ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ราคาสินค้าเกษตรหลัก นิ่ง เศรษฐกิจภูธร ทรงตัว

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๗:๒๒ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--12 ต.ค.--ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ชี้รายได้เกษตรกรปีหน้า "นิ่ง" กำลังซื้อเศรษฐกิจภูมิภาคยังไม่รีเทิร์น เหตุราคาสินค้าเกษตรสำคัญทรงตัว หวังรัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

แม้ว่าเศรษฐกิจปี 2561 มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นกว่าปีนี้จากคาดการณ์จีดีพีที่จะขยายตัวได้ร้อยละ 3.8 เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 3.5 โดยมีปัจจัยหลักที่สนับสนุนเศรษฐกิจ คึอ การส่งออกซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในระยะฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังกระจุกอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและหัวเมืองหลัก ด้านเศรษฐกิจภูมิภาคยังคงทรงตัว เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญ คือ ข้าว ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน มีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่องจากปีนี้

ศูนย์วิเคราะห์ฯ ประเมินว่าราคาเฉลี่ยข้าวเปลือกและยางแผ่นดิบที่เกษตรกรจะขายได้ในปี 2561 อยู่ที่ 7,700 บาทต่อตัน และ 66 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และร้อยละ 1.5 ตามลำดับ แม้จะได้รับผลดีจากสต็อคข้าวและยางของรัฐบาลที่ไม่มีตกค้าง และไม่ประสบภัยธรรมชาติเช่นในอดีต ทำให้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นกดดันราคาตลาด ส่วนการส่งออกแม้ปริมาณจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่อาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับภูมิภาค ซึ่งลดทอนความสามารถในการส่งออกข้าวและยางของไทย

สำหรับราคามันสำปะหลังและปาล์มน้ำมันปีหน้า คาดว่ามันสดจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.40 บาทต่อกิโลกรัม ใกล้เคียงกับราคาเฉลี่ยปีนี้ เนื่องจากการปริมาณส่งออกไปจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญยังคงลดลงต่อเนื่อง โดย 3 ปีที่ผ่านมาจีนลดการนำเข้ามันสำปะหลังลงเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเกษตรของรัฐบาลจีน ด้านปาล์มน้ำมัน คาดว่าราคาเฉลี่ยปาล์มสดอยู่ที่ 4.70 บาทต่อกิโลกรัม ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 เนื่องจากผลผลิตปาล์มสดออกสู่ตลาดเป็นปกติ ไม่เกิดภาวะภัยแล้ง และสต็อคน้ำมันปาล์มดิบยังคงอยู่ในระดับเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ

สินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาลดลงปีหน้า คือ อ้อย ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง จากต้นปีนี้กว่าร้อยละ 30 ทำให้ราคาอ้อยโรงงาน ปี 2561จะอยู่ที่ 900 บาทต่อตัน จากราคาเฉลี่ย 982 บาทต่อตัน นอกจากนี้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายยังคงเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการกำกับดูแลและกลไกการกำหนดราคา ซึ่งยังอยู่ในระยะเริ่มต้น อาจส่งผลต่อราคารับซื้ออ้อยจากเกษตรกร ด้านความต้องการเอทานอล ซึ่งผลิตจากอ้อย/มันสำปะหลัง และไบโอดีเซล (บี100) จากปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและการเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน อีกทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ศูนย์วิเคราะห์ฯ คาดว่า ปี 2561 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยอยู่ที่ 53.0 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากราคาเฉลี่ยปีนี้ จะสนับสนุนราคาอ้อย มันสำปะหลังและปาล์มน้ำมันได้อีกทางหนึ่ง

ภาพรวมของราคาสินค้าเกษตรสำคัญที่มีมูลค่าผลผลิตกว่า 7.1 แสนล้านบาทต่อปีที่กล่าวมา ถือเป็นรายได้ของเกษตรกรกว่า 12 ล้านคนทั่วประเทศนั้น มีแนวโน้มทรงตัวในปีหน้า จากการคาดการณ์ดัชนีรายได้เกษตรกรปี 2561 พบว่า "ไม่ขยายตัว" โดยเกษตรกรพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออก และบางจังหวัดในภาคกลาง รวม 21 จังหวัด มีแนวโน้มรายได้ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ 56 จังหวัด ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มรายได้ทรงตัว

เกษตรกรนอกจากจะเป็นผู้ผลิตหลัก ยังเป็นฐานการบริโภคที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจภูมิภาคอีกด้วย การที่ราคาสินค้าเกษตรสำคัญมีแนวโน้มทรงตัว นอกจากจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องเช่น ธุรกิจปุ๋ย เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลการเกษตร ที่มีทิศทางไม่สดใสแล้ว การจับจ่ายใช้สอยในระบบเศรษฐกิจภูมิภาคยังอาจชะลอตัวจากความไม่มั่นใจในรายได้ของเกษตกรอีกด้วย โดยกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงคือ สินค้าคงทน สินค้าฟุมเฟือย สินค้าที่มีมูลค่าสูง และสามารถเลื่อนเวลาซื้อออกไปได้ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เป็นต้น ดังนั้นเพื่อให้เศรษฐกิจภูมิภาคมีสภาพคล่องและสามารถขยายตัวได้ในระยะที่เกษตรกรอาจไม่สามารถใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้น ภาครัฐอาจต้องเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณมากขึ้น หรือ เพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค นอกเหนือจากมาตรการสนับสนุนการเกษตร ชะลอการขายผลผลิต ไม่แทรกแซงราคาตลาด และปรับโครงสร้างการเกษตรในระยะยาว ในส่วนเกษตรกร ก็จำเป็นต้องปรับตัวในการผลิต เพื่อให้มีโอกาสสร้างรายได้และไม่พึ่งพาผลผลิตอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ค่าจ้างขั้นต่ำ: โจทก์หรือจำเลยของเศรษฐกิจไทย

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ห่วง ขึ้นค่าแรงผู้ประกอบการ และ SMEs ปรับตัวไม่ทัน แบกรับ 8 ใน 10 ส่วน ที่เหลือส่งผ่านดันค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้น ค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายนศกนี้ โดยในกรุงเทพฯ ปริมณฑล...

ภาพข่าว: รมช. คลัง แสดงปาฐกถาเรื่อง "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2550 ของรัฐบาล"

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แสดงปาฐกถาเรื่อง "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2550 ของรัฐบาล" ในงานสัมมนา "การปรับตัวของ SMEs รับมือเศรษฐกิจปี 50" ณ หอประชุม กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันพุธที่ 20 ธันวาคม 2549...

มุมมองธุรกิจ SMEs ครึ่งแรกปี 2549

กรุงเทพฯ--30 ม.ค.--ธนาคารกรุงเทพ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มโครงการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ เพื่อวิเคราะห์ภาวะและขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 โดยรวม และมีแผนจะทำ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง