ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

บลจ.กสิกรไทย ผนึกกำลังกูรูด้านนวัตกรรมและการลงทุน ปลุกกระแสรับเทรนด์โลกอนาคต

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๓:๕๐ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--20 มิ.ย.--บลจ.กสิกรไทย

บลจ.กสิกรไทย จัดงานสัมมนา KAsset Investment Forum : 2040 Get Ready for the World Ahead นำทัพกูรูด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมด้วยพันธมิตรบลจ.ระดับโลก เผยเทรนด์ในอนาคตเพื่อเตรียมรับความท้าทายจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก หรือ Megatrends พร้อมชูกลยุทธ์การลงทุนที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกอนาคต

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยในงานสัมมนา KAsset Investment Forum : 2040 Get Ready for the World Ahead ว่าปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลกระทบระหว่างกันในทุกประเทศทั่วโลก ทุกอุตสาหกรรมในประเทศไทยต่างต้องปรับตัว เพื่อให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมกองทุนรวม ซึ่ง บลจ.กสิกรไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงของโลก (Megatrends) ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) นวัตกรรมและเทคโนโลยี (Technological Innovation) ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด (Resource Scarcity) และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและสังคม (Demographic & Social Change) จึงมุ่งพัฒนากลยุทธ์และนวัตกรรมการลงทุน ด้วยธีมการลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่สอดคล้องกับกระแส Megatrends เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนแบบยั่งยืนผ่านกองทุนรวม

นายวศินกล่าวต่อไปว่า สำหรับกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ บลจ.กสิกรไทย ในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คือ การเฟ้นหาธีมการลงทุนที่สอดรับกับกระแสโลก โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับ Baillie Gifford บริษัทจัดการลงทุนสัญชาติสก็อตแลนด์ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 100 ปี ออกกองทุน K-CHANGE ซึ่งมีธีมการลงทุนที่ต้องการสร้างผลเชิงบวกให้กับสังคม เพื่อช่วยให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา ด้านคุณภาพชีวิต และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากนักลงทุนได้มีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมและโลกให้ดีขึ้น และยังได้เพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตการลงทุนเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับ Allianz Global Investors เพื่อเตรียมออกกองทุนใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งเป็นกองทุนที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถมีส่วนร่วมกับกระแสที่กำลังได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกได้ ผ่านวิธีการลงทุนแบบ Thematic Investing โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนในธีมที่หลากหลายและได้รับประโยชน์จากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก อีกทั้งยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ธีมการลงทุนจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอโดยจะนำธีมการลงทุนใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เข้ามาแทนที่ธีมการลงทุนเดิมซึ่งมีราคาปรับตัวขึ้นถึงจุดสูงสุด

"สำหรับมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนในครึ่งปีหลัง 2562 บลจ.กสิกรไทยมองว่าตลาดโลกโดยรวมเติบโตในอัตราที่ชะลอลง โดยตัวเลขดัชนีชี้วัดภาคการผลิตของประเทศแกนหลักมีแนวโน้มอ่อนแอลง ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นทั้งจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีนที่ยังมีความไม่แน่นอน และสถานการณ์ Brexit ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเด็ดขาด (Hard Brexit) ทั้งนี้ ธนาคารกลางประเทศแกนหลักยังคงส่งสัญญาณผ่อนคลายต่อนโยบายการเงินมากขึ้นเพื่อรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ไทยปรับตัวลดลงตาม ทั้งนี้ ยังคงคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีแนวโน้มทรงตัวไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2562 ด้านตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยสนับสนุนจากปัจจัยภายในประเทศ โดยเสถียรภาพของรัฐบาลที่ได้จะมีความสำคัญต่อภาวะการลงทุนในระยะถัดไป อีกทั้งการกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศจะเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ทดแทนการส่งออกที่คาดว่าจะยังคงได้รับผลกระทบจากการค้าโลกที่เติบโตช้าลง ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังคงเป้าหมาย SET Index ณ สิ้นปี 2562 ที่ระดับ 1,750 จุด คาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS ปี 2562) ที่ 14% Forward PE ที่ 16.1 เท่า และ Dividend Yield ที่ประมาณ 3.4%" นายวศินกล่าว

นายวศินกล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.กสิกรไทย ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมกองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยกองทุนส่วนบุคคลมีตัวเลขเติบโตสูงสุด เมื่อเทียบกับ 3 ธุรกิจ โดยเติบโตที่ 24.2% ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) รวมอยู่ที่ 1.34 ล้านล้านบาท โดยแยกเป็นรายธุรกิจในส่วนกองทุนรวมอยู่ที่ 1.01 ล้านล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.75 แสนล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 1.53 แสนล้านบาท (ข้อมูลจาก บลจ.กสิกรไทย ณ 31 พ.ค. 2562)

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ก้าวสู่ปีที่ 25 รักลูกกรุ๊ป เผยนโยบายปี'50 ลุยทีวี- ฟรีแมกกาซีน –ศูนย์วิจัยวิถีครอบครัวไทย-ธุรกิจออร์กาไนเซอร์

“การเรียนรู้ คือ ธุรกิจของรักลูกกรุ๊ป”...เพราะรักลูกกรุ๊ปเป็นองค์กรที่รู้จักเด็ก พ่อแม่ และครอบครัวไทยมายาวนาน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้จากภูมิปัญญาไทยทุกด้าน และเกาะติดกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยการจัดการความรู้จากประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและยาวนา...

บลจ.กสิกรไทย ประกาศปรับลดค่าธรรมเนียม 3 กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--นิโอ ทาร์เก็ต ดร.อโศก วงศ์ชะอุ่ม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้ปรับลดค่าธรรมเนียมการจัดการในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น 3 กองทุน จากเดิมที่ร้อยละ 0.75 เป็นร้อยละ 0.50 ประกอบด้วย กองทุนเปิ...

สหกรณ์เคหสถานราชนาวี จำกัด เปิดรับคำขอกู้สามัญได้ตั้งแต่บัดนี้

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ตามที่ สหกรณ์เคหสถานราชนาวี จำกัด งดรับคำขอกู้สามัญเพื่อเปลี่ยนแปลงระเบียบคำขอกู้สามัญ นั้น ขณะนี้การเปลี่ยนแปลงระเบียบคำขอกู้สามัญเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเปิดรับคำขอกู้ได้ตามปกติ ตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๘ เป็...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง