ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

โค้งสุดท้ายตลาดการลงทุน จับตา 3 ประเด็นที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลก ชี้แม้ตลาดการลงทุนผันผวนตลอดปี แต่ยังคงลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงได้

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันศุกร์ที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๑:๒๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--18 ต.ค.--เมคอะเว็ลท์ คอนซัลติ้ง

นักลงทุนรุ่นใหม่ประเมินการลงทุน จับตาสถานการณ์เศรษฐกิจ 3 ประเด็น ที่เป็นสาเหตุของปัญหาเศรษฐกิจโลก กระทบการลงทุนปีนี้ ชี้แม้ตลาดผันผวนสูง แต่ก็มีสินทรัพย์บางตัวที่สร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ดี อาทิ บิทคอยน์ ดัชนี S&P500 และทองคำ แต่ต้องเข้าซื้อในจังหวะที่ราคาย่อตัวและไม่หลุดแนวรับกลายเป็นขาลง ส่วนหุ้นไทยยังเป็นโอกาสเข้าซื้อได้ หากยืนเหนือ 1,600 จุด

นายณพวีร์ พุกกะมาน ผู้บริหารส่วนภูมิภาค จีเอ็มไอ เอดจ์ กลุ่มสถาบันการเงินจากประเทศอังกฤษ และผู้ก่อตั้ง Creative Investment Academy (CIA) สถาบันให้ความรู้ด้านนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ กล่าวว่า จากการติดตามตลาดการลงทุนนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงสิ้นเดือนกันยายนหรือจบไตรมาสสาม ตลาดการลงทุนในระดับโลกและภูมิภาคมีความผันผวนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะผลพวงจากสงครามการค้า หรือสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆทำให้มีผลกระทบต่อตลาดการลงทุน แต่จากการติดตามสถานการณ์ตลาดพบว่าสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้สูงสุดก็คือ บิทคอยน์ โดยราคาปรับตัวสูงขึ้น 114% ขณะที่อันดับรองลงมาคือดัชนี S&P500 โดยปรับตัวขึ้นมา 21% แม้จะมีการพักฐานแรงหลายครั้ง ส่วนทองคำสร้างผลตอบแทน 17%

ขณะที่ตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้น 4.7% โดยมีข้อสังเกต คือตลาดหุ้นไทยปีนี้มีการปรับฐานหลายครั้งมาก แต่ทุกครั้งที่ตลาดฟื้นตัวจะสร้างผลตอบแทนได้ดี เช่นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 SET Index ลดลงจาก 1,683 จุด มาที่ 1,599 จุด ลดลง 84 จุด หรือ 4.99% ก่อนที่จะดีดกลับมาที่ 1,747 จุด เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เพิ่มขึ้น 148 จุด หรือเพิ่มขึ้นถึง 9.26% ใครที่เข้าลงทุนในช่วงนั้นจะได้ผลตอบแทนที่ดีมาก

"แม้ปีนี้ตลาดการลงทุนจะผันผวนหนัก แต่ยังมีสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ดี แต่ต้องซื้อในจังหวะที่ราคาย่อตัวและขายออกไปเมื่อราคาดีดตัวกลับ ทั้ง บิทคอยน์ และดัชนี S&P500 เช่นเดียวกับทองคำยังมีโอกาสเข้าลงทุนได้ โดยเฉพาะทองคำหากไม่หลุดระดับ 1,450 เหรียญ เพราะภาพรวมยังเป็นขาขึ้น และอาจจะมีโอกาสทำกำไรได้ที่จุดสูงสุดเดิมคือ 1,550 เหรียญ"

ขณะที่ตลาดหุ้นไทย แนวรับที่ระดับ 1,600 จุด ถือเป็นจุดเข้าซื้อที่ดี เพราะเป็นแนวรับตามจิตวิทยาที่สำคัญ และจากสถิติเดิมพบว่าเดือนพฤศจิกายนมักเป็นเดือนที่ดีของตลาดหุ้นไทยเสมอและสามารถขายทำกำไรก่อนเข้าเดือนธันวาคมซึ่งนักลงทุนต่างชาติจะไม่เข้าลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมากแล้ว สถิติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า 10 ปีย้อนหลัง มีถึง 7 ปีที่สองเดือนสุดท้ายของปี ตลาดหุ้นจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกประมาณ 1.44%

ด้านปุณยวีร์ จันทรขจร นักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหลากหลายตลาด กล่าวว่า ความกังวลด้านปัญหาเศรษฐกิจ ต้องแยกปัญหาที่อาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดวิกฤตได้เป็น 3 ประเด็น 1) ความวุ่นวายด้านการเมือง ทั้งในระดับการเมืองระหว่างประเทศอย่างจีน-สหรัฐ อังกฤษ-ยูโรและระดับการบริหารงานในประเทศเช่นการประท้วงในฮ่องกง 2) ความกังวลด้านเศรษฐกิจ ตัวเลขที่เป็น Leading Indicators อย่าง PMI, ตัวเลขที่เป็น Lagging Indicators อย่าง GDP รวมไปถึง Indicators ในการพยากรณ์วิกฤตเศรษฐกิจยอดฮิตอย่าง Invert Yield Curve ซึ่งจะบ่งบอกถึงความถดถอยของเศรษฐกิจที่เป็นผลพวงจากข้อหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ประเด็นที่ 3) ปัญหาของบริษัทข้ามชาติ เช่น Forever 21 บริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่ยื่นล้มละลายทั้งๆที่เคยมีรายสูงถึงปีละ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ, HP ลดพนักงาน 9000 ตำแหน่งเพื่อปรับโครงสร้างการเงินบริษัท, WEWORK อีกหนึ่ง IPO ที่เกือบจะเป็นดาวรุ่งอาจต้องได้รับเงินช่วยเหลือเพื่อดำเนินกิจการต่อ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่กระทบแรงงานในหลายๆ อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ เหล่านี้ทำให้นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

"การเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการเลือกตั้งของสหรัฐที่จะมีขึ้นอีกครั้งในปี 2020 น่าจะเป็นอีกตัวกระตุ้นหนึ่งที่ทำให้ทรัมป์ลดความแข็งกร้าวลง เพราะถ้าคนในสหรัฐที่เป็นฐานเสียงไม่พอใจกับความเป็นอยู่ในปัจจุบันจะเป็นการยากที่จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง นั่นหมายถึงจุดที่ตึงเครียดสูงสุดของสงครามการค้าอาจได้ผ่านไปแล้ว"

ดังนั้น การหาความรู้เพิ่มเติมสำหรับนักลงทุนเพื่อปรับตัวด้านการลงทุนอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญในปีนี้ สถาบันให้ความรู้ด้านนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ ครีเอทีฟ อินเวสเม้นท์ อะคาเดมี จึงจัดให้ความรู้ด้านการลงทุนในลักษณะของงานสัมมนาที่รวบรวมศาสตร์ความรู้ด้านการลงทุนจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อย ที่จะมาถ่ายทอดวิธีคิดวิธีการปรับตัวรูปแบบการลงทุนในโลกยุคใหม่ ภายใต้ชื่องาน East Meet West -1st Battle in Bangkok งานกำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ที่ โรงแรม แรมแบรนต์ กรุงเทพ ติดตามรายละเอียดของงานได้ที่ fb : creativeinvestmentacademy


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

สินเชื่อบ้านกสิกรไทย ปรับกลยุทธ์ดอกเบี้ยเพื่อแบ่งเบาภาระลูกค้า

กรุงเทพฯ--1 เม.ย.--ธนาคารกสิกรไทย กสิกรไทยปรับกลยุทธ์ดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่ เน้นดอกถูกในช่วงต้น หวังแบ่งเบาภาระลูกค้าจากปัญหาเศรษฐกิจ และกระตุ้นตลาดบ้านไตรมาส 2 เชื่อถูกใจลูกค้าบ้าน โดยตั้งเป้าปล่อยกู้ปีนี้อีกกว่า 20,000 ล้านบาท นายชาติชาย ...

อัลโคได้รับเลือกเป็น 1 ใน 3 องค์กรชั้นนำที่มีการดำเนินงานอย่างยั่งยืนมากที่สุดในโลก

พิตส์เบิร์ก--(บิสิเนส ไวร์)--28 ม.ค.2548 บริษัทอัลโค (Alcoa) (NYSE:AA) ประกาศในวันนี้ว่า ทางบริษัทได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 องค์กรชั้นนำที่มีการดำเนินงานอย่างยั่งยืนมากที่สุดในโลก ในระหว่างการประชุมเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ บริษัทอัลโค, โตโย...

ภาพข่าว: รายงานประเมินผลการดำเนินการของ บสท.

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง นายวีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการแถลงข่าว รายงานประเมินผลการดำเนินการของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบให้ บสท....

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง