ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ทีเอ็มบีมุ่งขยายฐานลูกค้าด้วยกลยุทธ์ Get MORE with TMB ส่งผลให้เงินฝากเติบโตต่อเนื่อง ด้านสินเชื่อยังเน้นความรอบคอบ บริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ตามเป้าหมาย และมีกำไรสุทธิที่ 1,579 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2562

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๔:๕๖ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--18 เม.ย.--ธนาคารทหารไทย

ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 โดยธนาคารสามารถขยายฐานเงินฝากมาอยู่ที่ 6.61 แสนล้านบาท หรือเติบโต 1.8% จากไตรมาสที่แล้ว ตามการขยายตัวของเงินฝากลูกค้ารายย่อย ด้านสินเชื่ออยู่ที่ 6.87 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.2% หนุนโดยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สำหรับกำไรสุทธิมีจำนวน 1,579 ล้านบาท ลดลง 7.2% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย รวมทั้งการบันทึกค่าใช้จ่าย one-time สำหรับ Employee Retirement Benefit ตามพรบ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ ส่วนคุณภาพสินทรัพย์เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยสัดส่วน NPL อยู่ในระดับทรงตัวที่ 2.81% ขณะที่สัดส่วนสำรองฯ ต่อ NPL (Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 145%

นายปิติ ตัณฑเกษม กล่าวว่า "ทีเอ็มบียังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การใช้เงินฝากเป็นตัวนำ โดยการขยายฐานลูกค้าผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝาก เมื่อรู้จักและเข้าใจความต้องการของลูกค้าแล้วจึงค่อยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการเงินอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ ประกัน และการลงทุน ซึ่งที่ทีเอ็มบี เราไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่แตกต่าง หากแต่ยังมอบสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าให้กับลูกค้าภายใต้แนวคิด Get MORE with TMB อย่างเช่นล่าสุดในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ทีเอ็มบีได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ในรูปแบบของประกันอุบัติเหตุ คุ้มครอง 20 เท่าของเงินฝาก หรือสูงสุด 3 ล้านบาท ให้กับลูกค้าTMB All Free ที่มีเงินฝากในบัญชี 5,000 บาทขึ้นไป ซึ่งจากความตั้งใจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้ทีเอ็มบีสามารถขยายฐานลูกค้าและเงินฝากได้อย่างต่อเนื่อง"

ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2562 ทีเอ็มบีมีเงินฝากเติบโต 1.8% หนุนโดยเงินฝากจากลูกค้ารายย่อยจากผลิตภัณฑ์หลัก หรือ Flagship product ได้แก่ TMB All Free (+2%) และ TMB No Fixed (+3%) รวมทั้งเงินฝากในรูปแบบดิจิทัล ME Save (+7%)

ด้านสินเชื่อ ธนาคารเน้นขยายสินเชื่อใหม่ควบคู่กับการดูแลคุณภาพสินเชื่อในพอร์ตปัจจุบันอย่างรอบคอบ โดยในส่วนของการให้สินเชื่อใหม่นั้น พอร์ตที่เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ พอร์ตสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (+6%) สำหรับพอร์ตสินเชื่อลูกค้าธุรกิจปรับตัวลดลงจากการชำระคืนหนี้ของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งผลจากการดำเนินการปรับปรุงคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลาง ส่งผลให้พอร์ตลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีขนาดกลางลดลง จึงทำให้ในภาพรวมสินเชื่อเติบโตได้ที่ 0.2%

ในส่วนของรายได้ ทีเอ็มบีมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,236 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2562 ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ เริ่มเห็นการฟื้นตัวของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย หรือ NIM ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยอยู่ที่ 2.89% จาก 2.86% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 12.9% มาอยู่ที่ 2,280 ล้านบาท ตามรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีก่อนหน้า

รายได้จากการดำเนินงานรวมจึงอยู่ที่ 8,517 ล้านบาท ลดลง 3.8% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 4,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงาน โดยในไตรมาส 1 นี้ ธนาคารมีการบันทึกค่าใช้จ่ายสำหรับเงินชดเชยโครงการผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงานเมื่อเกษียณอายุ (Employee Retirement Benefit) ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นการบันทึกแบบ one time ทำให้ทีเอ็มบีมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ ที่ 3,790 ล้านบาท ลดลง 9.3% ซึ่งหลังจากหักสำรองฯ จำนวน 1,839 ล้านบาท และภาษี ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,579 ล้านบาท ลดลง 7.2% อย่างไรก็ดี หากไม่รวมค่าใช้จ่ายรายการพิเศษดังกล่าว ทีเอ็มบีจะมีกำไรสุทธิ 1,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากไตรมาสก่อน

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ภาพรวมยังคงเป็นไปตามเป้าหมายปี 2562 ของธนาคารที่จะบริหารจัดการสัดส่วน NPL ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2.9% และคงอัตราส่วนสำรองฯ ต่อหนี้เสียให้สูงกว่า 140% ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2562 ธนาคารมีสัดส่วน NPL อยู่ที่ 2.81% และอัตราส่วนสำรองฯ ต่อหนี้เสีย ซึ่งสะท้อนความสามารถในการรองรับความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงที่ 145%

ท้ายสุด ในส่วนของระดับความเพียงพอของเงินกองทุน ทีเอ็มบี มีอัตราส่วน CAR และ Tier I ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 17.5% และ 13.7% เป็นไปตามเกณฑ์ Basel III และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 11.0% และ 8.5% ตามลำดับ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ทีเอ็มบีเดินหน้าตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า (Need-based) ง่ายและสะดวก (Simple Easy) เพื่อให้ลูกค้า ได้มากกว่า (Get MORE with TMB) บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ชื่นชอบทีเอ็มบีจนต้องบอกต่อ

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีจะเดินหน้าเพื่อ Make THE Difference อย่างต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินการตามแผนกลยุทธ์และไม่หยุดตั้งคำถามเพื่อทำในสิ่งที่ดีกว่าเพื่อตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของลูกค้า (Need-based)...

ทริสเรทติ้งเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ "ธ. ทหารไทย" หลังควบรวมกับ "ธ. ดีบีเอสไทยทนุ" และ "บรรษัท"

กรุงเทพฯ--21 ม.ค.--ทริสเรทติ้ง บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ "BBB+" จากเดิมที่ "BBB-" และเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคารมาอยู่ที่ระดับ "BBB" จากเดิมที่ "BB+" โดยมีแนวโน้ม "Posi...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง