ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

FSMARTไตรมมาสQ1/61รายได้เพิ่ม16.8% กำไร145ล. กลยุทธ์เพิ่มARPUสำเร็จ ย้ำภาพผู้นำเติมเงินมือถือ-จ่าย-โอน

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันศุกร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๑:๒๑ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--11 พ.ค.--ธามดี พลัส

บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส ประกาศงบไตรมาสแรกของปี 2561 รายได้รวม 907 ล้านบาท กำไร 145 ล้านบาท เพิ่ม 16.8 % และ 10.1 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน ชี้กลยุทธ์บริหารยอดเติมเงินเฉลี่ยต่อตู้เห็นผลเพิ่มเป็น33,457 บาทต่อตู้ต่อเดือน ผลักดันยอดเติมเงินรวมไตรมานี้ 10,421 ล้านบาท ย้ำรายได้หลักมาจากการเติมเงินมือถือกว่า 80% และครองผู้นำตลาดเติมเงินมือถือที่มีช่องทางการเติบโตอีกมาก ด้านบริการโอนเงินกระแสการตอบรับยังดีจากกลุ่มลูกค้าที่นิยมใช้เงินสด ย้ำคงเป้ายอดเติมเงินปีนี้ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน พร้อมเพิ่มตู้บุญเติมใหม่ที่ 20,000 ตู้ พร้อมเดินหน้าเจรจาแบงก์โอนเงินเพิ่ม และอัดบริการที่ครบครันเพิ่มความถี่การใช้งานให้มากขึ้น

นายสมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ FSMART ผู้นำช่องทางการชำระเงินที่มีเครือข่ายมากที่สุดในประเทศไทยผ่าน "ตู้เติมเงินออนไลน์บุญเติม" เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2561 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 907 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8% และกำไรสุทธิ 145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1 % จากงวดเดียวกันปีก่อนที่บริษัทมีรายได้ 777 ล้านบาท กำไรสุทธิ 132 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการเติมเงินอยู่ที่ 10,421 ล้านบาท จากจำนวนตู้บุญเติมกว่า 130,404 ตู้ ขณะที่ยอดเติมเงินเฉลี่ยต่อตู้หรือ ARPU อยู่ที่ 33,457 บาท มากกว่าเดือนธันวาคม 2560 ที่มี ARPU อยู่ที่ 32,873 บาทต่อตู้ ซึ่งมาจากกลยุทธ์ให้ตัวแทนบริการสำรวจและคัดสรรพื้นที่ติดตั้งตู้บุญเติมในจุดที่มีคุณภาพ รวมถึงเพิ่มบริการหน้าตู้ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้งานที่บริษัทวางนโยบายไว้

ทั้งนี้ บริษัทยังมีรายได้หลักกว่า 80% มาจากบริการเติมเงินโทรศัพท์ระบบเติมเงินล่วงหน้าและรับชำระเงินออนไลน์อื่นๆ ขณะที่รายได้ของบริการโอนเงินอยู่ที่ประมาณ 8% ของรายได้รวม ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่นๆ อาทิ การซื้อสติกเกอร์ไลน์ การเติมเกมส์ ชั่งน้ำหนัก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การโอนเงินถือเป็นช่องทางการหารายได้เพิ่มที่มีอัตราการใช้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการใช้บริการโอนเงินในเดือนมกราคม 24,200 รายการต่อวัน เดือนกุมภาพันธ์ 26,400 รายการต่อวัน และเดือนมีนาคมมียอดโอนเงิน 27,300 รายการต่อวัน แสดงให้เห็นถึงฐานลูกค้าของบริษัทที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์

"ไตรมาสนี้ถือว่าได้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การเพิ่ม ARPU ที่ประสบความสำเร็จ ควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนตู้ตามจุดคุณภาพ โดยยอดเติมเงินยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับบริการโอนเงินที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยตู้เติมเงินตู้บุญเติมกว่า 85% จะอยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่มีความต้องการใช้งานเพื่อความสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไกล และนิยมใช้จ่ายด้วยเงินสด ขณะที่ตู้เติมเงินอีก 15% จะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีการใช้เพิ่มขึ้นเช่นกัน"นายสมชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน "ตู้เติมเงินออนไลน์บุญเติม" ยังถือเป็นผู้นำตลาดเติมเงินมือถือด้วยสัดส่วน 22% ของมูลค่าตลาดเติมเงินมือถือรวมประมาณ 1.33 แสนล้านบาท โดยมีผู้ใช้เลขหมายโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงินกว่า 70 ล้านเลขหมาย แต่มีการใช้ผ่านตู้เติมเงินบุญเติม 25 ล้านเลขหมายหรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 35% ทำให้ยังมีโอกาสในการเพิ่มอัตราการเติบโตอีกมาก

นายสมชัย กล่าวว่า การดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ยังคงเดินตามนโยบายการบริหารยอดเติมเงินเฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือน (ARPU) ให้เติบโตมากกว่าปีก่อน หลังจากเห็นผลสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา โดยวางเป้าหมายไว้ ARPU ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 5% ด้วยการคัดสรรพื้นที่ติดตั้งตู้บุญเติมในจุดที่มีคุณภาพ และปรับเปลี่ยนทำเลใหม่ให้กับตู้เติมเงินที่มียอดเติมเงินไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยยังวางเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนตู้บุญเติมในปีนี้ที่ 20,000 ตู้ ซึ่งจะส่งผลให้สิ้นปีจะมีตู้บุญเติม 144,653 ตู้ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าเจรจาเพิ่มบริการโอนเงินผ่านตู้บุญเติมต่อเนื่อง จากที่ให้บริการอยู่ 2 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย( KTB) และธนาคารกสิกรไทย(KBANK) โดยวางเป้าหมายเพิ่มโอนเงินผ่านธนาคารอื่นในปี 2561 คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ เช่นเดียวกับ การเพิ่มบริการอื่นๆที่หลากหลายจากที่ให้บริการกว่า 70 รายการ เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้งาน อาทิ การจำหน่ายสติ๊กเกอร์ Line การบริการรับชำระบิลค่าสาธารณูปโภคให้ครอบคลุมมากขึ้น การบริการรับชำระเงินสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเชื่อว่าจะช่วยให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น และช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม และเพิ่มลูกค้าใหม่ ๆ ในการใช้งาน รวมถึงผลักดันให้มียอดเติมเงินโดยรวมในปี 61 เติบโต 20% จากปีก่อน

สำหรับแอพพลิเคชั่นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ "Be Wallet" ธุรกิจต่อยอดสำหรับกลุ่มที่ใช้สมาร์ทโฟน เพื่อใช้ชำระเงินในการซื้อสินค้าจากตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติ (Vending Machine) รวมถึงรองรับการดำเนินธุรกิจการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายออนไลน์ (e-Marketplace) และรองรับการขยายตัวของธุรกิจที่เกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ในอนาคต ยังคงมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง จากการส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาดเพื่อแนะนำการใช้งาน ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถมีผู้ใช้บริการในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 200,000 รายตามเป้าหมาย


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

“บุญเติม” ตู้เติมเงินไฮเทคฝีมือคนไทย

บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด เปิดตัวธุรกิจ “ตู้บุญเติม” ในฐานะผู้ให้บริการออนไลน์ ทั้งเติมเงินมือถือ เติมเงินเกมออนไลน์ และรับชำระค่าบริการต่างๆ อย่างเป็นทางการ หลังชิมลางตลาดมาเพียงปีเดียว ยอดติดตั้งพุ่งถึงกว่า 5 พันเครื่อง...

ออเร้นจ์ จัสทอล์ค ปล่อยโปรโมชั่นเด็ด "เติมเงิน เมื่อไหร่ รับไปเลย 2 เท่า"

กรุงเทพฯ--31 ต.ค.--อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ บริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ ผู้นำด้านการให้บริการระบบสื่อสาร wirefreeTM จัดแคมเปญ 2 เท่า เติมความคุ้มค่าให้ลูกค้าจัสทอล์คทุกคน เมื่อเติมเงินทุกมูลค่าผ่านทุกช่องทาง ทั้งบัตรเติมเงิน เอทีเอ็ม หรือ เติมเงินมือถือด้ว...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง