ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

บลจ.กสิกรไทย คาดบอนด์ยิลด์ไทยครึ่งปีหลัง ปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ชูกลยุทธ์ปรับพอร์ตดูเรชั่นกองทุนให้เหมาะกับสถานการณ์

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันจันทร์ที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๐๘:๔๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--21 พ.ค.--บลจ.กสิกรไทย

บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยมุมมองตราสารหนี้ไทยครึ่งปีหลัง คาดอัตราผลตอบแทนทยอยปรับขึ้นแบบ Sideway-Up ตามทิศทางดอกเบี้ยโลก แต่คาดว่าผลกระทบต่อกองทุนตราสารหนี้ระยะยาวมีค่อนข้างจำกัดและแกว่งตัวเพียงในระยะสั้น พร้อมชูกลยุทธ์ปรับอายุเฉลี่ยตราสารให้สอดคล้องกับตลาดเพื่อมุ่งสร้างผลตอบให้ได้ตามเป้าหมาย

นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ. กสิกรไทย) เปิดเผยว่าจากแนมโน้มที่เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศมีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น และอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นโดยมีปัจจัยทั้งจากต้นทุนสินค้าและการบริโภค ทำให้อัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ถูกคาดหวังว่าจะปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและจังหวะที่เหมาะสมในการปรับขึ้นของแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกันและไม่จำเป็นที่จะเกิดขึ้นพร้อม แต่การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2015 เป็นต้นมา จนปัจจุบัน Fed Fund Rate อยู่ที่ระดับ 1.50-1.75% และมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอีก 0.50-0.75% ภายในปีนี้ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.50% นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการโอนเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้ตลาดเกิดความกังวลต่อการไหลออกของเงินทุนจากตลาดตราสารหนี้ไทย ส่งผลให้เกิดแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลในทุกช่วงอายุ ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนเศษที่ผ่านมา ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นและกดดันราคาตราสารหนี้ให้ลดลง และส่งผลกระทบต่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนตราสารหนี้ให้ปรับตัวลดลง

"นับจากต้นปี 2018 เป็นต้นมา แม้นักลงทุนต่างประเทศจะลดการถือครองพันธบัตรสกุลเงินบาทของไทยลงเกือบ 3 หมื่นล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะพันธบัตรที่มีอายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี กลับมีมูลค่าการถือครองเพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านบาทเศษ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ยังคาดหวังผลตอบแทนสุทธิจากการลงทุนในพันธบัตรสกุลเงินบาทของไทยพอสมควร" นายชัชชัยกล่าว

นายชัชชัยกล่าวต่อไปว่า สำหรับมุมมองต่อตลาดตราสารหนี้ไทยในครึ่งปีหลัง บลจ.กสิกรไทยมองว่าตลาดได้มีการรับรู้ถึงปัจจัยดังกล่าวไปค่อนข้างมากแล้ว รวมทั้งที่ผ่านมาความผันผวนของตลาดตราสารหนี้ไทยและค่าเงินบาทแกว่งตัวในกรอบที่จำกัดกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคมาก จึงคาดว่าการปรับขึ้นของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยจะเป็นไปในทิศทางค่อยๆทยอยปรับขึ้นแบบ Sideway Up ตามทิศทางดอกเบี้ยโลก นอกจากนี้มองว่าตราสารหนี้ไทยยังมีความน่าสนใจ ด้วยแรงสนับสนุนจากทั้งปัจจัยภายนอกประเทศที่นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้ามาซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย และปัจจัยภายในประเทศที่ยังคงมีสภาพคล่องส่วนเกินในระบบจำนวนมาก รวมถึงคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินไทยน่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% อีกระยะหนึ่งเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว

นายชัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ในการบริหารพอร์ตการลงทุนของบลจ.กสิกรไทยนั้น ผู้จัดการกองทุนจะมีการปรับเปลี่ยนดูเรชั่นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเหมาะสมกับนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุน โดยกองทุนที่มีดูเรชั่นน้อยกว่า 1 ปี อาทิ กองทุน K-SFPLUS ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการแกว่งตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดังกล่าว และผู้ลงทุนควรถืออย่างน้อย 1-2 เดือนขึ้นไป ส่วนกองทุนที่มีดูเรชั่นเกิน 1 ปี อาทิ กองทุน K-CBOND, K-PLAN1, K-FIXED และ K-FIXEDPLUS อาจได้รับผลกระทบจากการแกว่งตัวของ NAV บ้างในระยะสั้น จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความผันผวนได้และควรลงทุนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปีขึ้นไป ทั้งนี้การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่คาดว่าน่าจะแกว่งตัวในลักษณะ Sideway-Up ดังกล่าว อาจเป็นโอกาสให้กองทุนปรับเปลี่ยน Duration ให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลาเพื่อหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มเติม (Alpha) จากการลงทุนได้

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนได้ที่ www.kasikornasset.com หรือ บลจ.กสิกรไทย หรือธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือขอข้อมูลดังกล่าวจากบุคคลที่เสนอขายกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

begin_of_the_skype_highlightinend_of_the_skype_highlighting

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

การปรับปรุงตัวชี้วัดผลการดำเนินงานกองทุนรวม

กรุงเทพฯ--12 ม.ค.--ก.ล.ต. คณะทำงานร่วมระหว่าง ก.ล.ต. สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และ ศูนย์ซื้อขาย ตราสารหนี้ไทย (TBDC) ได้ข้อสรุปเสนอปรับปรุงตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน ("benchmark") ของ กองทุนรวมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เน้นความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และนโยบายก...

บลจ.กสิกรไทย ประกาศปรับลดค่าธรรมเนียม 3 กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--นิโอ ทาร์เก็ต ดร.อโศก วงศ์ชะอุ่ม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้ปรับลดค่าธรรมเนียมการจัดการในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น 3 กองทุน จากเดิมที่ร้อยละ 0.75 เป็นร้อยละ 0.50 ประกอบด้วย กองทุนเปิ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง