ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทำสถิติปิดที่ 1,003.24 จุด สูงสุดในรอบ 14 ปี เผยผู้ลงทุนเชื่อมั่นศักยภาพหุ้นไทย

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันจันทร์ที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑๗:๕๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--1 พ.ย.--ตลท.

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดที่ 1,003.24 สูงสุดในรอบ 14 ปี ชี้ผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเชื่อมั่นศักยภาพ มั่นใจบริษัทจดทะเบียนไทยยังแข็งแกร่ง และยังให้ผลตอบแทนที่ดีสำหรับผู้ลงทุน

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ที่ปรับขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,003.24 จุด ในวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับขึ้น 36% ในรูปเงินบาท และ 52% ในรูปเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งเมื่อคิดในรูปเงินเหรียญสหรัฐฯ จะพบว่าสูงสุดเมื่อเทียบกับทุกตลาดในภูมิภาค ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ยังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ

SET Index ได้ปรับขึ้นมาเกิน 1,000 จุดนั้น เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่าตลาดทุนไทยมีบริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพ และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังทำลายสถิติสูงสุดอีกหลายด้านนับตั้งแต่ก่อตั้ง (ณ วันที่ 29 ต.ค. 2553) มูลค่าการซื้อขายของผู้ลงทุนสูงถึงเฉลี่ยวันละ 26,957.81 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีสภาพคล่องสูง ในขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ได้ทำสถิติสูงสุดมาอยู่ที่ 8.06 ล้านล้านบาท (เมื่อ 15 ต.ค. 53) คิดเป็น 84% ของ GDP ในขณะที่จำนวนบัญชีที่มีการซื้อขาย (Active Accounts) ในตลาดหลักทรัพย์ฯได้เพิ่มขึ้นเป็น 178,000 บัญชีในเดือนกันยายน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ หากรวมจำนวนบัญชีทั้งหมดที่มีการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งที่ลงทุนผ่านกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการแล้ว จะมีจำนวนบัญชีสูงถึงกว่า 15 ล้านบัญชี

นอกจากนี้ หากดูในเชิงลึก จะเห็นว่าการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ได้ทำสถิติการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงสุด นับตั้งแต่การจัดตั้งตลาดอนุพันธ์ โดยมีจำนวนสัญญาซื้อขาย 17,630 สัญญาต่อวัน (ณ วันที่ 29 ต.ค. 2553)

สำหรับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ปรับสูงขึ้นนี้ ส่งผลให้อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 15.40เท่า (ณ 29 ต.ค. 2553) ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทจดทะเบียนให้สามารถระดมทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำ และเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะดึงดูดบริษัทให้เข้ามาจดทะเบียนมากขึ้น ในขณะที่บริษัทจดทะเบียนยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยผลประกอบการ 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยมูลค่ากำไรสุทธิและยอดขายเพิ่มขึ้น 34% และ 24% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลการดำเนินงานของหมวดธนาคารในไตรมาส 3/2553 ที่มีการประกาศตัวเลขก่อนสอบทานออกมา มีกำไรสุทธิ 30,142 ล้านบาท สูงที่สุดนับแต่ไตรมาส 2 ปี 2544

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. S-E-T Call Center 0-2229-2222

สื่อมวลชนติดต่อส่วนประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ลดาวัลย์ กันทวงศ์ 0-2229–2036

กนกวรรณ เข็มมาลัย 0-2229–2048/ ณัฐยา เมืองแมน. 0-2229-2043

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยมูลค่าซื้อขายตลอดปี 2547 รวมกว่า 5 ล้านล้านบาท เฉลี่ยต่อวันสูงเกินเป้ากว่าวันละ 20,000 ลบ.

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปการซื้อขายหลักทรัพย์ประจำปี 2547 มูลค่าซื้อขายรวมสูงถึง 5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ส่วนมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึงประมาณ 20,000 ลบ. ส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมคิดเป็นประมาณ 4.5 ล้านล้านบาท ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง