ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ทรีนีตี้ ชี้ตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงเป็นเพียงการปรับฐานของตลาดที่อยู่ในภาวะกระทิง(Bull market)

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันศุกร์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๐๙:๓๖ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--9 ก.พ.--IR and PR HUB

ทรีนีตี้ ชี้ตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงเป็นเพียงการปรับฐานของตลาดที่อยู่ในภาวะกระทิง(Bull market) เชื่อหลังจากนี้ตลาดจะผันผวนน้อยลง ชี้หากมีแรงขายแพนิคออกมากดดัชนีให้ปรับตัวลงแรงๆอีกเป็นโอกาสดีในการเลือกซื้อหุ้น พร้อมเปิดโพยหุ้นหลุมหลบภัยระยะสั้นได้แก่กลุ่มหุ้นปันผลสูง

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยที่แกว่งตัวผันผวนและปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านนั้นเป็นการปรับตัวสอดคล้องกับตลาดหุ้นทั่วโลก โดยมีปัจจัยกดดันที่สำคัญคือความกังวลของนักลงทุนต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)ในปีนี้ จากเดิมมองว่า 1 ครั้งกว่าๆเพิ่มมาเป็น 3 ครั้ง

ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจและเงินเฟ้อคาดการณ์ของสหรัฐฯที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนแห่ขายพันธบัตรจนทำให้ Bond yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนที่รอจังหวะอยู่ ทยอยโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเข้าสู่ตราสารหนี้สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการปรับพอร์ตโฟลิโอรอบใหญ่ จึงทำให้เกิดความผันผวนสูง และกระตุ้นให้เกิดแรงขายเชิงโมเมนตัมจากกองทุนประเภท Hedge fund และ Volatility fund ยิ่งเป็นแรงกดดันซ้ำเติม

อย่างไรก็ตาม นายณัฐชาตกล่าวว่า ประเมินว่าตลาดหุ้นทั่วโลกหลังจากนี้จะเผชิญกับความผันผวนที่น้อยลง ยกเว้นเสียว่า Bond yield สหรัฐฯจะปรับตัวกระโดดขึ้นมาอีก แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากที่ระดับปัจจุบัน ได้สะท้อนหรือ Price in การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed 3 ครั้งในปีนี้ไปแล้ว และไม่คิดว่า Fed จะมีการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่านี้อีก

"มองว่า การปรับลงของตลาดเป็นเพียงการปรับฐานในตลาด Bull market หรือตลาดที่อยู่ในภาวะกระทิงหากมีแรงขายด้วยความตื่นตระหนก(Panic sell) ขึ้นมาอีก จนทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงรุนแรงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนระยะยาวที่ถือเงินสดมากกว่าระดับปกติในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากราคาหุ้นได้ตอบรับข่าวร้ายไปมากแล้ว สะท้อนจาก VIX Index ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนความผันผวนของตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะยุโรป แต่ขณะนี้ไม่ได้มีวิกฤติเศรษฐกิจใดๆเกิดขึ้น"

นายณัฐชาตยังระบุว่า มองว่าการปรับลงของตลาด มีระดับแนวรับสำคัญอยู่ 2 ระดับได้แก่ แนวรับแรกที่ระดับ 1,750-1,760 จุด เนื่องจากเป็นระดับต้นทุนดัชนีของนักลงทุนสถาบันในประเทศ ที่เข้ามาซื้อหุ้นอย่างหนักในช่วงต้นเดือนธันวาคมและมีแนวรับที่สองที่ 1,700 จุด เนื่องจากเป็นระดับที่น่าสนใจในแง่ของ Valuation เพราะซื้อขายด้วย Forward PE ปี 2562 ที่ 14 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพในเชิงของ Valuation

นายณัฐชาตยังกล่าวถึงปัจจัยบวกที่จะหนุนให้ตลาดไปต่อได้ คือ ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ไม่น่าแข็งค่าขึ้นไปกว่านี้มากแล้ว ทำให้สกุลเงินประเทศเกิดใหม่ทรงตัวแข็งค่าได้ต่อไป ขณะที่ Bond yield ของไทยที่ยังทรงตัวอยู่ได้ โดยล่าสุดพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 10 ปีอยู่ที่ระดับ 2.4% ซึ่งเป็นระดับที่ยังไม่จูงใจให้นักลงทุนในประเทศโยกเงินออกจากตลาดหุ้นไปยังตลาดตราสารหนี้มากนัก รวมถึงสภาพคล่องในประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยล่าสุดเดือนธันวาคม ปริมาณเงินในประเทศ (M2) ขยายตัวถึง 5.2% ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 26 เดือน เป็นอานิสงส์ต่อราคาสินทรัพย์ต่างๆ

นายณัฐชาตยังได้ประเมินถึงปัจจัยเสี่ยงที่เป็นตัวจำกัดดัชนีไม่ให้ขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดหรือ High เดิมที่ระดับ 1,840-1,850 จุด ได้แก่ Bond yield สหรัฐฯที่ยังคงอยู่ในระดับสูง (ล่าสุดรุ่นอายุ 10 ปีอยู่ที่ระดับ 2.8%) เมื่อมาประกอบกับประมาณการ EPS (อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้น)ของตลาดหุ้นไทย ที่ยังคงไม่ถูกปรับขึ้นทั้งในส่วนของปี 2561 และ 2562 จึงทำให้ Valuation ของดัชนหุ้นไทยในมิติ Earning yield gap ยังไม่น่าสนใจนัก คาดว่าจะยังไม่เห็น Fund flow ไหลเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ติดตามประเด็นความเสี่ยงภูมิศาสตร์การเมืองในระยะสั้น ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการจัดการเลือกตั้งที่ประเทศอิตาลีในวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งล่าสุดคะแนนนิยมของพรรคฝ่ายขวาจัดเริ่มสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งพรรคเหล่านี้มีแนวคิดต่อต้านและกีดกันผู้อพยพอย่างรุนแรง หากมีความวุ่นวายมากขึ้น มองอาจทำให้ตลาดทุนทั่วโลกโดยเฉพาะตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวผันผวนได้

ในสภาวะที่ตลาดยังต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย นายณัฐชาตแนะนำ Theme การลงทุนที่เหมาะจะเป็นหลุมหลบภัยได้แก่ กลุ่มหุ้นปันผลสูง ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มที่มี Downside จำกัดกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มที่อยู่อาศัย (AP, LH) กลุ่มโรงกลั่น (IRPC, SPRC, TOP) และ กลุ่มธนาคารเช่าซื้อ (KKP, TISCO)


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: เรียนรู้จากเซียน

(ซ้ายไปขวา) กัมปนาท โลหเจริญวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทรีนีตี้ มนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ทรงเดช ประดิษฐสมานนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท Ernst & Young จำกัด ร่วมเสวนา "เปิดปูมเซียนฟิวเจอร์ส เล่นอย่างไรใ...

ผู้บริหารยานภัณฑ์ปลื้ม ยอดหุ้นจองสถาบันล้นกว่า 5 เท่า รายย่อยหมดภายใน 2 วัน

กรุงเทพฯ--10 ม.ค.--พีอาร์ แอนด์ แอสโซซิเอส หุ้นจองบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ "YNP" ร้อนแรง เปิดศักราชใหม่ปีระกา เตรียมเทรดวันแรก 13 มกราคมนี้ สร้างความคึกคักตลาดหุ้นไทย สังเกตได้จากผลจองของ นักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่ผ่านมา ต่างแห่จองซื้อหุ้น IPO ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง