ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ที่ปรึกษาทางการเงินมั่นใจกองทุน TFFIF เพิ่มศักยภาพประเทศ เปิดโอกาสนักลงทุนรับผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันพฤหัสบดีที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๕:๐๑ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--6 ก.ย.--เอ็ม ที มัลติมีเดีย

ที่ปรึกษาทางการเงินกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย มั่นใจกองทุน TFFIF ช่วยสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศ สร้างโอกาสการออมเงินให้แก่ผู้ลงทุน จากการเข้าลงทุนครั้งแรกในสิทธิในการรับรายได้ร้อยละ 45 ของค่าผ่านทางพิเศษ 2 สายที่จัดเก็บได้เป็นระยะเวลา 30 ปี ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ กทพ. ที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา พร้อมเตรียมแผนโรดโชว์ให้ข้อมูลแก่นักลงทุนในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้แก่ประชาชนได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว

นายวราห์ สุจริตกุล กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายเปิดเผยว่า การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ กองทุน TFFIF เป็นไปตามการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดแนวทางการระดมทุนในตลาดทุน เพื่อนำมาสนับสนุนการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศขนาดใหญ่ โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ได้มีมติเห็นชอบหลักการจัดตั้งกองทุน TFFIF ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

ทั้งนี้ หลักการจัดตั้งกองทุน TFFIF นั้นเพื่อสนับสนุนการลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว จัดหาแหล่งเงินทุนใหม่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เป็นช่องทางให้นักลงทุนและผู้มีเงินออมสามารถลงทุนในทรัพย์สินของรัฐที่มีคุณภาพและสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนของประเทศ โดยการระดมทุนด้วยการจัดตั้งกองทุน TFFIF มีข้อดีในการลดภาระในการลงทุนของภาครัฐ เนื่องจากการลงทุนของภาครัฐที่ผ่านมานั้นจะเกิดจากการกู้ยืมเงินเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันมีข้อจำกัดด้านการลงทุนจากเพดานหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 41% ต่อจีดีพี แม้ว่าระดับเพดานหนี้สาธารณะดังกล่าวยังต่ำกว่านโยบายทางการคลังเพื่อความยั่งยืนของประเทศ ที่กำหนดให้หนี้สาธารณะของไทยไม่ควรเกิน 60% ต่อจีดีพี แต่ประเทศไทยยังมีความจำเป็นต้องลงทุนอีกหลายส่วน อาทิ การรักษาพยาบาล การศึกษา ฯลฯ การจัดตั้งกองทุน TFFIF จึงช่วยสนับสนุนการลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประเทศ

นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า กองทุน TFFIF นั้น จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมเงินทุนจากนักลงทุนในวงกว้าง และนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหน่วยลงทุน ไปลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนเพื่อเป็นรายได้ของกองทุน และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้กองทุนสามารถจ่ายผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ และไม่มีการกำหนดอายุกองทุน โดยกองทุน TFFIF มีนโยบายที่จะจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ในกรณีที่กองทุนมีกำไรสะสมเพียงพอ และโดยรวมแล้วในแต่ละรอบบัญชี จะจ่ายในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว

ส่วนทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุน TFFIF จะลงทุนครั้งแรก ได้แก่ การลงทุนในสิทธิในรายได้ร้อยละ 45 ของค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากเส้นทางปัจจุบันของทางพิเศษ 2 สาย เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยังคงเป็นผู้บริหารจัดการตามปกติ ได้แก่ 1. ทางพิเศษฉลองรัช ระยะทาง 28.2 กิโลเมตร ที่เชื่อมต่อถนนวงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออกบริเวณจตุโชติ เข้ากับทางพิเศษเฉลิมมหานคร บริเวณอาจณรงค์และทางพิเศษบางนา – อาจณรงค์ และ 2. ทางพิเศษบูรพาวิถี ระยะทาง 55 กิโลเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในทางยกระดับที่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางที่มีระยะทางยาวที่สุดในประเทศไทย และมีจุดเริ่มต้นจากปลายทางพิเศษเฉลิมมหานครบริเวณบางนาไปทางทิศตะวันออก ข้ามแม่น้ำบางปะกง สิ้นสุดที่จังหวัดชลบุรี

นายเอกภพ เมฆกัลจาย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า สำหรับผลการดำเนินงานของทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี ที่กองทุน TFFIF เข้าลงทุนในรายได้ครั้งแรก มีปริมาณการจราจรโดยเฉลี่ย 369,464 คันต่อวัน สำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 และ 386,891 คันต่อวันสำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยรายได้ค่าผ่านทางพิเศษที่กองทุนเข้าลงทุนในรายได้ครั้งแรก คิดเป็น 4,672 ล้านบาท สำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 และ2,045 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561

ขณะที่ความคืบหน้าการนำกองทุน TFFIF เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขออนุมัติและร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) สำหรับการเพิ่มทุนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นอกจากนี้กองทุน TFFIF มีแผนที่จะให้ข้อมูลกับนักลงทุนในภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและชี้ให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากกองทุน TFFIF โดยการจัดสรรหน่วยลงทุนในส่วนของผู้ลงทุนทั่วไปนั้น จะดำเนินการในรูปแบบ Small Lot First เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับสิทธิในการจองซื้อหน่วยลงทุนอย่างทั่วถึง

คำเตือน
  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • คำขออนุมัติเพื่อเพิ่มทุนจดทะเบียนเสนอขายหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของกองทุน TFFIF ต่อประชาชนเป็นครั้งแรกอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  • การลงทุนในหน่วยลงทุนส่วนเพิ่มทุนนี้ไม่ใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน จึงไม่ได้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวน และความเสี่ยงจากการลงทุนอย่างละเอียดรอบคอบก่อนลงทุน และเมื่อมีข้อสงสัยควรสอบถามผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อหน่วยลงทุน โดยควรลงทุนเมื่อเห็นว่าการลงทุนในกองทุน TFFIF เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของตน และผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนดังกล่าวได้
  • ห้ามมิให้นำข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในเอกสารนี้ไปตีพิมพ์เผยแพร่หรือแจกจ่ายให้แก่บุคคลในสหรัฐอเมริกา เอกสารนี้มิใช่การเสนอขายหลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นใด หลักทรัพย์ที่ระบุไว้ในเอกสารนี้มิได้มีการจดทะเบียนและจะไม่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1933 (รวมถึงที่แก้ไขเพิ่มเติม) ("กฎหมาย หลักทรัพย์ของสหรัฐฯ") หรือกฎหมายหลักทรัพย์ในรัฐใด ๆ ของสหรัฐอเมริกา และอาจเสนอและขาย (ก) ในสหรัฐอเมริกา และให้แก่บุคคลอเมริกันนอกสหรัฐอเมริกาเฉพาะที่เป็น "ผู้ซื้อสถาบันที่มีคุณสมบัติ" และ "ผู้ซื้อที่มีคุณสมบัติ" ตามกฎ 144 A หรือข้อยกเว้นอื่น หรือเฉพาะในธุรกรรมที่มิได้อยู่ภายใต้บังคับแห่งการจดทะเบียนตามกฏหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ และ (ข) นอกสหรัฐอเมริกา โดยเสนอและขายให้แก่บุคคลที่มิใช่คนสหรัฐอเมริกา โดยอาศัยกฎ Regulation S ของ กฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ผู้ออกหลักทรัพย์ไม่มีเจตนาที่จะจดทะเบียนส่วนหนึ่งส่วนใดของการเสนอขายในสหรัฐอเมริกา หรือทำการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในสหรัฐอเมริกา อีกทั้ง มิได้จดและจะไม่มีการจดทะเบียนเป็นบริษัทจัดการการลงทุนตามกฎหมายบริษัทจัดการการลงทุนของสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1940 (รวมถึงที่แก้ไขเพิ่มเติม)
  • ห้ามมิให้นำเอกสารนี้ไปใช้ในการจัดทำบทความเพื่อตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกา
  • การแจกจ่ายเอกสารนี้ในบางประเทศอาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ห้ามมิให้นำเอกสารนี้ไปแจกจ่ายในสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย ประเทศแคนาดา หรือประเทศญี่ปุ่น ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย ประเทศแคนาดา หรือประเทศญี่ปุ่น

  • ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

    ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

    Summary of 'Investment Opportunities in Indonesia for Thai Investors'

    เจ้าภาพโดย คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จัดโดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 1. กล่าวต้อนรับโดยคุณวิบูลย์พรรณ จันทรโชติ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นโยบายของ BOI สนับสนุนการลงทุนแบบสองทางคือ อินโดนีเซียมาไทย และ ไทยไปอินโดนีเซีย...

    ภาพข่าว: อนาคตประเทศไทย

    กรุงเทพฯ--22 มี.ค.--กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถา ในการสัมมนาวิชาการ "อนาคตประเทศไทยในมือ...ทักษิณ 2" ว่าอนาคตประเทศไทยจาก นี้ไม่ได้อยู่ในมือนายกรัฐมนตรี แต่อ...

    ข้อมูลของฝ่ายจดทะเบียนหลักทรัพย์ที่ต้องการเผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์ ณ วันที่ 5 มกราคม 2548

    กรุงเทพฯ--10 ม.ค.--ก.ล.ต. 1. การออกและเสนอขายหลักทรัพย์ (ข้อมูล ณ วันที่ 5/1/2548) ตราสารทุน บริษัทผู้ออก/ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาทางการเงิน ประเภทหลักทรัพย์ ประเภทการเสนอขาย * จำนวนหุ้น(ล้านหุ้น) บมจ. อินเด็กซ์ อีเว้นท์ เอเจนซี่ บล.ไซรัส จำกัด (มหา...

    หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง