ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ฟิทช์คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นตั๋วแลกเงินของ บมจ. เอสโซ่ (ประเทศไทย) ที่ระดับ #F1(tha)

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันอังคารที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๖:๔๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--27 พ.ย.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-term Rating) ของโปรแกรมการออกตั๋วแลกเงินมูลค่าไม่เกินหนึ่งหมื่นสองพันล้านบาท อายุไม่เกิน 270 วัน ซึ่งสามารถออกหมุนเวียนใหม่ได้ ของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (Esso) ที่ระดับ 'F1(tha)'

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

อัตราส่วนหนี้สินลดลง: ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงาน (FFO-adjusted net leverage) ของ Esso จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เนื่องจากระดับหนี้สินที่ลดลง ค่าการกลั่น (refining margins) ที่อยู่ในระดับสูงในช่วงปี 2559 และ 2560 ทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ Esso แข็งแกร่ง และทำให้หนี้สินและอัตราส่วนหนี้สินของบริษัทฯลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อัตราส่วน FFO-adjusted net leverage ของบริษัทฯลดลงไปอยู่ที่ 1.1 เท่าในปี 2560 จาก 6.1 เท่าในปี 2558 ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนนี้จะยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 3.0 เท่าในปี 2561-2563 เนื่องจากบริษัทฯไม่มีแผนการลงทุนใหม่ที่มีขนาดใหญ่ และการจ่ายเงินปันผลในระดับปานกลาง

การสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากบริษัทแม่: ฟิทช์มองว่า Esso ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากบริษัทแม่ (บริษัท เอ็กซอนโมบิลคอร์ปอเรชั่น (ExxonMobil) และกลุ่มบริษัทในเครือ) ซึ่งเห็นได้จากการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัทแม่ โดยบริษัทแม่และกลุ่มบริษัทในเครือได้เพิ่มเงินกู้ยืมระหว่างกันให้กับบริษัทฯในช่วงที่บริษัทฯมีอัตราส่วนหนี้สินอยู่ในระดับสูงในปี 2557 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอัตราส่วนเงินกู้ยืมระหว่างกันต่อเงินกู้ยืมทั้งหมดของบริษัทฯ ยังคงสูงอยู่ที่ระดับ 60%-70% (ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 อยู่ที่ 67%) แม้ว่าหนี้สินทั้งหมดและอัตราส่วนหนี้สินของบริษัทฯ จะลดลงมามากแล้วก็ตาม ซึ่งช่วยให้ Esso มีภาระหนี้สินกับบุคคลภายนอกที่ลดลง

Esso ยังสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายในการจัดซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ใช้เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล การวิจัยและพัฒนาต่างๆ จากกลุ่มบริษัท ExxonMobil เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทฯ โรงกลั่นของ Esso เป็นโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของ ExxonMobil ในภูมิภาคเอเชีย

ไม่มีแผนการลงทุนใหม่ที่มีขนาดใหญ่: ฟิทช์เชื่อว่า Esso จะยังคงมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตและการจัดจำหน่าย เพิ่มความหลากหลายของน้ำมันดิบที่นำมากลั่นเพื่อเพิ่มอัตราส่วนกำไร กระจายผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมใหม่ๆ พร้อมกันกับการขยายเครือข่ายการค้าปลีกน้ำมัน โดยโครงการเหล่านี้เป็นโครงการที่มีการลงทุนที่ไม่สูงนัก ฟิทช์คาดว่าค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของ Esso จะอยู่ระหว่าง 1.0 พันล้าน - 1.6 พันล้านบาทต่อปีในช่วงสามปีข้างหน้า (2560: 1.2 พันล้านบาท)

โรงกลั่นแบบคอมเพล็กซ์ที่มีสายการผลิตที่เชื่อมโยงกับการผลิตพาราไซลีน: อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงความสามารถในการผลิตที่เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่สูงของโรงกลั่น ชื่อทางการค้าที่เป็นที่รู้จักมายาวนาน รวมถึงข้อได้เปรียบในการเข้าถึงวัตถุดิบผ่านทางกลุ่มบริษัท ExxonMobil ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนน้ำมันดิบและวัตถุการผลิตตามสภาวะตลาด การเชื่อมโยงกับการผลิตสารพาราไซลีน (PX) ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ และประสิทธิภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์โดยรวม อีกทั้งยังช่วยลดความผันผวนจากอัตราส่วนกำไรจากการกลั่นของบริษัทฯได้ในระดับหนึ่ง แม้ว่ากำลังการผลิต PX ในภูมิภาคที่สูงในปัจจุบันจะทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบอยู่ในระดับต่ำก็ตาม นอกจากนี้ Esso ยังเป็นผู้ค้าปลีกน้ำมันที่แข็งแกร่ง และมีชื่อทางการค้าที่เป็นที่รู้จักมายาวนานในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในประเทศไทย โดยมีสถานีบริการจำนวน 595 สถานี ณ สิ้นเดือน ตุลาคม 2561

ธุรกิจมีความผันผวนสูง: สถานะเครดิตของ Esso ยังพิจารณารวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากการที่บริษัทฯ ต้องเผชิญกับความผันผวนที่สูงของวัฏจักรของธุรกิจ และความเสี่ยงจากการมีฐานการผลิตเพียงแห่งเดียว ความผันผวนของรายได้ค่าการกลั่น ราคาน้ำมัน และความต้องการเงินทุนหมุนเวียน อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อกำไร และกระแสเงินสดของบริษัทฯ

การกำหนดอันดับเครดิตโดยสรุป

อันดับเครดิตของ Esso สะท้อนถึงลักษณะธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งโรงกลั่นน้ำมัน ธุรกิจผลิตปิโตรเคมีและธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ซึ่งสถานะทางธุรกิจของ Esso อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีในประเทศไทยที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิตอยู่ ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ((อันดับเครดิตที่ A-(tha)/แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งมีสถานะทางเครดิตโดยลำพังที่ BBB+(tha)) มีโรงกลั่นและธุรกิจปิโตรเคมีที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากธุรกิจปิโตรเคมีมากกว่าซึ่งทำให้อัตราส่วนกำไรต่อรายได้สูงกว่า Esso อย่างไรก็ตาม Esso มีอัตราส่วนทางการเงินที่ใช้ในการพิจารณาอันดับเครดิตที่แข็งแกร่งกว่า ไออาร์พีซี อีกทั้งฟิทช์มองว่า Esso มีความเชื่อมโยงกับบริษัทแม่ซึ่งได้แก่ ExxonMobil ที่สูงกว่า

Esso มีขนาดธุรกิจที่เล็กกว่า บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ((อันดับเครดิตที่ AA(tha)/แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งมีสถานะทางเครดิตโดยลำพังที่ AA-(tha)) และ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ((อันดับเครดิตที่ AA-(tha)/แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งมีสถานะทางเครดิตโดยลำพังที่ A+(tha)) และ Esso ยังมีอัตราส่วนหนี้สินที่สูงกว่าทั้งสองบริษัทฯ อีกด้วย

สมมติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ:
  • ราคาน้ำมันดิบ (เบรนท์) ที่ราคา 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2561, 65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2562, และ 57.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลหลังจากนั้น โดยมีการปรับด้วยส่วนต่างราคาน้ำมันตามการซื้อน้ำมันดิบของ Esso;
  • ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงในปี 2561 และลดลงในปี 2562 เป็นต้นไป
  • การปิดซ่อมบำรุงรักษาโรงกลั่นในปี 2562
  • ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบพาราไซลีนคงที่ในปี 2562 และลดลงหลังจากนั้น
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลรักษาซ่อมบำรุงและลงทุนในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพขนาดเล็กในช่วง 2561-2565
  • อัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 50% ของกำไรสุทธิ
ปัจจัยที่อาจมีผลกับอันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยบวก:
  • ความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัท ExxonMobil ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยลบ:
  • สัดส่วนการถือหุ้นและการสนับสนุนที่น้อยลงจากกลุ่มบริษัท ExxonMobil
  • การลดลงของการเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากธนาคารและตลาดตราสารหนี้ซึ่งอาจมีผลต่อสภาพคล่องและความยืดหยุ่นทางการเงินของบริษัทฯ
  • อัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงาน (FFO-adjusted net leverage) อยู่ในระดับที่สูงกว่า 6.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง
สภาพคล่อง

สภาพคล่องที่แข็งแกร่ง: Esso มีหนี้สินทั้งสิ้นจำนวน 1.7 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 โดยมีหนี้สินประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาทที่จะครบกำหนดชำระภายใน 12 เดือนข้างหน้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้สินระยะสั้นที่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ สินค้าคงคลังของ Esso เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 จาก 1.8 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2560 สภาพคล่องของบริษัทฯได้รับการสนับสนุนจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 800 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนที่ยังไม่ได้เบิกใช้มูลค่า 6.0 หมื่นล้านบาท จากกลุ่ม ExxonMobil นอกจากนี้ Esso ยังมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากธนาคารที่ดี


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เอสโซ่ ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานวันประกาศผลผู้รับรางวัล โครงการ ESSO Challenge 2005

กรุงเทพฯ--12 พ.ค.--ที แอนด์ เอ็น แสตรทิจิก คอนซัลแทนท์ ด้วย บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ได้จัดโครงการ ESSO Challenge 2005 ขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ นิสิต-นักศึกษา ปีที่ 3 ที่สนใจ ได้เข้าร่วมคัดเลือก เพื่อรับการฝึกอบรมกับทางบริษัทฯ ในช่วงปิดภาคเรียนฤ...

ฟิทช์เพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ของบริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) เป็น BBB-(tha)

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวของหุ้นกู้มีหลักประกันบางส่วนชนิดทยอยคืนเงินต้นมูลค่ารวม 3.6 พันล้านบาท ของบริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกั...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง