ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เอ็กซพีเรียนเผยผลวิจัยกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยต้องการความปลอดภัย มากกว่าความสะดวกสบายในการใช้บริการดิจิทัล

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันพฤหัสบดีที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๔:๒๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--2 พ.ค.--Precious Communications

จากผลการวิจัยของเอ็กซพีเรียน พบว่า 69% ของผู้บริโภคชาวไทยยกให้ "ความปลอดภัย" เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้งานบริการดิจิทัล

องค์กรต่างๆ และผู้บริโภคมีการใช้งานและติดต่อสื่อสารระหว่างกันผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นแล้ว สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องพัฒนาหรือเพิ่มเติมให้ดีก็คือ แนวทางการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจที่ดีขึ้น จากข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภคเกือบ 6,000 รายและองค์กรธุรกิจ 590 แห่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ปรากฏในรายงานประจำปีของเอ็กซพีเรียนด้านอัตลักษณ์บุคคล (การพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล) และการทุจริต (Global Identity and Fraud Report) ฉบับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค สะท้อนถึงความเกี่ยวข้องในช่องทางออนไลน์ในแง่ของความเชื่อถือในการใช้งาน ซึ่งเกิดจากการที่ธุรกิจนั้นสร้างทั้งสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยควบคู่ไปกับประสบการณ์ใช้งานที่ดี โดยผลการวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาจากกลุ่มผู้บริโภค 546 รายและกลุ่มธุรกิจซึ่งเป็นบริษัท 50 แห่งในประเทศไทย ที่เข้าร่วมตอบผลวิจัยในครั้งนี้

จากรายงานพบว่าผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่ (69%) ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของประสบการณ์การใช้งานออนไลน์ ตามด้วย 'ความสะดวกสบาย' (20%) และ 'ความชอบเฉพาะบุคคล' (11%) นอกจากนี้ ยังพบว่าธุรกิจในประเทศไทยเกือบครึ่งหนึ่ง (40%) ได้ประสบกับความสูญเสียที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทางออนไลน์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการขโมยบัญชีใช้งานและเปิดบัญชีปลอม จากผลการสำรวจพบว่า 66% ของผู้บริโภคในประเทศไทยรู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลในสังคมดิจิทัลของตัวเอง แลกกับความสะดวกสบายนั้น ถือเป็นเรื่องส่วนตัว โดยที่พบว่า 63% ของธุรกิจในประเทศไทยเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลมากขึ้นเพื่อพัฒนาประสบการณ์หรือเพื่อใช้ในการนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

มิสเตอร์เดฟ ดิมาน กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่ บริษัท เอ็กซพีเรียน กล่าวว่า "ด้วยปฏิสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและผู้บริโภคที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัลที่มีมากขึ้นนั้น จำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่โดดเด่นด้วยความปลอดภัยและความไว้วางใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก" และกล่าวเสริมว่า "ผู้บริหารในองค์กรจำเป็นอย่างยิ่งต้องลงทุนในเรื่องของการตรวจสอบตัวตนและความสามารถในการจัดการการทุจริต เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย"

ข้อมูลเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ประมาณการณ์ไว้ว่าจะมีมูลค่าถึงหนึ่งในสี่ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศในปี 2570 และข้อมูลจากการวิจัยของกูเกิล-เทมาเสค ในรายงาน e-Conomy SEA 2018 ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยนั้นได้รับการผลักดันด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของอีคอมเมิร์ซ รวมถึงจำนวนประชากรออนไลน์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีอัตราเฉลี่ยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากถึง 5 ชั่วโมงต่อวันผ่านทางอุปกรณ์มือถือ ซึ่งถือว่าเป็นอัตราเฉลี่ยที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในโลก

ในขณะที่วิธีการรักษาความปลอดภัยที่ใช้อยู่ในองค์กรนั้นยังคงเป็นเทคโนโลยีแบบดั้งเดิม ผลการวิจัยพบว่าผู้บริโภคชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่และโซลูชั่นพิสูจน์ตัวตนที่ล้ำสมัย ยกตัวอย่างเช่น ระบบตรวจสอบตัวตนชีวมิติ (biometrics) ทั้งลักษณะทางกายภาพและลักษณะทางพฤติกรรมแบบที่ผู้ใช้คุ้นเคยของธนาคารในประเทศไทย ซึ่งมีมาตรฐานในระดุบที่สูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค 84% ของผู้บริโภคชาวไทยเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยแบบระบบตรวจสอบชีวมิติทางกายภาพ (physical biometrics) ของธนาคารออนไลน์ว่ามีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูง ในขณะที่ 80% ระบุว่ามีความเชื่อมั่นสูงต่อระบบการตรวจสอบทางชีวมิติแบบลักษณะทางพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง1 (behavioural biometrics)

มิสเตอร์เดฟ กล่าวว่า "ผู้บริโภคมองหาองค์กรหรือธุรกิจ ที่ยกระดับมาตรการเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและระบบป้องกันในการติดต่อสื่อสารบนดิจิทัล และพวกเขากำลังมองหาวิธีการที่ง่ายขึ้น วิธีการหนึ่งที่พิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิภาพและได้รับการตอบรับดีจากผู้บริโภค คือ การพิสูจน์ตัวตนทางชีวภาพซึ่งเพิ่มความเร็วและลดความซับซ้อนของกระบวนการตรวจสอบตัวตนสำหรับผู้บริโภค"

หลายธุรกิจไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร สถาบันการเงินและภาคประกันภัย หน่วยงานราชการและผู้ให้บริการระบบการชำระเงินมุ่งมั่นที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในระดับสูงสุดในเรื่องของการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจุบันผู้ให้บริการระบบการชำระเงินในประเทศไทยได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภค (76%) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลไทยในความพยายามผลักดันการใช้ธุรกรรมดิจิทัลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการไทยแลนด์ 4.0

ความโปร่งใส เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน จากรายงานการสำรวจพบว่า 93% ของผู้บริโภคชาวไทยคาดหวังเรื่องความโปร่งใสในทุกขั้นตอนจากธุรกิจว่าจะใช้ข้อมูลของพวกเขาอย่างไร: ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขสูงสุดในภูมิภาคเอเชียแฟซิฟิค จากความต้องการดังกล่าว พบว่าองค์กรธุรกิจ 70% ในประเทศไทยที่สำรวจได้ลงทุนในโครงการที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยมีอีก 76% ของธุรกิจในประเทศไทยมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าว การลงทุนหรือความตั้งใจในการลงทุนเพื่อความโปร่งใสของธุรกิจในประเทศไทยถือเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรองจากเวียดนาม ตัวอย่างของการริเริ่มเหล่านี้ ได้แก่ การให้ความรู้แก่ผู้บริโภค การสื่อสารข้อตกลงอย่างชัดเจน และช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขา

สำหรับผู้ที่สนใจรายงานประจำปีฉบับเต็มของเอ็กซพีเรียนด้านอัตลักษณ์บุคคล (การพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล) และการทุจริต (Global Identity and Fraud Report - Asia-Pacific edition) สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

บริการด้านการพิสูจน์อัตลักษณ์ (การพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล) และการทุกจริตของเอ็กซพีเรียน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีป้องกันการทุจริตเกือบ 300 คนทั่วโลกที่ทำงานเพื่อปกป้องตัวตนของผู้คน และต่อสู้กับการทุจริตสำหรับธุรกิจในหลายภาคส่วน รวมถึงบริการด้านการเงิน โทรคมนาคม การค้าปลีก / อีคอมเมิร์ซ ประกันภัย รัฐบาล และการดูแลสุขภาพ

เกี่ยวกับเอ็กซพีเรียน

เอ็กซพีเรียน บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลชั้นนำของโลก ด้วยบริการข้อมูลสำหรับช่วงเวลาสำคัญของชีวิตไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านหรือรถยนต์ การส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย จนกระทั่งถึงการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ โดยการเชื่อมต่อกับลูกค้าใหม่ เอ็กซพีเรียนช่วยให้ผู้บริโภคและลูกค้าของเราจัดการข้อมูลได้อย่างมั่นใจ มีบริการสำหรับลูกค้ารายย่อยในการควบคุมการใช้จ่ายเงินและเข้าถึงบริการทางการเงินสำหรับธุรกิจเพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้นและเจริญเติบโตได้ บริการสำหรับกลุ่มผู้ออกสินเชื่อเพื่อการกู้ยืมอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น และบริการสำหรับองค์กรเพื่อป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรม เอ็กซพีเรียนมีพนักงาน 16,500 คน ทำงานใน 39 ประเทศ และในทุกๆ วัน เอ็กซพีเรียนลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ บุคลากรที่มีความสามารถและนวัตกรรม เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับประโยชน์สูงสุดในทุกโอกาส เอ็กซพีเรียนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (EXPN) และเป็นส่วนหนึ่งของ FTSE 100

สามารถศึกษาและหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.experian.co.th หรือเยี่ยมชมบล็อกที่มีทั้งข่าวสารและข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มบริษัทเอ็กซพีเรียนโกลบอล ได้ที่ www.experian.com/blog/news


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เอชพี จับมือ เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ เผยนวัตกรรมของช่องทางค้าปลีกแนวใหม่ครั้งแรกของเมืองไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ เอชพีเปิดเผยว่า “SCG Experience” ซึ่งเป็นช่องทางการค้าปลีกรูปแบบใหม่รายแรกของเมืองไทยที่มุ่งให้ข้อมูลความรู้และเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยที่สร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด ได้เลือกใช้โซลูชั่นสำหรับธุรกิจค้าปลีกแบบครบวงจรของเอชพี...

ไทยเควสท์ให้การสนับสนุน Marketeer ในการใช้บริการค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.marketeermag.com ด้วย Qronos Search

กรุงเทพฯ--26 ม.ค.--ไทยเควสท์ เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมานิตยสารMarketeer เปิดตัวเว็บไซต์ www.marketeermag.com ที่ใช้บริการ Qronos Search ของบริษัท ไทยเควสท์ จำกัด อย่างเป็นทางการ จุดเด่นของ Qronos Search คือการรองรับการค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้อย่างไม่จำก...

กรมศุลกากรสหรัฐฯประกาศรับรองซอฟท์แวร์ระบบความปลอดภัยของการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์สินค้าของคอร์

บริษัท คอร์ โซลูชั่น (CORE Solutions) หรือ (CORE) ได้เปิดตัวไอเด็กซ์ เอเอ็มเอส (iDEX AMS) ชุดผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์ไอเด็กซ์ล่าสุดของคอร์ ซึ่งกรมศุลกากรสหรัฐฯ (US Customs & Boarder Protection หรือ CBP) ได้ให้การรับรองอย่างเป็นทางการว่า ซอฟท์แวร์ไอเด็กซ์ เอเอ็ม...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง