ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ดีไอทีพี เร่งช่วย ผปก.ไทย สู้ภัยโควิด-19 ปรับแผนจัดสัมมนา จากห้องเรียนสู่ “ไลฟ์สตรีมมิ่ง” พร้อมแชร์ทริคการค้าผ่านหลักสูตรออนไลน์

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๑:๐๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--20 มี.ค.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA เร่งจัดทำมาตรการรับมือเตรียมแผนพัฒนาและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย ประกาศปรับแผนโครงการจัดอบรมและสัมมนา เปลี่ยนจากรูปแบบห้องเรียนมาเป็นรูปแบบถ่ายทอดสด(Live Streaming) เพื่อดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการของรัฐบาล หวังจะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อของผู้เข้าร่วม และอำนวยความสะดวกให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย พร้อมแชร์เทคนิคการค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจรผ่านรูปแบบออนไลน์ และเตรียมสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการหลังผ่านวิกฤต ด้วยช่องทางการค้าออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ให้สามารถทำการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีคุณภาพและทั่วถึง

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่เข้มงวด อาทิ การหลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ หลีกเลี่ยงการประชุมสัมมนาหรือจัดกิจกรรมต่างๆที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากทำให้การอบรมสัมมนาของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ในรูปแบบห้องเรียนที่มีการรวมตัวของกลุ่มคนจำนวนมากจำเป็นจะต้องมีมาตรการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการเรียนรู้ของผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาสินค้าและบริการสู่การค้าระหว่างประเทศ

ล่าสุด กรมฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องเดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19   ด้วยการประชุมหารือร่วมกันภายในกระทรวง ถึงการยกระดับมาตรการรองรับขั้นสูงสุด 3 มาตรการ ได้แก่ 1.ลดโอกาสการแพร่เชื้อเข้าสู่ประเทศไทยและชะลอการระบาด 2. เตรียมความพร้อมและป้องกันการระบาดในระดับบุคคลและข้าราชการ ด้วยการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อที่ถูกต้อง 3.เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาและผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นหลังจากวิกฤตดังกล่าวได้ผ่านพ้นไป ส่งผลให้งานสัมมนาที่มีกำหนดจัดขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้มีการปรับแผนโครงการต่างๆให้เปลี่ยนมาเป็นในรูปแบบออนไลน์ เพื่อสะดวกในการเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม ทุกระดับ ในรูปแบบดิจิทัลที่มีคุณภาพ รวมถึงเป็นการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการของรัฐบาลเพื่อลดความเสี่ยงความใกล้ชิด และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในขณะนี้

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กล่าวว่า   “สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่(NEA) ในฐานะหน่วยงานภายใต้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่มีภารกิจในการพัฒนาศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการในทุกระดับ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดสัมมนาจากเดิม ซึ่งเป็นการจัดในรูปแบบห้องเรียน(Offline) มาเป็นรูปแบบถ่ายทอดสด (Live Streaming) เป็นแบบ 100 % เพื่อถือโอกาสช่วงภาวะวิกฤตการณ์ดังกล่าว ในการปรับตัวเข้าสู่การเรียนรู้การทำการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบเศรษฐกิจดิจิทัล และเพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการในภูมิภาคต่างๆได้ในคราวเดียวกัน ผ่านการนำเทคโนโลยีในรูปแบบดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ และเพื่อยังคงรักษามาตรฐานที่ดีในการจัดสัมมนา ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์นั้น รวมถึงอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมสัมมนาและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ

สถาบันจึงได้เตรียมปรับแนวทางการจัดโครงการอบรมและสัมมนาออนไลน์ ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ 1.Facebook Live ของเพจสถาบัน ที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวก 2.การสื่อสารแบบ 2 ทาง ผ่านช่องทาง Webinar ด้วยการเพิ่มระบบ Live Chat ให้สามารถมอนิเตอร์คำถามและข้อสงสัยตรงจากผู้ชมสัมมนาออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงเพื่อเป็นการรวบรวมสถิติการเข้าร่วมโครงการสัมมนา เพื่อสอดรับนโยบายของรัฐในการส่งมอบองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยโครงการทั้งหมดตามแผนเดิมนั้น ยังคงดำเนินการจัดต่อไป เพียงแต่ปรับเปลี่ยนเป็นแบบออนไลน์ 100 %

นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการอบรมและสัมมนาตามกำหนดการเดิมยังคงจัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจมีบางโครงการจำเป็นจะต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่ทุกโครงการจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ 13 โครงการที่มีกำหนดจัดขึ้นในกรุงเทพฯ อาทิ โครงการความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “ผู้ส่งออกอัจฉริยะ : SMART EXPORTER”รุ่นที่ 19 เป็นต้น และอีก 3 โครงการที่มีกำหนดจัดขึ้นในส่วนภูมิภาค อาทิ โครงการสร้าง SMEs ไทยสู่เวทีการค้าสากล (ต้นกล้า ทู โกล) โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่น 3 รวมถึงโครงการสัมมนาที่จัดขึ้นภายในงานแสดงสินค้าต่างๆของกรมนั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องในรูปแบบที่เหมาะสม ผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีศักยภาพสูงเทียบเท่าการสัมมนาในรูปแบบออฟไลน์แบบเดิม นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมความพร้อมเรื่องการสร้างช่องทางการค้าออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการที่จะสามารถใช้เป็นช่องทางในการดำเนินธุรกิจหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ผ่านพ้นไปในทันที อีกด้วย

ท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการหรือกิจกรรมอื่นๆ ของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ได้ที่ nea.ditp.go.th หรือ www.ditp.go.th หรือ www.facebook.com/nea.ditp   หรือ สายด่วนการค้าระหว่างประเทศ 1169


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งมณฑลกวางตุ้ง ร่วมกับ เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. ไชน่า และ สสปน. จัดงานแถลงข่าว “Guangdong Products Show 2010”

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งมณฑลกวางตุ้ง ร่วมกับ บริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. ไชน่า และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) จัดแถลงข่าวงานเปิดตัวงานแสดงสุดยอดสินค้าจากมณฑลกวางตุ้ง “Guangdong Products Show 2010”...

สถาบันเซดี้จัดสัมมนา รวมผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจทั้งไทยและเทศผนึกความรู้กู้วิกฤตเศรษฐกิจ

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการเชิงสร้างสรรค์ (CEDI) ม.กรุงเทพ จัดสัมมนาโครงการ “การเติบโตหลังวิกฤตของผู้ประกอบการ” รวมผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจทั้งไทยและเทศผนึกความรู้กู้วิกฤตเศรษฐกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง