ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ภัยแล้งนอกฤดูกาลปี 2562 กระทบผลผลิตข้าวนาปี...คาดมูลค่าความสูญเสียเกิดขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันอังคารที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๕:๕๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--23 ก.ค.--ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
  • สถานการณ์ภัยแล้งนอกฤดูกาลในปี 2562 (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2562) ได้ส่งผลกระทบต่อความแห้งแล้งเป็นอย่างมาก จากอิทธิพลของเอลนีโญกำลังอ่อนที่ทำให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและมีภาวะฝนน้อยน้ำน้อย พิจารณาได้จากปริมาณน้ำในเขื่อนที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลต่อความเสียหายของผลผลิตพืชเกษตรหลักอย่างข้าวนาปีที่ได้ปลูกไปแล้ว ทำให้ราคาข้าวนาปีเฉลี่ยขยับขึ้นได้ในช่วงนี้ ส่งผลต่อภาพรวมราคาข้าวนาปีเฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 (YoY) อย่างไรก็ตาม ด้วยความเสียหายของผลผลิตข้าวนาปีที่ลดลง จึงยังเป็นแรงกดดันต่อภาพรวมรายได้เกษตรกร
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ผลกระทบจากภัยแล้งนอกฤดูกาลในครั้งนี้ (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2562) คาดว่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตข้าวนาปีเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้เกิดมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นราวร้อยละ 0.1 ของ GDP นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์ภัยแล้งนอกฤดูกาลที่อาจลากยาวได้อีกในช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2562 ที่อาจกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวนาปีที่จะออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ซึ่งอาจส่งผลต่อมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก

แม้ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่โดยภาพรวมแล้วปริมาณน้ำฝนก็ยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Nino) ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งประเทศยังคงสูงกว่าค่าปกติราว 1-2 องศาเซลเซียส และทำให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงราว 2 เดือนในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2562 นับเป็นสถานการณ์ภัยแล้งนอกฤดูกาล (ภัยแล้งช่วงหน้าฝน) ส่งผลต่อปริมาณน้ำฝนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 10 และทำให้ระดับน้ำในเขื่อนอยู่ในระดับต่ำ พิจารณาได้จากปริมาตรน้ำใช้การได้ในเขื่อนของไทยแยกตามรายภาค ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 มีปริมาตรน้ำใช้การได้ในเขื่อนทั้งประเทศลดลงร้อยละ 48.5 (YoY) โดยเฉพาะในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่ในขั้นวิกฤติ กระทบต่อการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า สถานการณ์ภัยแล้งนอกฤดูดังกล่าว จะเป็นภาวะแห้งแล้งเช่นนี้ที่มีฝนทิ้งช่วงและภาวะฝนน้อยน้ำน้อยไปจนถึงสิ้นปี 2562[1] อีกด้วย

ดังนั้น จากสภาพอากาศที่แปรปรวน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงมองว่า ภัยแล้งนอกฤดูกาลครั้งนี้ที่ทำให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและภาวะฝนน้อยน้ำน้อยในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2562 ได้ส่งผลกระทบต่อมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น และยิ่งเป็นการซ้ำเติมรายได้เกษตรกรให้แย่ลงไปอีก ดังนี้

  • ข้าวนาปี เป็นพืชเกษตรที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากปัญหาภัยแล้งที่ยืดเยื้อยาวนานในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2562 เนื่องจากตรงกับฤดูกาลเพาะปลูก อีกทั้งผลผลิตข้าวนาปีส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือคิดเป็นสัดส่วนผลผลิตร้อยละ 46.4 ของผลผลิตข้าวนาปีทั้งประเทศ ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่นอกเขตชลประทานมากถึงร้อยละ 90 ของพื้นที่ปลูกข้าวนาปีทั้งหมดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงต้องอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติเป็นหลัก ซึ่งภัยแล้งในช่วงนอกฤดูกาลดังกล่าวนี้ ทำให้ราคาข้าวนาปีเฉลี่ยขยับขึ้น ส่งผลต่อภาพรวมราคาข้าวนาปีเฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 (YoY) อย่างไรก็ตาม ด้วยความเสียหายของผลผลิตข้าวนาปีที่ลดลง จึงยังเป็นแรงกดดันต่อภาพรวมรายได้เกษตรกร
  • ผลกระทบต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจในช่วงภัยแล้งนอกฤดูกาล (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2562) โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจอาจไม่ต่ำกว่ำ 15,000 ล้านบาท[2] ซึ่งเป็นการประเมินความเสียหายของข้าวนาปีเป็นหลัก หรือคิดเป็นราวร้อยละ 0.1 ของ GDP แต่ทั้งนี้ เป็นการประเมินในเบื้องต้น ซึ่งหากรวมผลเสียหายของพืชเกษตรอื่น อาจทำให้มีมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่าที่ประเมินไว้
  • ต้องติดตามสถานการณ์ภัยแล้งนอกฤดูกาลที่อาจลากยาวต่อเนื่องได้อีกจากอิทธิพลของปรากฎการณ์เอลนีโญกำลังอ่อนที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดในช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2562 ซึ่งอาจกระทบต่อผลผลิตข้าวนาปีที่จะออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ดังนั้น คงต้องมีการติดตามระยะเวลาและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นระยะ และอาจต้องมีการทบทวนตัวเลขความเสียหายตามความเหมาะสมในระยะต่อไป รวมถึงต้องติดตามสภาพภูมิอากาศในช่วงระยะข้างหน้า เนื่องจากความรุนแรงของภัยแล้งอาจมีระดับไม่เท่ากันในแต่ละเดือน

นอกจากนี้ ต้องจับตาสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2562 ที่ลากยาวเช่นนี้ อันจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อน ซึ่งจะใช้เป็นน้ำเพื่อทำการเกษตรในฤดูแล้งถัดไปในปี 2563 (พฤศจิกายน 2562-เมษายน 2563) โดยจะกระทบต่อพืชเกษตรหลักที่มีฤดูกาลเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูแล้งที่สำคัญคือ ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง และอ้อย ก็จะยิ่งทำให้ตัวเลขมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจมีความเสียหายต่อเนื่องไปจนถึงปี 2563 และกระทบรายได้เกษตรกรให้ยังคงลำบากต่อเนื่องไปอีก รวมถึงในระดับภูมิภาค จะยังส่งผลกระทบค่อนข้างมากต่อคนในพื้นที่ และจะยิ่งเป็นการฉุดกำลังซื้อครัวเรือนภาคเกษตร การมีงานทำ รวมทั้งปัญหาในภาคธุรกิจ SMEs

[1] แบบจำลองสภาพภูมิอากาศ IRI/CPC Pacific Nino 3.4 SST Model เผยแพร่โดย NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) ยืนยันการเกิดสภาวะ El Nino ฝนน้อยน้ำน้อย อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่วัดค่าได้ในมหาสมุทรแปซิฟิกโดยทั่วไปมีค่า "สูงกว่า" เกณฑ์เฉลี่ย มีความผิดปกติของการนำความร้อนและ "ลมร้อน" เกิดขึ้นควบคู่กับสภาวะ El Nino ส่งผลให้สภาวะ El Nino ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง และภาวะเช่นนี้จะยังคงสูงกว่าค่าเกณฑ์ปกติไปจนถึงสิ้นปี 2562 (มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดถึงร้อยละ 50-55)

[2] เป็นการประเมินความเสียหายของข้าวนาปี ทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: พิธีมอบเงินส่วนต่างประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต2552/53

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมในพิธีมอบเงินส่วนต่างประกันรายได้ และเงินสนับสนุนสินเชื่อ เพื่อการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ประจำปีการผลิต2552/53 ณ วัดควนสวรรค์ ต.นา หมื่นศรี อ.นาโยง...

กทม.กำหนดแผนเร่งด่วนรุดแก้ปัญหาภัยแล้ง

กรุงเทพฯ--16 มี.ค.--กทม. เมื่อวานนี้(15 มี.ค. 48) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารถึงสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่กทม. ว่า ขณะนี้ปัญหาภัยแล้งได้รุกคืบในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะพื้นที่รอบนอก อาทิ ลา...

แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหัวหิน ชะอำ กระแสนิยมยังแรง ทัพนักท่องเที่ยวแห่พักผ่อน วันหยุดปีใหม่คับคั่ง

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--ททท. ข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภาคกลางเขต 2 รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชะอำ จังหวัดเพชรบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง