ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตธนาคารรัฐของไทย 5 แห่ง

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันอังคารที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๖:๐๒ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--27 พ.ย.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตธนาคารรัฐ 5 แห่งของประเทศไทย ดังนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (BAAC) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GH BANK) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBANK) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME BANK)

สำหรับรายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดแสดงไว้ในส่วนท้าย
ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

อันดับเครดิตของธนาคารรัฐสะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลไทยจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารแต่ละแห่งในกรณีที่มีความจำเป็น

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ (Issuer Default Ratings หรือ IDRs) และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ EXIM อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของรัฐบาลไทย (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ/F2) อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAAC EXIM GH BANK และ SME BANK ที่ 'AAA(tha)' เป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดสำหรับอันดับเครดิตภายในประเทศ ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนมาจากความใกล้ชิดกับรัฐบาล สถานะทางกฎหมายซึ่งเป็นธนาคารรัฐ การที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดในแต่ละธนาคาร และการได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต ซึ่งรวมถึง การชดเชยทางการเงินจากการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ (หรือ deficiency guarantee) และการให้ค้ำประกันเงินกู้ยืมโดยกระทรวงการคลัง

ฟิทช์คาดว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารรัฐได้อย่างทันท่วงทีในกรณีที่มีความจำเป็น แต่อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินของ BAAC EXIM และ GH BANK ที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่ดี จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ในส่วนของ SME BANK ซึ่งมีฐานะทางการเงินที่อ่อนแอและเป็นเหตุให้ธนาคารต้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการของรัฐบาล แต่ธนาคารได้ออกจากแผนฟื้นฟูฯดังกล่าวแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2561 โดยอัตราส่วนทางการเงินในด้านต่างๆ ที่สำคัญของธนาคารมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ด้านสภาพคล่อง และด้านเงินกองทุน แต่อย่างไรก็ตามฐานะทางการเงินโดยรวมของ SME BANK ยังคงอยู่ในระดับที่ด้อยกว่า BAAC EXIM และ GH BANK

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ IBANK อยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย 2 อันดับ ในขณะที่อันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารอยู่ที่ 'AA(tha)' ทั้งนี้อันดับเครดิตของธนาคารที่ต่ำกว่านั้นสะท้อนถึงบทบาทเชิงนโยบายของธนาคารที่มีความยั่งยืนและมีความสำคัญในระดับที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารรัฐอื่น นอกจากนี้ความแตกต่างในอันดับเครดิตดังกล่าวยังสะท้อนถึงการที่พระราชบัญญัติจัดตั้งธนาคารมีการจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงของกระทรวงการคลังไว้ที่ 49% แม้ต่อมากระทรวงการคลังได้ยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าวเป็นการชั่วคราวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการ อย่างไรก็ตามฟิทช์คาดว่ากระทรวงการคลังและรัฐบาลมีความตั้งใจไม่มากนักที่จะรักษาการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) ของ IBANK ในระยะยาว และในช่วงปีก่อนๆ ได้มีการพยายามสรรหาพันธมิตรที่จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ ทั้งนี้ความชัดเจนต่างๆ น่าจะมีมากขึ้น หลังจากที่ IBANK สามารถออกจากแผนการฟื้นฟูกิจการได้

ฐานะทางการเงินของ IBANK ยังคงอ่อนแอกว่าธนาคารรัฐอื่นและธนาคารยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูกิจการของรัฐบาล ทั้งนี้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา IBANK มีการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจำนวนมากไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐบาล และรัฐบาลยังได้เพิ่มทุนจำนวน 1.81 หมื่นล้านบาทให้กับธนาคารในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 ความช่วยเหลือจากภาครัฐดังกล่าว สนับสนุนความเห็นของฟิทช์ที่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ภาครัฐจะให้การสนับสนุนแก่ IBANK แม้ระดับของโอกาสในการสนับสนุนนั้นอาจจะไม่สูงเท่ากับธนาคารรัฐอื่น

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

การเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยอาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำ (Support Rating Floor) ของ EXIM และ IBANK รวมทั้งอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ EXIM ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยไม่น่าจะส่งกระทบต่ออันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAAC EXIM GH BANK และ SME BANK เนื่องจากความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลน่าจะยังคงเป็นระดับต่ำที่สุดในประเทศ แต่อย่างไรก็ตามอันดับเครดิตภายในประเทศของ IBANK อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตของประเทศไทย ในกรณีที่ฟิทช์ต้องทำการทบทวนระดับความแตกต่างของโครงสร้างความเสี่ยงของบริษัทและสถาบันการเงินรายอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศ เทียบกับระดับความเสี่ยงของประเทศไทย

อันดับเครดิตภายในประเทศของ BAAC EXIM GH BANK และ SME BANK ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตเนื่องจากอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารเหล่านี้เป็นอันดับเครดิตที่อยู่ในระดับสูงสุด

ฟิทช์อาจทำการปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่งหากรัฐบาลปรับลดโอกาสที่จะให้การช่วยเหลือสนับสนุนแก่ธนาคาร ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเกิดขึ้นหากรัฐบาลลดสัดส่วนการถือหุ้นลงอย่างมีนัยสำคัญหรือมีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของธนาคาร อย่างไรก็ตามฟิทช์เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะปานกลาง โดยเฉพาะสำหรับ BAAC EXIM GH BANK และ SME BANK

กระทรวงการคลังมีแผนในการหาพันธมิตรที่จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหม่ใน IBANK แต่กรอบระยะเวลายังคงไม่มีความชัดเจนและยังอาจจะขึ้นอยู่กับการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานของธนาคาร ทั้งนี้ฟิทช์คาดว่า ณ ขณะนี้จะยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของ IBANK ที่ปัจจุบันเป็นธนาคารรัฐ แต่อย่างไรก็ตามหากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของธนาคารหรือบทบาทในเชิงนโยบายของธนาคารถูกปรับลดลง อาจส่งผลให้ฟิทช์ทำการปรับลดอันดับเครดิตของธนาคาร ในทางกลับกัน หาก IBANK มีบทบาทในการสนับสนุนนโยบายรัฐมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง และฟิทช์ทบทวน (reassessment) โอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนพิเศษนอกเหนือจากการสนับสนุนในด้านการดำเนินงานปรกติ (extraordinary support) แก่ IBANK และเชื่อว่าโอกาสดังกล่าวมีมากขึ้นและค่อนข้างมั่นคง ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ธนาคารได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิต ตัวอย่างเช่น หากรัฐบาลมีการประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่าต้องรักษาสถานะการเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ซึ่งจะมีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของธนาคารต่อไป

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมด มีดังนี้
BAAC
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ 'AAA(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ 'F1+(tha)'
EXIM:
  • อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวคงอันดับที่ 'BBB+' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
  • อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ 'F2'
  • อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ '2'
  • อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำคงอันดับที่ 'BBB+'
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ 'AAA(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ 'F1+(tha)'
  • อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของโครงการหุ้นกู้ Medium Term Note ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน มูลค่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คงอันดับที่ 'BBB+'
GH BANK
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ 'AAA(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ 'F1+(tha)'
IBANK
  • อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวคงอันดับที่ 'BBB-' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
  • อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ 'F3'
  • อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ '2'
  • อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำคงอันดับที่ 'BBB-'
  • อันดับเครดิตในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ 'AA(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
  • อันดับเครดิตในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ 'F1+(tha)'
SME BANK

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง