ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ฟิทช์ให้อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคารทิสโก้ที่ ‘A-(tha)’

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันจันทร์ที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑๔:๔๖ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--19 เม.ย.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term Rating) ที่ ‘A-(tha)’ แก่หุ้นกู้ประเภทด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ TISCOB มูลค่าไม่เกิน 1 พันล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2563 โดยอันดับเครดิตของธนาคารมีแนวโน้มเสถียรภาพ

อันดับเครดิตของ TISCOB สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไร คุณภาพสินทรัพย์ และฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งของธนาคาร แต่อย่างไรก็ตาม จากการที่ TISCOB พึ่งพาแหล่งเงินระยะสั้นเป็นหลักและมีการกระจายตัวของการระดมเงินไม่มากนัก ทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงด้านการระดมเงินและสภาพคล่องสูงกว่าธนาคารขนาดใหญ่ สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพนั้น สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไร คุณภาพสินทรัพย์ และฐานะเงินกองทุนที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง แม้ว่า TISCOB จะมีความแข็งแกร่งในการระดมเงินและสภาพคล่องที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่

จากการที่ TISCOB มีการพึ่งพาเงินฝากจากลูกค้าผู้ฝากเงินรายใหญ่เป็นหลัก ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 77% ของฐานเงินฝากของธนาคาร (รวมตั๋วแลกเงิน หรือ B/E) อีกทั้งเงินฝากและหนี้สินส่วนใหญ่ของธนาคารเป็นหนี้สินระยะสั้น ส่งผลให้ธนาคารมีความเสี่ยงมากขึ้น หากเกิดปัญหาสภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์ไทย แต่อย่างไรก็ตามการยืดระยะเวลาการคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวนสำหรับระบบธนาคารพาณิชย์ไทยออกไปอีก 3 ปี คาดว่าจะช่วยรักษาเสถียรภาพของการระดมเงินของธนาคารในอีก 2-3 ปีข้างหน้า นอกจากนั้น TISCOB มีแผนที่จะเพิ่มฐานลูกค้าเงินฝากรายย่อยให้มีสัดส่วนมากขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเช่นกัน ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2552 TISCOB มีสัดส่วนลูกค้าเงินฝากรายย่อยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 23% ของเงินฝาก จาก 13% ณ สิ้นปี 2551 นอกจากนั้น TISCOB คาดว่าฐานลูกค้าเงินฝากรายย่อยจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นประมาณ 35% ของเงินฝาก ณ สิ้นปี 2553

ผลการดำเนินงานในปี 2552 ของ TISCOB ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 พันล้านบาท จาก 4.3 พันล้านบาทในปี 2551 โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 4.5% (4.1% ในปี 2551) โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการเติบโตของสินเชื่อ (เพิ่มขึ้น 7.4% จากปี 2551) และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ TISCOB มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 พันล้านบาท จาก 1.2 พันล้านบาทในปี 2551 อัตราส่วนกำไรต่อสินทรัพย์ทรงตัวอยู่ในระดับเดิมที่ 1.1% เทียบกับปี 2551 ในขณะที่อัตราส่วนกำไรต่อเงินทุนเพิ่มขึ้นเป็น 12.5% จาก 12.1% ในปี 2551

TISCOB มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเล็กน้อยเป็น 2.5 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2552 (จาก 2.6 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2551) หรือประมาณ 2.3% ของสินเชื่อรวม อย่างไรก็ตามสำรองหนี้สงสัยจะสูญของธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 พันล้านบาท หรือ 1.1% ของสินเชื่อ ในปี 2552 (จาก 0.7 พันล้านบาท หรือ 0.8% ของสินเชื่อในปี 2551) เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ หากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงส่งผลให้สัดส่วนเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ TISCOB เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 84.8% ณ สิ้นปี 2552 จาก 62.5% ณ สิ้นปี 2551

ในขณะที่เงินกองทุนของ TISCOB ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนเงินกองทุนของธนาคารได้ลดลงอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงและการเติบโตของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนวิธีการคำนวณเงินกองทุนเป็นแบบ Internal Rating Based ตามหลักเกณฑ์ของ Basel II ณ สิ้น ปี 2552 ส่งผลให้เงินกองทุนขั้นที่ 1 ของธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 12.5% จาก 10.4% ณ สิ้นปี 2551 เนื่องจากสินเชื่อรายย่อยมีน้ำหนักความเสี่ยงในการคำนวณที่ต่ำกว่า เงินกองทุนรวมของธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 16.96% จาก 11.71% เนื่องจากการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิจำนวน 4 พันล้านบาทในปี 2552 อย่างไรก็ตามอัตราส่วนส่วนของผู้ถือหุ้นต่อสินทรัพย์รวมของธนาคารลดลงเป็น 8.6% จาก 9.3% ณ สิ้นปี 2551

TISCOB ก่อตั้งในปี 2512 โดยมีฐานะเป็นบริษัทเงินทุน และได้เปลี่ยนสถานะเป็นธนาคารพาณิชย์ในเดือนกรกฎาคม 2548 หลังจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกลุ่มในเดือนธันวาคม 2551 ส่งผลให้ TISCOB เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทลูกของ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCOFG TISCOB เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการหลักในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในประเทศไทย

การเปิดเผยข้อมูล: บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ซึ่งถูกถือหุ้น 100% โดย บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 10% ของบริษัทฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่มีผู้ถือหุ้นใดนอกเหนือจากบริษัทฟิทช์ เรทติ้งส์ จำกัดแห่งประเทศอังกฤษที่มีส่วนในการดำเนินงานและการจัดอันดับเครดิตที่จัดโดยบริษัทฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด

หลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตหาได้ที่ www.fitchratings.com ในการจัดอันดับเครดิตของบริษัทฯ นี้ ฟิทช์ได้ใช้หลักเกณฑ์ตาม Global Financial Institution Criteria ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2552 และ National Ratings-Methodology Update ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2549

ติดต่อ
พชร ศรายุทธ, Vincent Milton, กรุงเทพฯ +662 655 4755

หมายเหตุ : การจัดอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Ratings) ใช้วัดความน่าเชื่อถือของบริษัทในประเทศที่อันดับเครดิตของประเทศนั้นอยู่ในระดับต่ำกว่าอันดับเครดิตระดับเพื่อการลงทุน หรือมีอันดับเครดิตอยู่ในระดับต่ำแม้จะอยู่ในระดับเพื่อการลงทุน อันดับเครดิตของบริษัทที่ดีที่สุดของประเทศจะอยู่ที่ระดับ ‘AAA’ และการจัดอันดับเครดิตอื่นในประเทศ จะเป็นการเปรียบเทียบความเสี่ยงกับบริษัทที่ดีที่สุดนี้เท่านั้น อันดับเครดิตภายในประเทศนั้นถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนภายในประเทศในแต่ละประเทศนั้นๆ และมีสัญลักษณ์ที่กำหนดไว้ต่อท้ายจากอันดับเครดิตสำหรับแต่ละประเทศ เช่น ‘AAA(tha)’ ในกรณีของประเทศไทย อันดับเครดิตภายในประเทศนั้นไม่สามารถนำไปใช้เปรียบเทียบระหว่างประเทศได้

ข้อมูลเพิ่มเติมหาได้ที่ www.fitchratings.com

การใช้อันดับเครดิตที่จัดทำโดยฟิทช์เรทติ้งส์มีข้อจำกัดและขอบเขตการใช้ ซึ่งข้อจำกัดและขอบเขตของการใช้อันดับเครดิตดังกล่าวสามารถหาได้จาก HTTP://FITCHRATINGS.COM/UNDERSTANDINGCREDITRATINGS นอกจากนี้คำจำกัดความของอันดับเครดิตและการใช้อันดับเครดิตของ ฟิทช์ เรทติ้งส์ สามารถหาได้จาก www.fitchratings.com อันดับเครดิตที่ประกาศ หลักเกณฑ์และวิธีการจัดอันดับเครดิต ได้แสดงไว้ในเว็บไซต์ดังกล่าวตลอดเวลา หลักจรรยาบรรณ การรักษาข้อมูลภายใน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น แนวทางการเปิดเผยข้อมูลระหว่างบริษัทในเครือ กฎข้อบังคับรวมทั้งนโยบายและกระบวนการที่เกี่ยวข้องอื่นๆของฟิทช์ ได้แสดงไว้ในส่วน ‘หลักจรรยาบรรณ’ ในเว็บไซต์ดังกล่าวเช่นกัน


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ทริสเรทติ้งเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ "ธ. ทหารไทย" หลังควบรวมกับ "ธ. ดีบีเอสไทยทนุ" และ "บรรษัท"

กรุงเทพฯ--21 ม.ค.--ทริสเรทติ้ง บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ "BBB+" จากเดิมที่ "BBB-" และเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคารมาอยู่ที่ระดับ "BBB" จากเดิมที่ "BB+" โดยมีแนวโน้ม "Posi...

ฟิทช์เพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ของบริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) เป็น BBB-(tha)

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวของหุ้นกู้มีหลักประกันบางส่วนชนิดทยอยคืนเงินต้นมูลค่ารวม 3.6 พันล้านบาท ของบริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกั...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง