ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สตางค์โปร ยืนหนึ่ง ยอดนักลงทุนเพิ่มกว่า 10,000 เปอร์เซ็นต์ ดันโวลุ่มเทรดสูงสุดถึง 36 ล้านบาทต่อวัน

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันจันทร์ที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๐๘:๕๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--9 ก.ย.--มีเดีย พลัส คอนเนคชั่น

สตางค์ คอร์ปฯ ผู้นำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลชี้ตลาดคริปโตในไทยยังไปได้ไกล คาดไตรมาสแรกปี 2563 จะมียอดบัญชีผู้ใช้ Satang Pro กว่า 250,000 บัญชี เดินหน้าสร้างระบบนิเวศและมาตรฐานของการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้เงินสกุลดิจิทัลได้รับการยอมรับสามารถนำไปใช้จ่ายแทนเงินสด และใช้เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน อย่างแพร่หลาย ใน 1- 2 ปีข้างหน้า

หลัง BX ประกาศไม่ต่อใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล นักลงทุนจำนวนมากใน BX ก็เกิดคำถามว่าแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อ กรณีนี้ ปรมินทร์ อินโสม ซีอีโอ สตางค์ คอร์ป เปิดเผยว่า การประกาศแบบฟ้าฝ่าของ BX นั้นทำให้นักลงทุนส่วนมากแตกตื่นและเทขายสินทรัพย์ดิจิทัล ในราคาถูกกว่าราคาตลาด เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่าคนส่วนมากยังไม่เข้าใจคริปโต เพราะถ้าหากมีความเข้าใจพื้นฐานในสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น เพราะจริง ๆ แล้วลูกค้าสามารถโอนย้ายสินทรัพย์ดังกล่าวไปซื้อขายที่อื่นได้ เช่น Satang Pro

"ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาหลัง BX ประกาศปิดกระดานเทรด มีผู้ใช้งานเข้ามาเปิดบัญชีกับ Satang Pro เพิ่มมากขึ้นถึงกว่า 10,000 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ปริมาณการซื้อขายหุ้น (Volume) ในกระดาน เทรดของสตางค์โปร เพิ่มสูงขึ้นถึง 36 ล้านบาทต่อวัน" (อ้างอิงจากเว็บไซต์ CoinMarketCap)

"เป็นเรื่องดีที่ยังมีศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ อยู่ ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกในการใช้บริการ ถ้าหากเราพูดถึง 3 ปีที่แล้ว มีแค่ BX เท่านั้นที่ให้บริการ ก่อนที่ Satang Pro จะเปิดตามมาหลังจากนั้น เพื่อทำให้ผู้ใช้งานมีทางเลือกมากขึ้น เพราะฉะนั้นหากถามว่าน่ากังวลไหม ผมต้องตอบว่า ในมุมมองของทางเลือกในการเทรด ไม่ได้น่ากังวล แต่ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องบอกว่าค่อนข้างน่ากังวล การปูความรู้ให้กับนักลงทุนในเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญมาก"

ปรมินทร์ กล่าวเสริมว่า "ตลาดนี้ ไม่เหมือนตลาดหุ้น เพราะฉะนั้นต้องทำความเข้าใจในธรรมชาติของสินทรัพย์ดิจิทัล ที่สามารถโอนข้ามไปมาระหว่างตลาดในไทย และตลาดโลกได้ รวมถึงการเข้าใจรูปแบบการใช้งานของแต่ละกระดานก็มีมาตรฐานไม่เหมือนกัน โดยสตางค์เอง พยายามจัดการสอนเทรด และปูพื้นฐานความเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่เรื่อย ๆ รวมถึงการสร้างมาตรฐานการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ดี ให้กับผู้ประกอบการอื่น ไม่ว่าจะเป็นการ ฝากถอนฟรี และได้เงินทันที การมีระบบความปลอดภัยระบบสารสนเทศมาตฐานระดับสากล ISO 27001:2013 และการที่มีงบการเงินที่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อความโปร่งใส่ในการบริหาร รวมถึงการที่มีศูนย์บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง"

"รวมไปถึงความเสถียรของระบบเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับลูกค้า 3 วันที่ผ่านมาระบบของเรารองรับลูกค้าที่เพิ่มเข้ามาถึง 10,000 เปอร์เซ็นต์ ได้โดยที่เว็บไม่ล่ม เราสามารถเคลียร์ KYC ให้ผู้สมัครใหม่ได้เลยโดยไม่ค้าง 2-3 วัน"

"การที่ประเทศไทยมีกระดานเทรดมากกว่า 1 กระดานเป็นเรื่องดี นอกจากทำให้ลูกค้ามีทางเลือกแล้วจะทำให้เกิดการแข่งขันกันเพื่อทำให้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ แต่แน่นอนครับการแข่งขันก็คงมีมากขึ้นระหว่างกระดานเทรด 2 กระดานที่มีอยู่ปัจจุบัน"

"ส่วนแนวโน้มตลาดคริปโตโลกในไตรมาส 3 นั้น ปัจจุบันมีหลายข่าวดี แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงราคาได้มาก ทุกคนต่างคาดหวังว่าราคาจะกลับมาอีกครั้งเหมือน ปี 2017 แต่ผมคาดว่า ในไตรมาส 3 เราอาจจะยังไม่ได้เห็นการกลับตัวแบบนั้น อย่างไรก็ตามหากมีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ก็อาจจะส่งผลให้ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งสูงขึ้นได้ ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนมากอิงราคาตลาดโลก เปรียบเสมือนทองคำที่มีมูลค่าใกล้เคียงกันทั่วโลก เพราะฉะนั้นหากถามถึงภาวะราคาที่ผันผวน ก็ต้องตอบว่า น่าจะตามสภาพเศรษฐกิจของโลกเป็นหลัก"

วิเคราะห์สถานการณ์การปิดตัวของ BX

เหตุผลที่ BX ต้องการปิดนั้นคงมีด้วยกันหลาย ๆ สาเหตุ แต่สาเหตุหลัก ๆ ที่ชัดเจนที่สุดคงนี้ไม่พ้นเรื่อง Regulation ที่ผู้ใช้งานทุกคนในประเทศไทยต่างทราบดีกว่า ก.ล.ต. มีความเข้มงวดกับการประกอบธุรกิจประเภทนี้มาก เมื่อเทียบกับประเทศข้างเคียงหรือประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่ในโลก ต้องบอกได้ว่า ก.ล.ต. ไทย เป็นผู้นำทางด้านนี้เลยก็ว่าได้ ไม่แพ้ ก.ล.ต. สหรัฐอเมริกา หรือ ญี่ปุ่นเลย โดยดูได้จากการที่มีกฎหมายครอบคลุมทั้งตลาดแรกและตลาดรอง ของสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นที่กฎหมายยังไม่ก้าวหน้าเท่าไทยด้วยซ้ำ

ยกตัวอย่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในมุมมองของลูกค้า แต่กลับเป็นภาระต่อผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทุนสำรอง เช่น ถ้าหากผู้ประกอบการมีสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าฝากไว้ใน Hot Wallet จะต้องมีเงินทุนในส่วนนี้รองรับ 5% นั้นหมายความว่า ถ้าหากมีคนฝากสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาฝากไว้กับผู้ให้บริการ มูลค่า 10,000 ล้านบาท เราจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการจะต้องมีเงินรองรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ใน Hot Wallet ดังกล่าวจำนวน 500 ล้านบาททันที โดยที่กฎหมายเองก็ห้ามผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล นำทรัพย์สินของลูกค้าไปทำการให้ยืมหรือกิจกรรมอื่น ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารที่สามารถนำเงินดังกล่าวมาปล่อยกู้ได้ จะเห็นได้ว่ากฎเกณฑ์ดังกล่าวนั้นดีมากสำหรับลูกค้า แต่ไม่ได้ทำให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างทันการ

นอกจากนั้นล่าสุดการที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลจากต่างประเทศเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยได้นั้น ทำให้เห็นได้ว่าในอนาคตจะมีการแข่งขันอย่างดุเดือดแน่นอน เพราะผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากต่างประเทศนั้น ถือว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว นั้นหมายความว่าเขาเหล่านั้นมีเงินจำนวนมากที่จะใช้ในการทำการตลาด โดยนำกำไรจากการประกอบธุรกิจในประเทศอื่นที่มีกฎหมายควบคุมน้อยกว่า มาชดเชยงบการทำตลาดในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการในไทยอย่างเช่น BX เองเล็งเห็นว่าโอกาสที่จะคลองลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งนั้นเป็นไปได้ยากมาก

ด้วยสองเหตุผลดังกล่าวทำให้ข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ BX ประกาศเลิกกิจการทั้งที่มีกำไรจำนวนมาก ส่วนผู้ใช้งานเองปัจจุบันก็มีทางเลือกคือสามารถโอนสินทรัพย์ดิจิทัลใน BX ไปไว้ที่ Satang Pro (https://satang.pro) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลเหมือนกับ BX ได้ หรือทำการโอนไปเก็บไว้ใน Personal Wallet ได้

"เชื่อว่าการสร้างระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ต้องใช้เวลา และการประณีประนอมระหว่างผู้คุมกฎและผู้ประกอบการเพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านสินทรัพย์ดิจิทัล และสร้างงานและรายได้ให้กับประเทศไทยได้ต่อไป" ซีอีโอ สตางค์ คอร์ป สรุป

เกี่ยวกับ Satang Corporation

เป็นผู้นำด้านการให้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงการใช้งานสกุลเงินดิจิทัล ในชีวิตประจำวันทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทฯ มีเครือข่ายด้านระบบความปลอดภัย (Security System) และนวัตกรรมทางการเงิน (Financial Innovation) อยู่ทั่วโลก จึงเป็นเรื่องง่ายที่ Satang Corp. จะสามารถดึงทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็น Knowledge, Know-how, Talent และ เทคโนโลยีใหม่ๆ จากพันธมิตรต่างๆ ที่อยู่ทั่วโลกเข้ามาให้คนไทยได้ใช้งาน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยขึ้นในทุกมิติของการเงินในชีวิต โดยเฉพาะการลงทุนและที่สำคัญ ที่สุด Satang Corp. อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของ ก.ล.ต. จึงมั่นใจได้ในความโปร่งใส และปลอดภัยในธุรกรรมที่ทำกับ Satang Corp.


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต. เตือนการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ตามที่มีคนสนใจระดมทุนด้วยการออกออกไอซีโอ และเริ่มมีการชักชวนให้ประชาชนลงทุนในไอซีโอและคริปโตเคอเรนซี (cryptocurrency) มากขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต....

การจัดแสดงโพรเซสเซอร์แบบ Dual-Core ของเอเอ็มดีประสบความสำเร็จในงานลีนุกซ์เวิลด์ โดยเอเอ็มดียังคงความเป็นผู้นำ Dual-Core ในภาคอุตสาหกรรม

ซันนี่เวล, แคลิฟอร์เนีย--(บิสิเนส ไวร์)--15 ก.พ.2548 บริษัทเอเอ็มดี (NYSE: AMD) ได้แสดงความแข็งแกร่งของระบบนิเวศน์วิทยาแบบแกนคู่ที่ใช้เทคโนโลยี AMD64 (AMD64 dual-core ecosystem) อีกครั้ง ด้วยการแสดงเทคโนโลยีโพรเซสเซอร์ dual-core AMD Opteron(TM) 4...

คิงส์ตันเทคโนโลยี ประกาศผลการดำเนินการปี 2004 ยอดขายทะลุเป้า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เผย 3 ปัจจัยหลักสู่ความสำเร็จ

กรุงเทพฯ--21 ม.ค.--คิงส์ตัน เทคโนโลยี คิงส์ตัน เทคโนโลยี ผู้ผลิตเมโมรี่รายใหญ่ของโลก รายงานผลการดำเนินการประจำปี 2004 สามารถทำรายได้มากถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นอัตราเติบโตมากกว่า 38 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2003 และนับเป็นยอดขายที่สูงที่สุดเท...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง