ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

บลจ.เมย์แบงก์ ชวนนักลงทุนชอปหุ้นนอก เปิดขายกองทุนอีทีเอฟ ตปท. 4 กองรวด

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ๑๒:๔๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--14 พ.ย.--ธามดี หลัส

บลจ.เมย์แบงก์เอาใจนักลงทุนปลดทุกข้อจำกัดลงทุนต่างประเทศ ก้าวสู้การลงทุนระดับโลก เปิดขายหน่วยลงทุนกองทุนอีทีเอฟ ต่างประเทศลงทุนในหุ้น 4 ภูมิภาค ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่ วันที่ 19 พฤศจิกายน ถึง 4 ธันวาคม 2557 มูลค่าระดมทุนรวม 4 พันล้านบาท หวังช่วยนักลงทุนกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน พร้อมจับมือ 4 บริษัทชั้นนำในวงการลงทุน เพื่อเป็นพันธมิตรในการเสนอขายกองครั้งนี้ และมองแนวโน้มการลงทุนต่างประเทศสดใส พื้นฐานดี

ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนกองทุนอีทีเอฟ ที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ 4 ภูมิภาค ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่ แบ่งเป็น กองทุนเปิดเมย์แบงก์ ยุเอส อีทีเอฟ (Maybank US ETF: MUS) กองทุนเปิดเมย์แบง์ ยูโร อีทีเอฟ (Maybank EURO ETF: MEU) กองทุนเปิดเมย์แบงก์ เจแปน อีทีเอฟ (Maybank Japan ETF: MJP) และกองทุนเปิดเมย์แบงก์ อีเมอร์จิ้ง อีทีเอฟ (Maybank Emerging ETF: MEM) มูลค่าการระดมทุนกองทุนละ 1,000 ล้านบาท ราคาเสนอขายหน่วยลงทุนละ 10 บาท ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน ถึง 4 ธันวาคม 2557 โดยการออกกองทุนอีทีเอฟ ต่างประเทศครั้งนี้ถือเป็นทางเลือกใหม่ของนักลงทุน เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในประเทศที่ผันผวนขึ้นลงเฉลี่ยปีละ 20% และเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า ซึ่งการเสนอขายกองทุนอีทีเอฟ ครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในปี 2557 เติบโตตามเป้าหมายที่ 2,500 ล้านบาท

“ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดขายกองทุนอีทีเอฟ ต่างประเทศพร้อมกัน 4 กองทุน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องประสานงานกับส่วนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศมากพอสมควร แต่เมย์แบงก์ต้องการสร้างความแตกต่าง และเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนไทยสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า พร้อมทั้งปลดข้อจำกัดการลงทุนในต่างประเทศแก่นักลงทุน เนื่องจากลักษณะกองทุนใช้เงินลงทุนจำนวนน้อย สามารถซื้อขายง่ายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ฯ และทราบราคาซื้อขายทันที นอกจากนี้ในมุมมองการลงทุนผมเห็นว่าผลตอบแทนคาดการณ์ของหุ้นโลกยังคงดูดี เมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์อื่น ขณะที่สภาพคล่องทั้งโลกยังมีสูงและสินทรัพย์ที่น่าลงทุนมีไม่จำกัดเหมือนในประเทศ” ดร.ตรีพลกล่าว

สำหรับรูปแบบการลงทุนของกองทุนอีทีเอฟต่างประเทศแต่ละกองนั้นจะต่างกันออกไป ดังนี้ กองทุน MUS จะเน้นลงทุนหุ้นพื้นฐานดี ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยผลตอบแทนจะสะท้อนจากความเคลื่อนไหวของดัชนี S&P500 กองทุน MEU จะลงทุนหุ้นของบริษัทชั้นนำกลุ่มประเทศยุโรป โดยผลตอบแทนจะสะท้อนจากความเคลื่อนไหวของดัชนี MSCI EMU กองทุน MJP จะเน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผลตอบแทนจะสะท้อนจากความเคลื่อนไหวของดัชนี MSCI Japan และกองทุน MEM จะเน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ในตลาดเกิดใหม่กว่า 800 หุ้น โดยผลตอบแทนจะสะท้อนจากความเคลื่อนไหวของดัชนี MSCI Emerging Markets

“จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของกองทุนอีทีเอฟต่างประเทศของเมย์แบงก์คือ ค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการกองทุนที่ต่ำกว่ากองทุนลักษณะอื่น และสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ทำให้มั่นใจว่าการเสนอขายกองทุนอีทีเอฟต่างประเทศในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี” ดร.ตรีพลกล่าว

นอกจากนี้ บลจ. เมย์แบงก์ ได้ลงนามความร่วมมือกับ 4 บริษัทชั้นนำในวงการลงทุน ได้แก่ บริษัท คอมเมิร์ช แบงก์ จำกัด (มหาชน) บริษัท มาร์ค อิท กรุ๊ป ลิมิเต็ท จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นพันธมิตรในการเสนอขายกองทุนอีทีเอฟ ต่างประเทศในครั้งนี้ โดย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง และ บล.ภัทร จะเป็นพันธมิตรทางด้านผู้ร่วมค้าหลักทรัพย์ (Participant dealer) ส่วนคอมเมิร์ช แบงก์ และ มาร์ค อิท กรุ๊ป ลิมิเต็ท จะเป็นพันธมิตรด้าน การดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) และการให้ข้อมูลราคาตลาดระหว่างวัน (iNAV)

“ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเสนอขายกองทุนอีทีเอฟ ต่างประเทศ ของเมย์แบงก์ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น และหวังว่าความสำเร็จในครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทอื่นๆ เห็นความสำคัญและเข้ามาร่วมด้วย เพราะสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ ETF ประสบความสำเร็จในระยะยาว คือ ความหลากหลายของผู้ลงทุนซึ่งควรจะมีทั้งนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบัน ที่จะทำให้เกิดความหลากหลายของมุมมองการลงทุนจึงจะนำไปสู่การปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้น” ดร.ตรีพลกล่าว

ทั้งนี้ บลจ.เมย์แบงก์ มองแนวโน้มการลงทุนในหุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด แม้จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่บรรยากาศการลงทุนในปัจจุบันเอื้อต่อการลงทุนในหุ้นที่สุด เพราะเม็ดเงินที่รัฐบาลต่างๆ อัดฉีดเข้ามาในระบบยังคงหมุนเวียนอยู่ สำหรับการลงทุนหุ้นต่างประเทศใน 4 ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่ ถือว่าน่าสนใจ

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐ แนวโน้มยังดี หลังจากที่เศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐในปีหน้า คาดว่าจะเติบโตประมาณ 7-8% ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศยุโรป เริ่มฟื้นตัว ราคาหุ้นถูก สามารถเลือกซื้อได้ แม้ว่าเศรษฐกิจยังดูไม่ค่อยสดใส ดัชนีความเชื่อมั่นจะต่ำกว่าคาด แต่สิ่งเหล่านี้น่าที่จะเป็นแรงกระตุ้นให้ ECB หาวิธีเพิ่มปริมาณเงินในระบบให้มากขึ้นได้ ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะส่งออกและท่องเที่ยว

ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นก็ค่อนข้างน่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากกำลังมีการเพิ่มปริมาณเงินอย่างมาก และตลาดหุ้นก็น่าที่จะได้นับอานิสงค์ด้านบวกจากค่าเงินอ่อนด้วย ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะหุ้นราคาถูกและหลายประเทศกำลังอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งน่าจะเริ่มมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็ววัน และบางประเทศได้รับอานิสงค์จากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง และคาดว่าการบริโภคในกลุ่มนี้น่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ น่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน

มิสเตอร์ ทอร์สเต็น ไฮร์ท กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุนและสินค้าโภคภัณฑ์ เอเชีย คอมเมิรซ์ แบงก์ กล่าวทิ้งท้ายถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า บมจ.คอมเมิรช์ แบงก์ มีความยินดีที่ได้รับเลือกจาก บลจ.เมย์แบงก์ ให้ทำหน้าที่ผู้ดูแลสภาพคล่องของกองทุน เมย์แบงก์ อีทีเอฟ ทั้ง 4 กอง หน้าที่ของเราคือในฐานะผู้ดูแลสภาพคล่องคือการนำสภาพคล่องมาสู่ตลาดและทำราคากองทุน อีทีเอฟ ให้เคลื่อนไหวตามมูลค่าหน่วยลงทุนอ้างอิง นอกจากนี้คอมเมิรช์ แบงก์ ให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และ กองทุน อีทีเอฟทั้งนอกตลาดฯ (OTC) และในตลาดฯ (Listed) ระหว่างช่วงเวลาทำการของตลาดเอเชีย


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ตลท. และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จัดงานแถลงข่าวการจัดตั้งกองทุนอีทีเอฟ ที่อ้างอิงดัชนี FTSE SET Large Cap.

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ บริษัท บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด ขอเชิญท่านหรือผู้แทนร่วมงานแถลงข่าวการจัดตั้งกองทุนอีทีเอฟ ที่อ้างอิงดัชนี FTSE SET Large Cap.ในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2552 เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ โถงนิทรรศการ...

บีโอไอมุ่งดึงการลงทุนวิสาหกิจจีน มั่นใจเลือกลงทุนในไทยแทนประเทศคู่แข่งในอาเซียน

กรุงเทพฯ--19 พ.ค.--บีโอไอ รองฯ สมคิดนำทีมบีโอไอ กรมส่งเสริมการส่งออก การท่องเที่ยวฯ และกลุ่ม นักธุรกิจ บุกจีนแผ่นดินใหญ่ บีโอไอเผยเร่งดึงการลงทุนจากจีน หลังรัฐบาลจีนหนุนวิสาหกิจไปลงทุนต่างประเทศ เลขาธิการบีโอไอมั่นในโรดโชว์ครั้งนี้จะสามารถดึงนักลงทุนจีนรา...

บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมเอ็มเอฟซี เก้า-เก้า ฟันด์ ดี 28 ก.พ.-7 มี.ค.นี้

กรุงเทพฯ--1 มี.ค.--บลจ.เอ็มเอฟซี บลจ.เอ็มเอฟซี สนองความต้องการของลูกค้า เปิดขาย"กองทุนรวมเอ็มเอฟซี เก้า-เก้า ฟันด์ ดี" (MFC NINE-NINE FUND D หรือ M-99D) มูลค่า 400 ล้านบาท เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เจาะกลุ่มลูกค้าเงินฝากทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-7 ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง