ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ฟิทช์คงอันดับเครดิต DTAC ที่ #BBB/AA(tha) แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันศุกร์ที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ๑๗:๑๑ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--21 ต.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Rating) และอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินในประเทศ (Long-Term Local-Currency Issuer Default Rating) ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ที่ 'BBB' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของ DTAC ที่ 'AA(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating) ที่ 'F1+(tha)'

การประกาศคงอันดับเครดิตสะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ที่คาดว่า DTAC จะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับที่สองของประเทศไว้ได้ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ถึงแม้ว่าสถานะทางการตลาดของบริษัทจะอ่อนแอลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากฟิทช์คาดว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่จะรุนแรงน้อยลงในปี 2560 นอกจากนี้ DTAC น่าจะยังคงสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO-Adjusted Net Leverage) ในระดับที่ต่ำกว่า 2.5 เท่า ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นระดับที่สอดคล้องกับอันดับเครดิตปัจจุบัน

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

สถานะทางการตลาดที่อ่อนแอลง: ฟิทช์คาดว่าสถานะทางการตลาดของ DTAC จะยังคงถูกกดดันจากการที่บริษัทสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งในส่วนของบริการด้านเสียง และบริการที่ไม่ใช่เสียง ไปให้กับผู้ประกอบการรายที่สาม ซึ่งได้แก่บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ฟิทช์คาดว่าส่วนแบ่งทางการตลาดตามรายได้จากการให้บริการของ DTAC จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 25%-26% ในปี 2559 จาก 28.4% ในปี 2558

รายได้ลดลง: ฟิทช์คาดว่ารายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมรายได้จากค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) ของ DTAC จะปรับตัวลดลง 1%-2% ในปี 2559 การเติบโตของรายได้จากการให้บริการด้านข้อมูลที่ยังคงแข็งแกร่ง จะถูกลดทอนด้วยการหดตัวของรายได้จากการให้บริการด้านเสียง ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2559 รายได้จากการให้บริการของ DTAC ปรับตัวลดลง 1.9% มาอยู่ที่ 48.7 พันล้านบาท จาก 49.6 พันล้านบาทในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2558

ความเสี่ยงในการย้ายลูกค้า: ฟิทช์คาดว่า DTAC จะเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการย้ายผู้ใช้บริการในระบบ 2G ไปยังระบบใบอนุญาต 3G ในช่วงสองปีข้างหน้า ก่อนที่สัญญาสัมปทานจะหมดอายุลงในเดือนกันยายน 2561 นอกจากนี้บริษัทยังจำเป็นต้องลงทุนในคลื่นความถี่เพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตของการให้บริการด้านข้อมูล และทดแทนคลื่นความถี่ภายใต้ระบบสัมปทานที่จะหมดอายุลง ทั้งนี้เพื่อรักษาคุณภาพของการให้บริการ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการให้บริการ

อัตราส่วนกำไรที่ลดลง: EBITDAR margin ของ DTAC น่าจะปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับ 30%-32% ในปี 2559 จาก 33.5% ในปี 2558 ฟิทช์คาดว่าค่าใช้จ่ายด้านการตลาดของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับสูง จากการแข่งขันเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ค่าใช้จ่ายที่สูงดังกล่าวอาจลดทอนผลประโยชน์ที่เกิดจากค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้ภาครัฐ (Regulatory cost) ที่ลดลง จากการให้บริการภายใต้ระบบใบอนุญาต ในปี 2559

อัตราส่วนหนี้สินที่ยังคงสามารถรองรับการลงทุนที่สูง: ฟิทช์คาดว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่อ่อนแอลง และเงินลงทุนที่สูง จะส่งผลให้กระแสเงินสดสุทธิ (Free Cash Flow) ของ DTAC ติดลบ และหนี้สินสุทธิและอัตราส่วนหนี้สินต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Financial Leverage) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในปี 2559 อย่างไรก็ตามอัตราส่วนหนี้สินต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ DTAC ที่อยู่ในระดับไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับอันดับเครดิตปัจจุบัน น่าจะช่วยลดทอนผลกระทบจากกำไรที่ปรับตัวลดลง และการลงทุนที่สูง โดย ณ สิ้นไตรมาสที่สาม ของปี 2559 DTAC มีอัตราส่วน FFO- Adjusted Net Leverage อยู่ที่ 1.7 เท่า และฟิทช์คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.2x ณ สิ้นปี 2559

ความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นใหญ่: ตามหลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของฟิทช์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก (Parent and Subsidiary Rating Linkage Methodology) ฟิทช์จัดอันดับเครดิตของ DTAC โดยเริ่มจากการพิจารณาอันดับเครดิตของ DTAC โดยลำพัง (Standalone Rating) แล้วจึงพิจารณาถึงปัจจัยเสริมจากความสัมพันธ์ดังกล่าว (Bottom-Up Approach) โดยฟิทช์ได้ให้อันดับเครดิตเพิ่มขึ้นหนึ่งอันดับจากอันดับเครดิต Standalone ของ DTAC เพื่อสะท้อนถึงความเกี่ยวเนื่องทางด้านการดำเนินงานและด้านกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจระหว่าง DTAC กับ Telenor ซึ่งมีอำนาจควบคุมคณะกรรมการและผู้บริหารของ DTAC ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของ Telenor หรือความสัมพันธ์ กับ DTAC ฟิทช์จะทำการพิจารณาความสัมพันธ์และการสนับสนุนดังกล่าวจาก Telenor ใหม่อีกครั้ง

สมมุติฐานที่สำคัญ
สมมุติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ
  • รายได้จากการให้บริการลดลง 2%-3% ในปี 2559
  • EBITDAR margin ในปี 2559 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 30%-32% ในปี 2559
  • เงินลงทุนในการขยายโครงข่ายอยู่ที่ 2.0 หมื่นล้านบาทในปี 2559
  • จ่ายเงินปันผลในระดับสูงในปี 2559
ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลให้มีการปรับลดอันดับเครดิต
  • การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วน FFO- Adjusted Net Leverage Ratio สูงกว่า 2.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง
  • สถานะทางการตลาดที่อ่อนแอลง โดยส่วนแบ่งทางการตลาดตามรายได้จากการให้บริการลดลงต่ำกว่า 20% อย่างต่อเนื่อง
  • การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือกฎระเบียบของกิจการโทรคมนาคมที่ส่งผลในแง่ลบต่อบริษัท
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง DTAC และ Telenor ที่ลดลง
ปัจจัยที่อาจส่งให้มีการปรับเพิ่มอันดับเครดิต

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง