ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

กรมบัญชีกลางเร่งเครื่องมาตรการเพิ่มเงินชดเชยและการออมเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อย

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๒:๔๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--18 ต.ค.--กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง

กรมบัญชีกลาง เร่งเครื่องมาตรการชดเชยเงินจากภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีรายได้น้อย พร้อมขยายเวลาการรับสมัครร้านธงฟ้าประชารัฐถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2561 สนใจสมัครหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยใช้ข้อมูลจากจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีรายได้น้อยได้ชำระว่าขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างเปิดรับสมัครร้านธงฟ้าประชารัฐกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 3,000 ร้านค้า และมีร้านธงฟ้าประชารัฐ กว่า 1,300 ร้านค้า สมัครเข้าร่วมมาตรการดังกล่าวแล้ว ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ส่งข้อมูลร้านค้าให้ บมจ. ธนาคารกรุงไทย เตรียมติดตั้งอุปกรณ์เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (Point of Sale : POS) แล้ว และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับร้านค้าที่สนใจแต่ยังไม่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ จึงได้ขยายวันปิดรับสมัครจากเดิม ในวันที่ 15 ตุลาคม เป็นวันที่ 26 ตุลาคม 2561 ร้านค้าที่มีที่ตั้ง ในเขต กทม. สมัครได้ที่กรมบัญชีกลาง ส่วนในต่างจังหวัด สมัครได้ที่สำนักงานคลังจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

สำหรับการติดตั้งเครื่อง POS นั้น เมื่อกรมบัญชีกลาง/สำนักงานคลังจังหวัด ได้รับข้อมูลการสมัครและบันทึกข้อมูลร้านค้าที่จะติดตั้งเครื่อง POS เข้าระบบเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะส่งข้อมูลดังกล่าว ให้ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ดำเนินการติดตั้งเครื่อง POS ให้กับร้านค้าที่สมัครเข้ามาก่อน ภายใน 15 วัน นอกจากนี้จะติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่หน้าร้านค้าเพื่อแสดงว่าเป็นร้านที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย ที่สำคัญร้านค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแต่อย่างใด และเนื่องจากขณะนี้มีมิจฉาชีพได้แอบอ้างและติดต่อไปยังร้านธงฟ้าประชารัฐเพื่อเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่อง POS ขอให้อย่าหลงเชื่อ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่กรมบัญชีกลางและสำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ

หากร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าเอกชนอื่นที่สนใจเข้าร่วมมาตรการนี้ ก็สามารถสมัครได้ โดยร้านค้าที่ยังไม่มีเครื่อง POS จะต้องลงทุนในการติดตั้งเครื่องเองก่อน และแจ้งความประสงค์มาที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด ส่วนร้านค้าที่มีเครื่อง POS อยู่แล้ว ก็ให้แจ้งความประสงค์มาที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัดได้เช่นเดียวกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลของร้านค้าส่งให้ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ทดสอบการรับส่งข้อมูลต่อไป

มาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บมจ. ธนาคารกรุงไทย จะเริ่มดำเนินการคัดแยกข้อมูลภาษีเมื่อผู้มีสิทธิได้ชำระราคาสินค้าหรือบริการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 - 30 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นการใช้จ่ายจริงผ่านบัตรในแต่ละเดือน โดยแบ่งออก เป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1) ร้อยละ 1 จะกันไว้เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม 2) ร้อยละ 6 จะจำแนกออกเป็น 2.1 ร้อยละ 5 เพื่อนำไปใช้จ่ายเงิน ในส่วนนี้จะโอนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e - Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.2 ร้อยละ 1 เพื่อการออม เมื่อรวมกันทั้งสองส่วนแล้วต้องไม่เกิน 500 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งเงินชดเชยดังกล่าวกรมบัญชีกลางจะโอนให้ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากตรงกับวันหยุดจะเลื่อนเป็นวันทำการก่อนวันหยุด

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า สำหรับการออมของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน กรมบัญชีกลางจึงได้เชิญผู้แทนจากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ประชุมร่วมกัน ซึ่งได้ข้อสรุปว่ากรมบัญชีกลางจะตรวจสอบฐานข้อมูลของระบบ e - Social Welfare ก่อนจะส่งข้อมูลให้กับธนาคารต่อไป และเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีธนาคารให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยไม่ต้องไปติดต่อที่ธนาคารซึ่งการดำเนินการผ่อนคลายเงื่อนไขนี้ กรมบัญชีกลางได้หารือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วยแล้ว ซึ่งในกรณีนี้ธนาคารสามารถเปิดบัญชีให้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามที่กรมบัญชีกลางจะส่งข้อมูลให้ได้ก่อน โดย ธ.ก.ส. จะเปิดบัญชีให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีอาชีพเกษตรกร และลูกจ้างภาคเกษตรกรรม (รับจ้างทำนา ทำสวน กรีดยาง) ส่วนธนาคารออมสินจะเปิดบัญชีให้กับผู้มีรายได้น้อยในอาชีพอื่น ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป

สำหรับเงื่อนไขในการออมมี 3 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 เป็นสมาชิก กอช. อยู่แล้ว กรมบัญชีกลางจะโอนเข้าบัญชี เงินฝากที่ได้เปิดไว้ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป กรณีที่ 2 ยังไม่เป็นสมาชิก กอช. แต่มีคุณสมบัติในการสมัคร กรมบัญชีกลางจะโอนเข้าบัญชี ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเช่นเดียวกัน และจะแจ้งให้ กอช. รับสมัครเป็นสมาชิกต่อไปซึ่งต้องรวบรวมเงินให้ครบ 50 บาท ก่อนจึงจะโอนเงินเข้าบัญชีรายตัวเช่นเดียวกันทั้งสองกรณี โดยมีอัตราผลตอบแทนและการถอนเงินเป็นไปตามเงื่อนไขของ กอช. และ กอช. จะส่ง Statement ให้สมาชิกเพื่อตรวจสอบเงินออม ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ กรณีที่ 3 หากเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิก กอช. เงินออมดังกล่าวจะถูกสะสมไว้ในบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีรายได้น้อยที่ ธ.ก.ส./ธนาคารออมสิน โดยมีอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม และห้ามถอนออกเป็นระยะเวลา 3 ปี


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เตรียม Work Shop คณะฯพัฒนาเศรษฐกิจการคลัง กทม.

กรุงเทพฯ--28 ก.พ.--กทม. เริ่มประชุมนัดแรกของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและการคลังกทม. แนะตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สร้างขวัญกำลังใจข้าราชการกทม.และส่งเสริมการออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ เตรียมจัด Work Shop เพื่อวางยุทธศาสตร์ก่อนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจ ในเดือนมีนาคมน...

สำนักบริหารการรับ-จ่ายเงินภาครัฐ จัดโครงการจ่ายตรงทาง website

กรุงเทพฯ--20 ม.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ สำนักบริหารการรับ - จ่ายเงินภาครัฐ ได้จัดทำเว็บเพจ ภายใต้เว็บไซต์ของ กรมบัญชีกลาง (www.cgd.go.th/prad) เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการติดต่อสื่อสาร...

GR: ปัญหาภาษีมูลค่าเพิ่มกับการให้บริการบนอินเตอร์เน็ต

กรุงเทพฯ--6 ม.ค.--กิลเบิร์ต รี้ด แอนด์ คอมปานี โดย ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ บริษัท กิลเบิร์ต รี้ด แอนด์ คอมปานี จำกัด paiboon@gilbertereed.com ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์เพื่อนๆในวงการธุรกิจดอทคอมหลายคนและได้แลกเปลี่ยนสนทนาปัญหาต่างๆมากม...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง