ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กร "บริษัททางด่วนกรุงเทพ" ระดับ "A-" พร้อมแนวโน้ม "Stable"

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันอังคารที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ๐๙:๑๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--18 ม.ค.--ทริสเรทติ้ง

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จัดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BECL ที่ระดับ "A-" พร้อมแนวโน้ม   "Stable" หรือ "คงที่" โดยสะท้อนกระแสเงินสดที่บริษัทได้รับอย่างสม่ำเสมอจากความต้องการใช้ถนนในเขตกรุงเทพฯ ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการที่บริษัทเป็นผู้ประกอบการระบบทางด่วนเพียงระบบเดียวที่เชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครซึ่งทำให้มีเส้นทางขึ้นลงเชื่อมโยงทั่วกรุงเทพฯ และการมีคณะผู้บริหารที่มีประสบการณ์ โดยการจัดอันดับได้คำนึงถึงภาระหนี้ที่ได้รับการกำหนดเวลาชำระให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดของบริษัท   อย่างไรก็ดี ความแข็งแกร่งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากจำนวนหนี้สินที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวกับการจราจรในอนาคต และการแทรกแซงของรัฐในการปรับค่าผ่านทาง ในขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" สะท้อนถึงประมาณการจราจรที่เชื่อว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีกระแสเงินสดเพียงพอในการชำระหนี้ โดยทริสเรทติ้งเชื่อว่าคณะผู้บริหารของบริษัทจะสามารถดำเนินโครงการได้อย่างราบรื่นตามที่คาดไว้ โดยบริษัทจะพิจารณาแผนลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคตอย่างระมัดระวัง

ทริสเรทติ้งรายงานว่า BECL จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการก่อสร้างและบริหารโครงการทางพิเศษศรีรัชและส่วนเชื่อมขยายต่างๆ รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องภายใต้สัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 กับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยทางพิเศษศรีรัชเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 38.5 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ซึ่งเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครที่ก่อสร้างและบริหารโครงการโดย กทพ. โครงการดังกล่าวก่อให้เกิดเส้นทางเชื่อมต่อศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ไปยังทิศเหนือ ตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เกิดเส้นทางที่ครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางเมื่อการจราจรบนถนนปกติหนาแน่น BECL ได้จัดตั้ง บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (NECL) เพื่อให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างและบริหารโครงการทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด) หรือทางด่วนส่วน C+ ระยะทางรวม 32 กิโลเมตร ภายใต้สัญญาในลักษณะ Build-Transfer-Operate (BTO) จาก กทพ. เป็นเวลา 30 ปี ปัจจุบันบริษัทถือหุ้นใน NECL ประมาณ 53.33%

ทริสเรทติ้งกล่าวว่า ผลจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ประกอบกับการปรับเพิ่มค่าผ่านทาง ทำให้ปริมาณจราจรบนระบบทางของ BECL ในปี 2541 ลดลงจากปี 2540 ประมาณ 7.2% อย่างไรก็ดี ปริมาณจราจรได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยเติบโตเฉลี่ยประมาณ 6.9% ต่อปีในช่วงปี 2542 ถึง 9 เดือนแรกของปี 2547 จำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลในกรุงเทพฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการก่อสร้างถนนเพิ่มในเขตชุมชนของกรุงเทพฯ ที่ไม่คุ้มค่าการลงทุน ส่งผลให้ความเร็วเฉลี่ยของการจราจรในเขตกรุงเทพฯ ลดลง ซึ่งปัญหาการจราจรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความต้องการใช้ทางพิเศษของบริษัท อย่างไรก็ดี บริษัทมีความเสี่ยงจากการประสานงานในการวางแผนและความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ดูแลด้านการจราจรของรัฐที่ยังไม่สมบูรณ์และการปรับค่าผ่านทางซึ่งแม้จะมีการระบุไว้ในสัญญาให้มีการปรับค่าผ่านทางได้ทุก 5 ปีตามอัตราการเพิ่มของดัชนีผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯ   แต่บริษัทกลับไม่สามารถปรับค่าผ่านทางได้ตามที่ระบุไว้ทั้งในปี 2541 และ 2545 เนื่องจากเหตุผลทางการเมือง

ณ วันที่ 30 กันยายนยน 2547 BECL มีหนี้สินรวม 32,672 ล้านบาทซึ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารต่างๆ โดยมีกำหนดชำระหนี้เป็นรายเดือนถึงปี 2559 ให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดของบริษัท อย่างไรก็ดี บริษัทอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของบริษัทหลังปี 2551 จะอิงกับอัตราดอกเบี้ยที่ลอยตัว อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทอยู่ในระดับ 1.68-2 เท่าในช่วงปี 2544-2546 และทริสเรทติ้งคาดว่าจะอยู่ในระดับ 1.23-1.51 เท่าในช่วงปี 2547-2558 บริษัทมีภาระหนี้ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ ที่ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิต โดยมีอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2547 ที่ 70% มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานในระดับสูงถึง 83%-89% ตลอดเวลา 6 ปีที่ผ่านมา แต่มีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินทุนถาวรค่อนข้างต่ำที่ประมาณ 6%-7% ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ถือเป็นอัตราปกติสำหรับบริษัทที่ลงทุนและให้บริการทางพิเศษ ทริสเรทติ้งกล่าว--จบ--


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

บีอีซีแอล แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 48 กำไร 395 ล้านบาท

กรุงเทพฯ--11 พ.ค.--คิธ แอนด์ คิน คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ คอนซัลแตนท์ บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ แจ้งผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2548 มีกำไรสุทธิ 395 ล้านบาท นายสุวิช พึ่งเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 254...

กทม.จับมือ กกท. เตรียมผุดสนามฟุตซอลระดับมาตรฐาน 10 แห่ง ใต้ทางด่วน

กรุงเทพฯ--11 มี.ค.--กทม. ผู้ว่าฯอภิรักษ์เอาใจเยาวชนและคนรักกีฬา เตรียมพัฒนาลานกีฬาใต้ทางด่วนเป็นสนามฟุตซอลระดับมาตรฐานนำร่อง 10 แห่งแรก พร้อมปรับปรุงอีก 1,200 ลาน ให้น่าใช้ ขณะขอใช้พื้นที่ใต้ทางด่วนจากการทางพิเศษฯ เพื่อเพิ่มสวนหย่อมและลานกีฬาให้คนกรุง...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง