ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

โครงการประกันภัยข้าวนาปี และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันจันทร์ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๖:๓๐ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--18 ก.พ.--กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวนาปีและผู้เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอทั้งนี้ โครงการประกันภัยทั้ง 2 โครงการ มีรายละเอียด ดังนี้

1. โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 มีการพัฒนาจากโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ที่สำคัญ 3 ประการ คือ (1) โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 ได้เพิ่มความคุ้มครอง "ภัยช้างป่า" ทำให้สามารถคุ้มครองความเสี่ยงภัยให้กับเกษตรกรได้ถึง 8 ประเภท จากเดิมที่ครอบคลุมเฉพาะท่วมหรือฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ และภัยแมลงศัตรูพืชหรือโรคระบาด (2) โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 มีอัตราค่าเบี้ยประกันภัย 85 บาทต่อไร่ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์) ลดลงจากโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ที่มีอัตราค่าเบี้ยประกันภัย 90 บาทต่อไร่ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์) และ (3) โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 มีหลักการให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยโดยสามารถซื้อหรือทำประกันภัยเพิ่มเติม (ส่วนที่ 2 หรือ Tier 2) เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองมากขึ้นจากส่วนที่ภาครัฐให้การอุดหนุน (ส่วนที่ 1 หรือ Tier 1) ทั้งนี้ สามารถสรุปหลักการและรายละเอียดของการรับประกันภัยโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 ได้ดังตาราง ดังนี้

รายละเอียด/เงื่อนไข               ส่วนที่ 1 (Tier 1)                                                                                                                                                                                                 ส่วนที่ 2 (Tier 2)

พื้นที่เป้าหมาย                     30 ล้านไร่ประกอบด้วย                                                                                                                                                                                               ไม่เกิน 5 ล้านไร่

(1) เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 ของ ธ.ก.ส. ทุกราย จำนวนไม่เกิน 28 ล้านไร่

(2) เกษตรกรทั่วไปที่เพาะปลูกข้าวนาปีและไม่ใช่ลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. จำนวนไม่เกิน 2 ล้านไร่

ผู้เอาประกันภัย                   เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวนาปีที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) กับกรมส่งเสริมการเกษตร ในปีการผลิต 2562/63

อัตราค่าเบี้ยประกันภัย               85 บาทต่อไร่ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์) หรือ 92.02 บาทต่อไร่ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์) เท่ากันทุกพื้นที่   ทั่วประเทศ                                                                                                     3 อัตรา คือ 5 15 และ 25 บาทต่อไร่ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์) ตามระดับความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่

วงเงินความคุ้มครอง               1,260 บาทต่อไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ และภัยช้างป่า และวงเงินความคุ้มครองสูงสุด 630 บาทต่อไร่ สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด   240 บาทต่อไร่สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ประเภทดังกล่าว และสำหรับภัยศัตรูพืชและโรคระบาด จะได้รับวงเงินความคุ้มครองเพิ่มเติม 120 บาทต่อไร่

เมื่อรวมวงเงินความคุ้มครองส่วนที่ 1 และ 2 แล้ว จะได้รับความคุ้มครอง 1,500 และ 750 บาทต่อไร่ ตามลำดับ

การอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยของรัฐบาล   (1) รัฐบาลอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่เกษตรกรทุกรายในอัตรา 58.02 บาทต่อไร่ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์)                                                                                                                       เกษตรกรรับภาระค่าเบี้ยประกันภัยทั้งหมด

(2) ธ.ก.ส. อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปี ในอัตรา 34 บาทต่อไร่

งบประมาณ                       1,740,600,000 บาท                                                                                                                                                                                               -

2. โครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562 เป็นปีแรกในการดำเนินโครงการประกันภัยให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีประเภทภัยที่ได้รับความคุ้มครอง มีการอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยของภาครัฐ และมีหลักการให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยโดยสามารถซื้อหรือทำประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองมากขึ้นในรูปแบบเดียวกันกับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ทั้งนี้ สามารถสรุปหลักการและรายละเอียดของการรับประกันภัยโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562 ได้ดังตาราง ดังนี้

รายละเอียด/เงื่อนไข               ส่วนที่ 1 (Tier 1)                                                                                                                                                                                                     ส่วนที่ 2 (Tier 2)

พื้นที่เป้าหมาย                     3 ล้านไร่ประกอบด้วย                                                                                                                                                                                                   ไม่เกิน 3 แสนไร่

(1) เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์     ปีการผลิต 2562 ของ ธ.ก.ส. ทุกราย จำนวนไม่เกิน 2.8 ล้านไร่

(2) เกษตรกรทั่วไปที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และไม่ใช่ลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. จำนวนไม่เกิน 2 แสนไร่

ผู้เอาประกันภัย                   เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) กับกรมส่งเสริมการเกษตร ในปีการผลิต 2562/63 ในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์

อัตราค่าเบี้ยประกันภัย               59 บาทต่อไร่ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์) หรือ 64.2 บาทต่อไร่ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์) เท่ากันทุกพื้นที่   ทั่วประเทศ                                                                                                         3 อัตรา คือ 3 10 และ 23 บาทต่อไร่ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์) ตามระดับความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่

วงเงินความคุ้มครอง               1,500 บาทต่อไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่     น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ และภัยช้างป่า และวงเงินความคุ้มครองสูงสุด 750 บาทต่อไร่ สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด   240 บาทต่อไร่สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ประเภทดังกล่าว และสำหรับภัยศัตรูพืชและโรคระบาด     จะได้รับวงเงินความคุ้มครองเพิ่มเติม 120 บาทต่อไร่

เมื่อรวมวงเงินความคุ้มครองส่วนที่ 1 และ 2 แล้ว จะได้รับความคุ้มครอง 1,740 และ 870 บาทต่อไร่ ตามลำดับ

การอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยของรัฐบาล   (1) รัฐบาลอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่เกษตรกรทุกรายในอัตรา 40.6 บาทต่อไร่ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์)                                                                                                                           เกษตรกรรับภาระค่าเบี้ยประกันภัยทั้งหมด

(2) ธ.ก.ส. อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในอัตรา 23.6 บาทต่อไร่

งบประมาณ                       121,800,000 บาท                                                                                                                                                                                                     -

โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562 สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีหลังได้รับการอนุมัติโดยมติคณะรัฐมนตรี


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

สรุปความคืบหน้าโครงการรับประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2554

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง แถลงว่า สืบเนื่องจากการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติวงเงินงบประมาณสำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี 2554 เป็นจำนวน 3,989 ล้านบาท...

ภาพข่าว: สวัสดีปีใหม่จาก สศค.

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง นายวีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง รับกระเช้าอวยพรจากนาย นริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2548 ณ กระทรวงการคลัง เมื่...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง