็กโตหรือวัยรุ่น การควบคุมน้ำหนักอาจไม่พียงพอ ต้องลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย

ในแง่ของอาหาร การดื่มน้ำอัดลมหนึ่งกระป๋องต่อวันสามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 7 กิโลกรัมต่อปี ดังนั้นวิธีง่ายที่สุดในการควบคุมอาหารคือ งดดื่มน้ำหวาน , น้ำผลไม้, หรือน้ำอัดลม ถ้าอยากดื่มน้ำอัดลมอาจเปลี่ยนเป็นชนิด diet ที่มีสารให้ความหวานเทียมแทนน้ำตาล หรือถ้าอยากดื่มน้ำผลไม้ ให้เปลี่ยนเป็นเจือจางเท่าตัวหรือกินผลไม้เป็นลูกๆ แทนซึ่งมีประโยชน์มากกว่า เนื่องจากผลไม้จะมีเส้นใยอยู่ด้วย ซึ่งย่อยและดูดซึมช้าทำให้อิ่มท้องได้นานกว่า นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทอดหรือมีไขมันสูงโดยเฉพาะ fast food เนื้อสัตว์ที่เคยทอด อาจเปลี่ยนวิธีปรุงเป็นต้มแทน หรือใช้กระทะ Teflon ที่ไม่ติดน้ำมัน เพื่อให้ใช้น้ำมันน้อยลง

นอกจากนี้การออกกำลังการอย่างน้อย 20-30 นาที ต่อวัน 4 วันต่อสัปดาห์ก็ทำให้ร่างการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้มากขึ้น ช่วยให้การลดน้ำหนักได้ดีขึ้นด้วย

ที่สำคัญที่สุดในการรักษาโรคอ้วนในเด็กก็คือ ผู้ปกครองและสมาชิกในครอบครัวต้องให้กำลังใจและปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างแก่เด็กด้วย

โดยประมาณ 14-15% เป็นเด็กอ้วนซึ่งสาเหตุหลักๆในเด็กพบว่า 95% เกิดจากได้รับพลังงานจากอาหารเกินกว่าที่ร่างกายไป ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง เช่น ประวัติอ้วนในครอบครัวพบว่าเด็กมี่มีพ่อหรือแม่อ้วนจะมีโอกาสเป็นเด็กอ้วนเพิ่มขึ้น 4-5 เท่าเทียบกับเด็กปกติแต่จะเพิ่มขึ้นเป็น 13 เท่า ถ้าทั้งพ่อและแม่อ้วน อย่างไรก็ตามยังมีโรคอ้วนในเด็กอีกส่วนหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เช่นภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนหรือ Growth hormone, โรค Cushing’s syndrome, ความผิดปกติของการหลั่งอินสุลิน, ภาวะพร่องหรือดื้อต่อฮอร์โมนเลปติน ( Leptin ) หรือโรคทางพันธุกรรมบางอย่างที่มีภาวะอ้วนเป็นหนึ่งในอาการแสดงของโรค เช่น Prader – Willi Syndrome

เด็กกลุ่มที่เสียงต่อโรคอ้วนคือ เด็กที่แรกเกิดมีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยกว่าปกติ, เด็กที่มีพ่อแม่อ้วน, เด็กที่มีเริ่มอ้วนตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นผู้ใหญ่อ้วนมากขึ้น นอกจากนี้โภชนาการเกินในวัยทารกเป็นอีกปัจจัยหนึ่งพบว่า ทารกที่กินนมผสมจะมีโอกาสเป็นเด็กอ้วนได้ง่ายกว่าเด็กที่กินแต่นมแม่ และเด็กที่กินนมแม่เป็นระยะเวลานานจะมีโอกาสเป็นเด็กอ้วนได้น้อยกว่าเด็กที่กินนมเพียงระยะเวลาสั้นๆ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย เผย เด็กไทยซื้อขนมปีละเกือบหมื่นบาท จับมือ 6 ผลิตภัณฑ์ขนมติดตรา “สัญลักษณ์อาหารลดน้ำตาล ไขมัน โซเดียม 25 %” เพิ่มทางเลือก ลดอ้วน

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ 6 บริษัทผลิตผลิตภัณฑ์อาหารลดน้ำตาล ไขมัน โซเดียม ลง 25 % พร้อมติดตราสัญลักษณ์อาหารลดน้ำตาล ไขมัน โซเดียม 25% บนซองผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคและแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็กไทย นายแพทย์โสภณ เมฆธน...

สาระ...น่ารู้ เรื่อง "น้ำ" ประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม

กรุงเทพฯ--27 ธ.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ถึงร้อยละ ๗๕ ของน้ำหนักตัว เราอาจจะ อดอาหารได้เป็นเดือน ๆ แต่ร่างกายไม่สามารถขาดน้ำได้เกินกว่า ๓ - ๗ วัน การดื่มน้ำอย่างถูกต้อง จะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี หัวใจทำงานป...

บอดี้เชพฯ ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ "FRESHY...PRETTY...SLIMMY" สงครามพิชิตความอ้วน ภาค 3

กรุงเทพฯ--14 มิ.ย.--เดอะซัน อินทิเกรทเต็ด มาร์เก็ตติ้ง คอมมิวนิเคชั่น เนื่องในโอกาสที่ บริษัท บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จะได้จัดกิจกรรมพิเศษ เปิดตัวแคมเปญร้อนแห่งปี "FRESHY...PRETTY...SLIMMY" สงครามพิชิตความอ้วน ภาค 3 (สำหรับนักศึกษาโดยเฉพาะ)...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง