ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้ใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท “บ. แสนสิริ” ที่ระดับ “BBB”

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑๐:๒๔ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--27 มิ.ย.--ทริสเรทติ้ง

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศผลอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาทของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB” พร้อมทั้งประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “BBB+” และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “BBB” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะผู้นำ ตลอดจนผลงานที่ได้รับการยอมรับในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดคอนโดมิเนียม ความหลากหลายของสินค้า และยอดขายรอการส่งมอบจำนวนมากที่เป็นหลักประกันรายได้ของบริษัท อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวลดทอนลงไปบางส่วนจากการมีอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่อยู่ในระดับสูง การประเมินอันดับเครดิตยังคำนึงถึงลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นวงจรขึ้นลงและการคาดการณ์ที่ภาวะการแข่งขันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายซื้อที่ดินไว้เป็นจำนวนมากตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2553

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะสามารถส่งมอบที่อยู่อาศัยส่วนที่เหลือได้ตามกำหนด อีกทั้งจะสามารถเสริมสภาพคล่องให้แข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่บริษัทสามารถโอนโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการในระหว่างช่วงหลังของปี 2554 จนถึงปี 2556 ทั้งนี้ บริษัทมีความท้าทายในการที่จะดำรงอัตรากำไรจากการดำเนินงานให้อยู่ในระดับเดียวกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำรายอื่น ในขณะเดียวกัน บริษัทควรจะรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนไม่ให้สูงกว่าระดับปัจจุบันแม้จะยังขยายโครงการจำนวนมาก

ทริสเรทติ้งรายงานว่า บริษัทแสนสิริเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ณ เดือนมีนาคม 2554 บริษัทมีโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมเพื่อขายจำนวน 53 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 65,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 49% บ้านเดี่ยว 34% และทาวน์เฮ้าส์ 17% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด ราคาขายเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยโดยรวมอยู่ที่ 4 ล้านบาทต่อหน่วย ณ เดือนมีนาคม 2554 บริษัทมียอดขายรอการรับรู้รายได้ประมาณ 25,000 ล้านบาท และมีมูลค่าโครงการพร้อมขายอีกประมาณ 23,000 ล้านบาท บริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขันจากการมีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี รวมถึงการมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่แข็งแกร่ง และสินค้าที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคอนโดมิเนียม

ยอดขายของบริษัทขึ้นสู่สถิติสูงสุดที่ระดับ 24,995 ล้านบาทในปี 2553 โดยเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 13,964 ล้านบาทในปี 2552 และ 10,446 ล้านบาทในปี 2551 อันเป็นผลจากการมียอดขายที่เพิ่มขึ้นในโครงการคอนโดมิเนียม โครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ที่เปิดตัวในปี 2553 ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งนี้ ยอดขายคอนโดมิเนียมพุ่งขึ้นเป็น 14,486 ล้านบาทในปี 2553 ซึ่งสูงกว่าระดับ 6,315 ล้านบาทในปี 2552 เป็นอย่างมาก ยอดขายของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกของปี 2554 ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4,436 ล้านบาท โดยลดลง 5% จาก 4,683 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 2553 ทั้งนี้ จำนวนยอดขายที่สูงบ่งบอกถึงยอดขายที่รอการส่งมอบจำนวนมาก รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 18% เป็น 18,596 ล้านบาทในปี 2553 จาก 15,824 ล้านบาทในปี 2552 รายได้รวมในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2554 อยู่ที่ 3,614 ล้านบาท ลดลง 47% จากช่วงเดียวกันของปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 6,811 ล้านบาท การลดลงของรายได้เป็นผลมาจากการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านภาษีของรัฐบาลในช่วงกลางปี 2553 ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในไตรมาสแรกของปี 2553 ให้สูงกว่าระดับปกติ อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้นในช่วงระหว่างปี 2553 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2554 อย่างไรก็ตาม การสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านภาษีของรัฐบาลและการส่งเสริมด้านการตลาดที่มากขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัทสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วลดลงเป็น 15.03% ในปี 2553 และ 12.08% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2554 จาก 18.19% ในปี 2552 บริษัทมีกระแสเงินสดที่อ่อนตัวลง โดยอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมลดลงเป็น 10.24% ในปี 2553 จาก 12.05% ในปี 2552 และอยู่ที่ 1.36% (ยังไม่ได้ปรับอัตราส่วนให้เป็นตัวเลขเต็มปี) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2554 การขยายโครงการจำนวนมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทำให้อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอยู่ในระดับสูงกว่าผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายราย โดยอยู่ที่ระดับ 62%-63% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2553 และสิ้นเดือนมีนาคม 2554

ทริสเรทติ้งกล่าวถึงความต้องการที่อยู่อาศัยว่าขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยปกติภาครัฐมักให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ในช่วงครึ่งหลังของปี 2552 ตลาดที่อยู่อาศัยของไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากแรงกระตุ้นของมาตรการจูงใจด้านภาษีของภาครัฐในช่วงปี 2551-2553 และภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยอยู่ในสภาวะทรงตัวตลอดปี 2553 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการหลายรายได้เร่งซื้อที่ดินเพิ่มตั้งแต่ปลายปี 2552 ซึ่งส่งผลทำให้อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของผู้ประกอบการหลายรายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในปี 2553 การเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV Ratio) ของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2554 และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงวงจรขาขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่คาดว่าจะชะลอความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการเก็งกำไรในตลาดคอนโดมิเนียมลงและลดทอนความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ดังนั้น จึงคาดว่าอัตราการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้จะต่ำลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายน่าจะแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากผู้ประกอบการรายเล็กเพราะผู้ประกอบการรายใหญ่พยายามเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจโดยการเข้าไปแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่ต่ำลง สถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นสาเหตุที่ทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรงยิ่งกว่าในอดีต

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI)
อันดับเครดิตองค์กร: คงเดิมที่ BBB+
อันดับเครดิตตราสารหนี้:
SIRI126A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2555 คงเดิมที่ BBB
หุ้นกู้ไม่มีประกันในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายในปี 2559 BBB
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable (คงที่)

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ฟิทช์เพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ของบริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) เป็น BBB-(tha)

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวของหุ้นกู้มีหลักประกันบางส่วนชนิดทยอยคืนเงินต้นมูลค่ารวม 3.6 พันล้านบาท ของบริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกั...

ทริสเรทติ้งยกเลิกอันดับเครดิตองค์กร "ยูคอม"

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--ทริสเรทติ้ง บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศยกเลิกอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ยูไนเต็ดคอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ตามความประสงค์ของบริษัทเนื่องจากบริษัทไม่มีแผนในการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ซึ่งจำเป็นต้องใช้อันดับเครดิตในการอ้างอ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง