ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ฟิทช์ให้เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ หลังจากได้รับอนุมัติให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชน (IPO)

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันศุกร์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๓:๔๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--29 พ.ย.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ให้เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ (Rating Watch Negative) แก่อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'AA-(tha)' อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ 'F1+(tha)' และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันที่ 'AA-(tha)' ของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากการเปิดเผยรายละเอียดการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนในครั้งแรก หรือ IPO ของ BAM และระยะเวลาที่ชัดเจน ซึ่งได้รับอนุมัติจากทางการไทยเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ สะท้อนถึงโอกาสที่อันดับเครดิตของบริษัทจะได้รับการปรับลดอันดับ เนื่องจากโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนันสนุนแก่ BAM น่าจะปรับตัวลดลงหลังจากการขายหุ้นต่อประชาชน (IPO) ตามแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัท กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (ซึ่งเป็นหน่วยงานของธนาคารแห่งประเทศไทย) อาจจะลดการถือหุ้นใน BAM ลงไปต่ำกว่า 50% จากเดิม 99.99% หลังจาก IPO ซึ่งระดับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับภาครัฐและระดับการควบคุมกำกับอาจจะปรับตัวลดลงเช่นกัน

อันดับเครดิตภายในประเทศของ BAM มีปัจจัยในการพิจารณามาจากการสนับสนุนจากภาครัฐ BAM ก่อตั้งขึ้นในปี 2541 เพื่อบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2540 อย่างไรก็ตามบทบาทในเชิงนโยบายของ BAM ได้ทยอยปรับตัวลดลงเนื่องจากภาคการเงินของประเทศไทยได้ฟื้นตัวจากภาวะวิกฤติดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้แผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐดังกล่าว ยังเป็นปัจจัยที่บ่งชี้ว่าภาครัฐไม่ได้มอง BAM ในฐานะองค์กรหลักของรัฐในระยะยาว อย่างไรก็ตาม BAM ยังคงมีบทบาทที่สำคัญในฐานะที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีผลกำไรที่สม่ำเสมอ อีกทั้งที่ผ่านมา BAM ได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์ เช่น การให้ตราสารหนี้ของบริษัทสามารถนับเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ได้และการได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีส่วนช่วยสนับสนุนความสามารถในการระดมเงินกู้ยืมและผลประกอบการของบริษัท

อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ BAM อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัท เนื่องจากหุ้นกู้ประเภทดังกล่าวเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของบริษัท

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ฟิทช์คาดว่าจะยกเลิกเครดิตพินิจ หลังจากที่การเสนอขายหุ้นฯ เสร็จสมบูรณ์และฟิทช์ได้ทำการทบทวน (re-assessment) ระดับของโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ BAM รวมทั้งประเมินฐานะทางเครดิตของตัวบริษัทเอง (stand-alone credit profile) เสร็จสิ้นลง

อันดับเครดิตภายในประเทศของ BAM น่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยระดับของผลกระทบในเชิงลบต่ออันดับเครดิตของ BAM จะขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ของ BAM กับภาครัฐและสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐ แม้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐอาจปรับลดลงไปต่ำกว่า 50% แต่ฟิทช์อาจจะพิจารณาว่ายังมีโอกาสที่บริษัทจะได้รับการสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานปรกติ (extraordinary support) จากภาครัฐ หากบริษัทยังคงได้รับประโยชน์จากการที่ภาครัฐยังคงมีอำนาจควบคุม และ/หรือ บริษัทยังคงมีความสำคัญในเชิงนโยบายต่อภาครัฐ ซึ่งในกรณีดังกล่าวจะส่งผลให้อันดับเครดิตของบริษัทอยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าอันดับเครดิตที่พิจาณาจากความแข็งแกร่งทางการเงินของตัวบริษัทเอง (Stand-alone) ทั้งนี้ฟิทช์น่าจะทำการพิจารณาอันดับเครดิตของ BAM จากความแข็งแกร่งทางการเงินของตัวบริษัทเอง หากสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐลดลงไปต่ำกว่า 50% ระดับความสัมพันธ์กับภาครัฐอยู่ในระดับจำกัด และการสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานปรกติจากภาครัฐอาจไม่สามารถพึ่งพาได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าวอาจจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM ถูกปรับลดอันดับลงไปอยู่ในช่วงอันดับเครดิตในกลุ่ม 'BBB(tha)' (rating category) หรืออาจจะปรับลดลงไปต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้ ในกรณีที่การยกเลิกสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์มีผลกระทบในเชิงลบต่ออัตรากำไรและต้นทุนทางการเงินในระดับที่มีนัยสำคัญต่อความมีเสถียรภาพของรูปแบบในการดำเนินธุรกิจของบริษัท (business model)

การเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM น่าจะส่งผลกระทบในทางเดียวกันต่ออันดับเครดิตของหุ้นกู้

รายละเอียดทั้งหมดของอันดับเครดิตมีดังต่อไปนี้:

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง