ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

TMB Analytics ชี้อุ้มน้ำมันทำไทยขาดประสิทธิภาพทางพลังงาน แนะใช้ Crawling Peg

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันอังคารที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑๖:๑๐ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--29 มี.ค.--ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB หรือ TMB Analytics ชี้มาตรการอุ้มราคาน้ำมันส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันขาดประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน แนะลอยตัวผ่านนโยบาย Crawling Peg บนราคาน้ำมันมาตรการตรึงราคาน้ำมันเป็นนโยบายที่มุ่งเน้นการลดภาระค่าครองชีพของผู้ผลิตและประชาชนที่มีประสิทธผลพอสมควรในระยะสั้น ทว่าเป็นมาตรการที่ไม่ยั่งยืน โดยเฉพาะภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ความต้องใช้น้ำมันมีมากเกินศักยภาพการผลิตในระยะยาว ดังนั้นนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อพยุงราคาค้าปลีกน้ำมันมาตรการตรึงราคาน้ำมัน ตัวบั่นทอนโอกาสพลังงานทางเลือก ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวสูงขึ้น นโยบายตรึงราคาจะถูกนำมาใช้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคไม่มีความจำเป็นต้องปรับตัว ดังนั้น ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นเศรษฐกิจที่ครบถ้วนไปด้วยทรัพยากรและพืชพลังงานหลากหลายชนิด แต่ความต้องการพลังงานทางเลือกที่มีไม่เพียงพอ ทำให้อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนภาคเอกชนขาดโอกาสที่จะเติบโตและลงหลักปักฐานอย่างแข็งแกร่งได้

แนวโน้มราคาพลังงานยังคงเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทันทีที่ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศทางแถบตะวันออกกลางปะทุขึ้น ราคาน้ำมันก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าสถานการณ์ทวีความรุนแรงและส่งผลกระจายไปสู่ประเทศข้างเคียงอย่างประเทศซาอุดิอาระเบียที่เป็นเจ้าของน้ำมันสำรองกว่า 1 ใน 4 ของน้ำมันสำรองทั้งโลก ความกังวลก็จะยิ่งทวีคูณ ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับน้ำมันดิบโอมานที่ประเทศไทยนำเข้า ปรับตัวมาแตะระดับ 115 เหรียญต่อบาเรล แม้จะยังต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ 145 เหรียญต่อบาเรลในช่วงเดือนกรกฎาคม 2551 แต่แนวโน้มก็ยังเป็นขาขึ้นและไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่

การตรึงราคาน้ำมันจึงเป็นมติเร่งรัดจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งปัจจุบันมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลอย่างเข้มงวดไว้ที่ 30 บาท/ลิตร ผ่านการแทรกแซงของกองทุนน้ำมันโดยปรับอัตราเงินชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วตั้งแต่ 17 ธันวาคม 2553 แล้วรวม 9 ครั้งหรือเป็นเม็ดเงินถึงกว่า 12,000 ล้านบาท คิดเป็นเงินเทียบเท่ากับการสร้างรถไฟฟ้า BTS จากสถานีสยามถึงหมอชิตเลยทีเดียว

จากการวิเคราะห์ของ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB หรือ TMB Analytics พบว่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับที่ด้อยกว่าประเทศคู่แข่ง เช่น จีน อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฯลฯ โดยวัดจากปริมาณการใช้น้ำมัน (จำนวนบาร์เรล) เพื่อการผลิตผลผลิต 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ถึงแม้ตัวเลขนี้จะมีแนวโน้มพัฒนาดีขึ้นแต่ก็อยู่ในอัตราที่ช้าว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะหลังปี 2543 ที่ประเทศอื่นพัฒนาประสิทธิภาพไปอย่างรวดเร็วแต่ไทยกลับทำได้ช้ากว่ามาก ล่าสุด ณ ปี 2552 เศรษฐกิจไทยใช้น้ำมัน 1.3 บาร์เรลต่อผลผลิต 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐ สูงกว่าจีนถึง 2.1 เท่า ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ากองทุนน้ำมันเริ่มมีบทบาทอย่างมากตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ในอดีต อัตราการใช้น้ำมันของไทยเคยอยู่ในอันดับที่ดีกว่าประเทศอื่นๆ เช่น ในช่วงปี 2543 เคยดีกว่าอินโดนีเซียที่เป็นอดีตสมาชิก OPEC และในช่วงก่อนวิกฤตปี 2540 เคยดีกว่า มาเลเซีย จีน และเวียดนาม แต่นับจากปี 2533 เป็นต้นมา ไทยลดอัตราการใช้น้ำมันต่อผลผลิตได้เพียงร้อยละ 25 ในขณะที่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคสามารถลดได้กว่าร้อยละ 50 โดยเวียดนามและจีนลดอัตราดังกล่าวได้ถึงร้อยละ 61.2 และ 71.6 ตามลำดับ ในปัจจุบันประสิทธิภาพของเศรษฐกิจไทยกำลังตามหลังคู่แข่งอยู่ และเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

การตรึงราคาพลังงานในเฉพาะบางกลุ่มสินค้าบิดเบือนกลไกตลาดและเป็นการอุดหนุนผู้ประกอบการและผู้บริโภคบางกลุ่ม โดยผลักภาระไปสู่ผู้ที่ไม่ได้รับการสนับสนุน เช่น การตรึงราคาน้ำมันดีเซลกลายเป็นการเพิ่มภาระของผู้มีรายได้น้อยบางกลุ่มอย่างไม่คาดคิด โดยจากข้อมูลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พบว่าสำหรับคนชนบท ผู้มีรายได้น้อยนิยมใช้รถจักรยานยนต์ซึ่งต้องใช้น้ำมันเบนซิลและเมื่อมีรายได้เพิ่มจึงจะหันไปใช้รถกระบะแทนที่ต้องใช้น้ำมันดีเซล ฉะนั้น ในแง่ของผู้บริโภคในกลุ่มนี้ ผู้มีรายได้ต่ำในชนบท รวมถึงรถจักรยานยนต์รับจ้างในเมือง จะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้มีรายได้สูงในชนบท เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซิลเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบมากกว่าราคาน้ำมันดีเซลที่ยังมีกองทุนน้ำมันคอยสนับสนุนราคา อีกทั้งการตรึงราคาดีเซลยังเป็นการบิดเบือนการคาดการณ์ราคา (price expectation) และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีทางเลือก ทำให้ผู้บริโภคบางรายเลือกที่จะใช้รถยนต์น้ำมันดีเซลแทนเพราะคาดหวังและเชื่อว่ารัฐจะคุมราคาดีเซลในระยะยาว

การอุดหนุนราคาน้ำมันควรจะอยู่บนบรรทัดฐานที่ให้เวลาในการปรับตัวแต่ก็ไม่สร้างความคาดหวังว่าราคาจะคงที่ ระบบ Crawling Peg จึงเป็นทางเลือกที่น่านำมาประยุกต์ใช้ ถึงแม้ภาระที่เพิ่มขึ้นกับผู้ประกอบการและผู้บริโภคเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ แต่การสร้างความคาดหวังว่าราคาจะคงที่ไปเรื่อยๆก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ดังนั้น หนึ่งในแนวทางที่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริงคือการนำระบบการบริหารจัดการค่าเงินมาดูแลความผันผวนของราคาน้ำมันภายในประเทศ ซึ่งทางเลือกมีหลากหลายแล้วแต่ความจำเป็นและความเข้มงวดที่ต้องการ เรามองว่าระบบ Crawling Peg ที่เคยใช้ในการจัดการค่าเงินในประเทศเม็กซิโกและฮังการีเป็นระบบที่มีน่าจะมีประสิทธิภาพสูงในการเข้ามาบริหารจัดการแนวโน้มราคาน้ำมัน ระบบดังกล่าวสามารถตรึงราคาน้ำมันได้ในระยะสั้นแต่มีการประกาศอย่างชัดเจนถึงแนวโน้มและระยะเวลาเป้าหมายการปรับขึ้นอย่างช้าๆตามตลาดโลก ระบบดังกล่าว นอกจากจะให้เวลาปรับตัวกับผู้ประกอบการและผู้บริโภคแล้ว ยังไม่เป็นการผูกพันความคาดหวังบนนโยบายตรึงราคาให้เท่าเดิมในอนาคต จึงเป็นหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจในการตอบสนองปัญหาราคาพลังงานของประเทศ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

“ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB” คาดการณ์แนวโน้มสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทย ปี 2553 เติบโตร้อยละ 6

ในปี 2552 สภาพคล่องในระบบที่ยังสูง อัตราส่วนเงินฝากต่อสินเชื่อที่ต่ำ และกำลังการผลิตส่วนเกินที่ยังมีอยู่ แสดงถึงความต้องการสินเชื่อที่ยังมีน้อย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่กระเตื้องขึ้นในช่วงปลายปี 2552...

สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ระดมสมองยอดขุนพล ชูเศรษฐกิจไทยหลังปฏิรูปให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์นำทีมขุนพลเศรษฐกิจร่วมระดมสมองวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันและอนาคต ชูหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลกในงานสัมมนาประจำปีภายใต้หัวข้อ “เศรษฐกิจหลังปฏิรูป…ร่อแร่ห...

มุมมองธุรกิจ SMEs ครึ่งแรกปี 2549

กรุงเทพฯ--30 ม.ค.--ธนาคารกรุงเทพ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มโครงการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ เพื่อวิเคราะห์ภาวะและขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 โดยรวม และมีแผนจะทำ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง