ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 10 เดือน, กังวลบาทแข็ง-สงครามการค้าที่ยืดเยื้อ และราคาน้ำมันในตลาดโลก

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันอังคารที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๗:๒๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--17 ก.ย.--สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ที่ระดับ 92.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 93.5 ในเดือนกรกฎาคม และต่ำสุดในรอบ 10 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 โดยเป็นการปรับตัวลดลงในองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ โดยพบว่ามีสาเหตุมาจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวลงเกือบทุกภูมิภาค เนื่องจากผู้บริโภคมีความระมัดระวังการใช้จ่าย ผู้ประกอบการมีภาวะการแข่งขันสูง ขณะที่เงินบาทแข็งค่ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อภาคการส่งออก ประกอบกับปลายเดือนสิงหาคมเกิดสถานการณ์พายุฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านต่างประเทศจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยืดเยื้อและ มีการเปิดสงครามการค้ารอบใหม่ แม้จีนจะปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ไปแล้ว 16 รายการ แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนได้

สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น อยู่ที่ระดับ 102.9 โดยเพิ่มขึ้นจาก 102.3 ในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ผู้ประกอบการคาดว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 จะมีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ของผู้ประกอบการมากขึ้น รวมทั้งผลจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศของภาครัฐ คาดว่าจะส่งผลดีต่อยอดขายและยอดคำสั่งซื้อของผู้ประกอบการ

ส่วนปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการเดือนสิงหาคม 2562 จากการสำรวจ พบว่า ปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลกสูงที่สุดถึง ร้อยละ 71.6 รองลงมาเป็นอัตราแลกเปลี่ยน (ในมุมมองผู้ส่งออก) ร้อยละ 56.7 โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เฉลี่ยเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ที่ระดับ 30.94 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากค่าเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคม ที่ 30.96 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ ราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 48.5, 44.5 และ 30.1 ตามลำดับ สำหรับด้านปัจจัยราคาน้ำมันภายหลังจากเกิด "เหตุโจมตีแหล่งน้ำมัน 2 แห่งในประเทศซาอุดิอาระเบีย" เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลต่อการผลิตน้ำมันดิบหายไป 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน มากกว่า 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของซาอุฯ และคิดเป็นกำลังการผลิตในสัดส่วน 5% ของโลก (ปัจจุบันซาอุฯ มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบทั้งหมดอยู่ที่ 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน)

สำหรับประเทศไทยเหตุการณ์ครั้งนี้คงไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายประเทศในตะวันออกกลางไม่ได้นำเข้าผูกขาดเฉพาะซาอุดีอาระเบียประเทศเดียว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

นายบวร วงศ์สินอุดม รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อไทย เนื่องจากไทยมีการกันสำรองน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปไว้และสามารถใช้ได้ประมาณ 50 วัน ประกอบกับไทยสามารถซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นได้ แต่อย่างไรก็ตาม อาจกระทบต่อราคาน้ำมันภายในประเทศที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก รวมทั้งจะกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีต้นทุนด้านน้ำมันด้วย ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาเรล จะทำให้ไทยมีต้นทุนการนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 300 ล้านบาท และอาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมได้ ทั้งนี้ยังได้ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานอีกด้วย

ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ

1) เสนอให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลาง 1-2 ปี และมาตรการระยะยาว เช่น การลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อเกษตรกร การจัดโซนนิ่งพืชผลการเกษตร ซึ่งจะช่วยให้ภาคเกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้นในระยะยาว

2) สนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นเทรนด์ใหม่ๆ เช่น อุตสาหกรรมกีฬาและสินค้าเพื่อผู้สูงอายุ เพื่อช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอเชิญร่วม "เดินเพื่อสานใจไทย สู่ใจใต้"

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอเรียนเชิญท่านหรือผู้แทนร่วม "เดินเพื่อสานใจไทย สู่ใจใต้" เพื่อแสดงความปรารถนาดีและส่งความห่วงใยไปยังพี่น้องชาวใต้ ในวันอาทิตย์ท...

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ระดมพลังตลาดทุนกว่า 2,000 คนร่วมแสดงความห่วงใยและระดมทุนช่วยพี่น้องชาวใต้ 9 ม.ค. นี้ ที่สวนลุมพินี

กรุงเทพฯ--6 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายสุเทพ พีตกานนท์ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้ร่วมจัดงานเดินการกุศล "เดินเพื่อสานใจไทย สู่ใจใต้" กับ 3 องค์กรเอกชนหลักคือ สมาคมธนาคารไทย หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง