ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สาส์นจากนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๔:๓๖ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--26 มี.ค.--บลจ.กสิกรไทย

จากสถานการณ์ความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก รวมถึงตลาดตราสารหนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อมูลค่าหน่วยลงทุน ทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเกิดอาการตื่นตระหนกและไถ่ถอนหน่วยลงทุนเป็นจำนวนมากในวันที่ 20 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง หากแต่เกิดขึ้นเฉพาะกับ 2 กองทุนรวมตราสารหนี้ของ บลจ. แห่งหนึ่ง ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมหลักทรัพย์จัดการลงทุน ได้ร่วมกันออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อหยุดยั้งความตื่นตระหนกของผู้ถือหน่วยลงทุน ทำให้สถานการณ์โดยรวมของอุตสาหกรรม ณ ปัจจุบัน ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงตลาดตราสารหนี้มีเสถียรภาพมากขึ้น

เนื่องจากสถานการณ์ของกองทุนรวมตราสารหนี้ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ได้ถูกไถ่ถอนจนถึงระดับที่ไม่สามารถสร้างสมดุลได้ระหว่างความเสี่ยงและสภาพคล่อง เพื่อรองรับการไถ่ถอนเป็นจำนวนมาก ทาง บลจ. แห่งนั้นจึงจำเป็นต้องประกาศขอยกเลิกโครงการกองทุนทั้ง 2 กองทุนดังกล่าว เพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน

ทางสมาคมฯ ขอเรียนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุเฉพาะที่เกิดกับ 2 กองทุนดังกล่าวเท่านั้น อีกทั้งผลกระทบของการประกาศขอยกเลิกโครงการกองทุนทั้ง 2 กองทุนดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้

  •   มาตรการที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกแถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้ช่วยสร้างเสถียรภาพตลาดตราสารหนี้ดีขึ้นสะท้อนถึงมูลค่าหน่วยลงทุน และมีการไถ่ถอนหน่วยลงทุนน้อยลง
  •   ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีมาตรการเพิ่มเติมในวันที่ 24 มีนาคม 2563 ผ่อนผันให้ กองทุนรวมตราสารหนี้ สามารถสร้างสภาพคล่องเพิ่มเติมจากเดิมที่ 10% เป็น 30% (Repurchase Agreement – REPO) ในอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรน
  •   การประกาศขอยกเลิกโครงการกองทุนของ 2 กองทุนดังกล่าว อันเกิดการไถ่ถอนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดตราสารหนี้ได้ นอกจากนี้ สัดส่วนของขนาดกองทุนรวมของ 2 กองทุนดังกล่าว ณ ปัจจุบัน มีขนาดลดลงไปมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมโดยรวม จึงส่งผลกระทบน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา

ทางสมาคมฯ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องว่าจะมีปัจจัยอื่นเข้ามากระทบอีกหรือไม่ โดยเชื่อมั่นว่ามาตรการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารแห่งประเทศไทยครอบคลุมและเพียงพอ ขณะที่ผู้จัดการกองทุนในหลายบลจ.ต่างยืนยันว่า สามารถบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดีขึ้น ซึ่งจะใช้เครื่องมือตามมาตรการเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

บลจ.ธนชาต มือขึ้น กองทุน 3 ปี มูลค่าหน่วยลงทุนพุ่งไปถึง 24 บาท เตรียมออกซ้ำ

บลจ.ธนชาต โชว์ฝีมือต่อ หลังกองทุน NID 4 ใกล้ครบอายุ 3 ปี มูลค่าหน่วยลงทุนพุ่งไปถึง 24 บาท เตรียมออกกองทุนใหม่ ซ้ำแนวเดิม เก็บหุ้นดี ย้ำจังหวะเหมาะ นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ กอ...

การปรับปรุงตัวชี้วัดผลการดำเนินงานกองทุนรวม

กรุงเทพฯ--12 ม.ค.--ก.ล.ต. คณะทำงานร่วมระหว่าง ก.ล.ต. สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และ ศูนย์ซื้อขาย ตราสารหนี้ไทย (TBDC) ได้ข้อสรุปเสนอปรับปรุงตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน ("benchmark") ของ กองทุนรวมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เน้นความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และนโยบายก...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง