ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

KTAMขายตราสารหนี้ตปท.6เดือน

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันพุธที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ๑๒:๑๑ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--2 พ.ย.--คิธ แอนด์ คิน คอมมิวนิเคชั่น แอนด์   คอนซัลแตนท์

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 120 (KTFF120) อายุ 6 เดือน ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 อายุ 6 เดือน เน้นลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทเงินฝากประจำ Bank of China ( Macau Branch )ประมาณอัตราผลตอบแทนของตราสาร (ต่อปี) 1.65% , PT Bank Rakyat Indonesia (Persero ) Tbk ประมาณอัตราผลตอบแทนของตราสาร (ต่อปี) 1.85% , Agicultural Bank of CHINA ประมาณอัตราผลตอบแทนของตราสาร (ต่อปี) 1.64% , Ahli Bank QSC ประมาณอัตราผลตอบแทนของตราสาร (ต่อปี) 1.95% และ First Gulf Bank PJSC ประมาณอัตราผลตอบแทนของตราสาร (ต่อปี) 1.75% ในสัดส่วนการลงทุนในแต่ละรายการ 20 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ประมาณผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน 1.50 % ต่อปี มีค่าใช้จ่ายของกองทุน 0.27 % มีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ทั้งนี้หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือบลจ.กรุงไทย

ส่วนอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกช่วงอายุโดยเฉพาะอายุ 2-10 ปี เริ่มจากแรงขายทำกำไรในตราสารรุ่นอายุปานกลางก่อนการประมูลพันธบัตรรุ่นอายุ 5 ปี (LB226A) ก่อนจะมีแรงขายในตราสารอายุยาวในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและพันธบัตรฝั่งยุโรป โดยนักลงทุนต่างชาติเป็นยอดซื้อสุทธิจำนวน 6,863 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกช่วงอายุตามแรงขายทำกำไร หลังโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed มีเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมที่ออกมาดี GDP ไตรมาส 3 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี ประกอบกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลฝั่งยุโรป และแนวโน้มผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่มีความชัดเจนมากขึ้น โดยสรุปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 bps. มาอยู่ที่ 0.85% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7 bps. มาอยู่ที่ 1.32% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11 bps.มาอยู่ที่ 1.85% ต่อปี สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้จะเป็นแนวโน้มผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและเศรษฐกิจโลก แนวโน้มราคาน้ำมัน ผลกระทบของ Brexit ต่อ EU และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามจะเป็นความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนตุลาคม แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ทิศทางของการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนระหว่างประเทศ และการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ

" ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้"


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

KTAMมุ่งรักษาฐานลูกค้าเก่าเปิดขายกองทุน6เดือน ชูผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากเน้นลงทุนในประเทศ

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนรวมกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น 6 เดือน 27 ในวันที่ 19-25 กุมภาพันธ์ 2551 อายุโครงการ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เป็นกองทุนที่มี...

บลจ.ทหารไทย จัดสัมมนา "ทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2005"

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--บลจ.ทหารไทย ดร.ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ (ที่ 2 จากขวา) ประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด จัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้แทนขายหน่วยลงทุนหัวข้อ "ทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนไทยปี 2005...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง