ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เคทีซีไปต่อนิวไฮ 6 ปีรวด ฟันกำไรสุทธิ 5,140 ล้านบาท เร่งปั๊มโมเดลธุรกิจอนาคต สร้างฐานรายได้ใหม่ พร้อมคุมเข้มคุณภาพหนี้

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันศุกร์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ๐๙:๒๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--15 ก.พ.--บัตรกรุงไทย

เคทีซีสร้างสถิติใหม่ 6 ปีซ้อน กำไรสุทธิปี 2561 โตตามคาด 56% เท่ากับ 5,140 ล้านบาท พอใจปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรโตดีเกือบเท่าอุตสาหกรรม ฐานสมาชิกและยอดลูกหนี้รวมโตเพิ่ม หนี้ที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวม (NPL) ลดต่ำสุดที่ 1.1% ตั้งเป้ากลยุทธ์ปี 2562 เดินหน้าทำธุรกิจให้เติบโตยั่งยืนและมีเสถียรภาพ บริหารต้นทุนเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เล็งธุรกิจนาโน-พิโกไฟแนนซ์เป็นหัวหอกขยายฐานรายได้ใหม่ (New S-curve) ควบคู่การทำธุรกิจหลักบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลให้เข้มข้นด้วยนวัตกรรมบริการผลักดันสังคมไร้เงินสด พร้อมต่อยอดแนวคิดแบรนด์สนับสนุนให้สมาชิกกล้าตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ

นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร "เคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "โดยภาพรวมในปีนี้บริษัทฯ ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้เป็นที่น่าพอใจ ทั้งการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยและอัตราการขยายฐานสมาชิกที่เติบโตค่อนข้างดี ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลงเนื่องจากจำนวน หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญลดต่ำลง รวมทั้งสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาตลอดก็คือ การบริหารควบคุมคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ ซึ่งเราพยายามที่จะคุมอัตรา NPL ให้ลดระดับลงมาเรื่อยๆ และต่ำกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มูลค่าของกำไรสุทธิเป็นไปตามคาด และสำหรับปี 2562 บริษัทฯ ตั้งเป้าจะทำกำไรและรักษาระดับ NPL ให้อยู่ในระดับเดียวกับปี 2561 ที่ 1.1% พอร์ตลูกหนี้โตที่ 10% และมีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรรวมที่ 15%"

ทั้งนี้ ในปี 2561 เคทีซีมีสัดส่วนของลูกหนี้บัตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรมที่ 12.2% ใกล้เคียงกับปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 12.3% ส่วนแบ่งตลาดของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเท่ากับปีก่อนหน้าที่ 11.2% และมีสัดส่วนของลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเคทีซีเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 7% เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา

"ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 เคทีซีมีกำไรสุทธิ 5,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% จากช่วงเดียวกันของปี 2560 โดยมีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งปีเท่ากับ 193,101 ล้านบาท เติบโต 9.2% ขณะที่อุตสาหกรรมเติบโตที่ 10% สำหรับปริมาณการซื้อขายผ่านร้านค้ามีมูลค่า 85,732 ล้านบาท เติบโต 10.1% และจำนวนร้านค้าสมาชิกเท่ากับ 36,837 แห่ง เพิ่มขึ้น 12.1% จากการร่วมขยายร้านค้า ติดตั้งเครื่องรับบัตรและการขยายพันธมิตรรับชำระรูปแบบใหม่ที่หลากหลาย ทั้งเคทีซี คิวอาร์ เพย์ (KTC QR Pay) ฟิทบิท เพย์ (Fitbit Pay) การ์มิน เพย์ (Garmin Pay) และซัมซุง เพย์ (Samsung Pay) เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกได้รับประสบการณ์ใหม่ในการชำระเงินที่ไม่ต้องยึดติดกับการรูดบัตรแบบเดิมอย่างเดียว"

"บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 79,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่ 73,636 ล้านบาท โดยพอร์ตลูกหนี้การค้ารวมเท่ากับ 78,202 ล้านบาท ฐานสมาชิกรวม 3.3 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 10.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็น บัตรเครดิต 2,387,659 บัตร ยอดลูกหนี้บัตรเครดิตรวม 51,062 ล้านบาท สินเชื่อบุคคล 951,882 บัญชี ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลรวม 26,821 ล้านบาท ลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวม (NPL) ลดเหลือ 1.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ 1.3% NPL บัตรเครดิตลดเหลือ 1.0% จาก 1.1% และ NPL สินเชื่อบุคคลคงอยู่ในระดับเดิมที่ 0.76%"

บริษัทฯ มีรายได้รวมปี 2561 เท่ากับ 21,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ย (รวมรายได้ค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน) รายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นๆ และหนี้สูญได้รับคืน ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin) อยู่ที่ 15.10% ลดลงจากปี 2560 ที่มีค่าเท่ากับ 15.13% สำหรับค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้สุทธิ (Operating Cost to Income Ratio) เท่ากับ 26.6% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 27.6% สัดส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) เท่ากับ 35.5% ต่ำลงกว่าปีก่อนหน้าที่ 36.6% วงเงินสินเชื่อคงเหลือ (Available Credit Line) เท่ากับ 24,450 ล้านบาท เป็นวงเงินจากธนาคารกรุงไทย 18,030 ล้านบาท และจากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ 6,420 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตราส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.87 เท่า ต่ำกว่าภาระผูกพันที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า

"สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2562 มีความเป็นไปได้ที่จะขยายตัวในลักษณะชะลอตัวลง โดยปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังคงมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ดี การเร่งตัวขึ้นของการลงทุนภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยกดดันในภาคเศรษฐกิจและการเงินโลกที่มีความเสี่ยงและอาจส่งผลต่อความผันผวนและการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ประกอบกับสภาพการแข่งขันของธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคที่มีผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาร่วมทำการตลาด และมาตรการควบคุมของภาครัฐและวิวัฒนาการของเทคโนโลยีทางการเงินที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้เคทีซีต้องปรับกลยุทธ์หลายอย่าง เพื่อให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งสามารถก้าวผ่านความท้าทายในหลากหลายรูปแบบ และมีผลการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ โดยในปี 2562 สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการผลักดันฐานรายได้ให้เติบโตก้าวกระโดดจากการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ของธุรกิจนาโนและพิโกไฟแนนซ์ ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจหลักบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลให้มีความแตกต่างและเป็น แบรนด์ที่อยู่ในใจของสมาชิก และการพัฒนาระบบงานไอทีเพื่อให้มีนวัตกรรมบริการที่ตอบโจทย์สมาชิกในการทำธุรกรรมทางการเงินที่สะดวกสบาย คล่องตัวและปลอดภัย สนับสนุนสังคมไร้เงินสดซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ"


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: กระทรวงการคลังหารือ บตท.เพื่อแก้ไขปัญหา NPL

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะประธานกรรมการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการ บตท. เพื่อจัดการลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ภายใน 2 เดือนนี้ ณ ห้องประชุมสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เมื...

สสว.จับมือจุฬาฯตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ แห่งที่ 3

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--สสว. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ เพื่อสร้างผู้ประกอบการวิสาหกิจรุ่นใหม่ด้านอุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่นและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หวังบ่มเพาะธุรกิจไม่ต่ำกว่า...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง