ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ฟิทช์คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน ของบริษัท ไทยประกันชีวิตที่ #BBB+ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันศุกร์ที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๖:๑๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--8 ธ.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength: IFS) และอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS) ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ที่ 'BBB+' (หรืออยู่ในระดับ "ดี") และ 'AAA(tha)' ตามลำดับ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

การคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลและอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศของ TLI พิจารณาจากอัตราส่วนเงินกองทุนและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท เครือข่ายธุรกิจประกันชีวิตที่ดี และ ระดับความเสี่ยงด้านการลงทุนที่อยู่ในระดับจัดการได้ อย่างไรก็ตามอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ TLI ถูกจำกัดโดยอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะยาวของประเทศไทยที่ 'BBB+' และต่ำกว่าอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลของบริษัทในกรณีที่ไม่ถูกจำกัดโดยอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศที่ 'A-' อยู่ 1 อันดับ ทั้งนี้ อันดับเครดิตของ TLI จะไม่สามารถอยู่ในระดับที่สูงกว่าอันดับเครดิตของประเทศไทยได้เนื่องจากบริษัทถือครองตราสารหนี้รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจไทยในระดับสูง (52% ของมูลค่าตราสารหนี้รวมที่บริษัทถือครอง) และการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทยังมีจำกัด

ฟิทช์คาดว่า TLI จะยังคงดำเนินนโยบายการบริหารฐานะเงินกองทุนที่ระมัดระวัง อัตราส่วนเงินกองทุนของบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฏหมายตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 140% อยู่มาก ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถดำรงเงินกองทุนเพิ่มเติมสำหรับความเสี่ยงในด้านต่างๆ ในระดับที่สูงขึ้นตามเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงระยะที่ 2 ของประเทศไทย แม้ว่าอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฏหมายของบริษัทจะลดลงเป็น 314% ณ สิ้นครึ่งปีแรกของปี 2560 จาก 376% ณ สิ้นปี 2558 จากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงและสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนและหุ้นกู้เอกชนที่เพิ่มขึ้น ระดับความแข็งแกร่งในด้านเงินกองทุนของบริษัทตามการประมาณการของ Prism Factor-Based Capital Model (FBM) ลดระดับลงมาอยู่ในระดับ "แข็งแกร่ง" ('Strong') จากระดับ "แข็งแกร่งมาก" ('Very Strong') โดยพิจารณาจากข้อมูลผลการดำเนินงาน ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2560 เนื่องจากการลงทุนในตราสารทุนและหุ้นกู้เอกชนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามระดับความแข็งแกร่งในด้านเงินกองทุนดังกล่าวยังคงสอดคล้องกับอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทในปัจจุบัน

ฟิทช์เชื่อว่าเครือข่ายธุรกิจของ TLI จะแข็งแรงขึ้นจากทั้งเครือข่ายตัวแทนขายที่มีขนาดใหญ่และมีความสามารถที่สูงขึ้น รวมทั้งการเติบโตจากช่องทางการขายผ่านเครือข่ายธนาคาร (Bancassurance) และช่องทางการขายอื่นที่ไม่ใช่ช่องทางเครือข่ายตัวแทนขาย (Non-Agency) TLI สามารถรักษาตำแหน่งการเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศไทยในด้านเบี้ยประกันภัยรับรวม โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 13% ณ สิ้นครึ่งปีแรกของปี 2560 ทั้งนี้ TLI ยังได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคนิคและการดำเนินงานจากผู้ถือหุ้นจากประเทศญี่ปุ่นคือ Meiji Yasuda Life Insurance Company (A/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ)

ฟิทช์คาดว่าผู้บริหารของ TLI จะติดตามดูแลกลยุทธ์การลงทุนในตราสารทุนรวมถึงระดับความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การลงทุนส่วนใหญ่ของบริษัทโดยรวมไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยเป็นเงินลงทุนในตราสารหนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ประมาณ 79% ของเงินลงทุนรวม ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2560 เงินลงทุนในตราสารทุนเพิ่มขึ้นเป็น 11% ของเงินลงทุนรวม จาก 7% ในปี 2558 เพื่อชดเชยผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลดลงในภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ

ฟิทช์คาดว่าอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำและกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทที่มีระยะเวลายาวจะทำให้บริษัทไม่สามารถลดความแตกต่างด้านระยะเวลาระหว่างสินทรัพย์และหนี้สิน (Duration Gap) ให้ต่ำลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม TLI ยังคงดำเนินนโยบายการบริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สิน (Asset-Liability Management) ที่เหมาะสมซึ่งสะท้อนได้จากความแตกต่างด้านระยะเวลาระหว่างสินทรัพย์และหนี้สินที่ปรับตัวลดลงบ้างของบริษัท ทั้งนี้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทยังคงทรงตัวโดยอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ยและอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เฉลี่ยสามปี (2558 – 2560) เท่ากับ 13.1% และ 2.3% ฟิทช์คาดว่าประเภทของผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและรายได้ค่าเบี้ยประกันรับเพิ่มเติมจากช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ช่องทางเครือข่ายตัวแทนขายจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในระยะยาวได้

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินได้แก่
  • การปรับตัวลดลงของสัดส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฏหมาย (RBC) มาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 250% และการปรับตัวแย่ลงของระดับเงินกองทุนของบริษัทซึ่งวัดจากแบบจำลอง Prism FBM เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง
  • การปรับตัวลดลงของความสามารถในการทำกำไรซึ่งสะท้อนจากอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์ที่ต่ำกว่า 1% เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง
  • การปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะยาว (Long-Term Local-Currency IDR) ของประเทศไทยที่ 'BBB+'/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

การปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ TLI ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลของบริษัทอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะยาวของประเทศไทยที่ 'BBB+' และอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศที่ 'AAA(tha)' เป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดแล้ว


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

กรุงเทพมหานคร ขอเชิญร่วมกิจกรรม หนึ่งคนให้หลายคนรับ : มหกรรมให้เพื่อชีวิต

กรุงเทพฯ--31 ต.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สภากาชาดไทย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด บริษัท อาร์ เค มีเดีย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท อาร์ เอส โปรโมชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท สกาย ไฮด์ เน็ตเวิร์ค จัดกิจกรรม "หนึ่งคนให้หลายคนรับ...

6 ยักษ์ใหญ่กลุ่มเมืองไทย-ภัทร กสิกรไทย จัด Fast Program พัฒนานักวางแผนการเงินรุ่นใหม่

กรุงเทพฯ--25 ม.ค.--กลุ่มเมืองไทย-ภัทร กสิกรไทย 6 สถาบันการเงินพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำของประเทศ กลุ่มเมืองไทย ภัทร กสิกรไทย ประกอบด้วย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด บริษัท ภัทรประกันภัย จำกัด(มหาชน) บริษัท หลักทรัพย์ ภัทร ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง