ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เวียตเจ็ทเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2562 รายรับธุรกิจขนส่งทางอากาศโต 25% พร้อมขยายเครือข่ายการบินสู่อินเดีย เจาะตลาดที่มีผู้บริโภคมากกว่า 1.2 พันล้านคน

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันจันทร์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๗:๐๖ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--3 ก.พ.--วิวาลดี้ อินทิเกรเต็ด พับลิค รีเลชั่นส์

เวียตเจ็ท (Vietjet Aviation Joint Stock Company) รายงานผลประกอบการธุรกิจประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2562 เผยรายรับจากธุรกิจการขนส่งทางอากาศของสายการบินที่ 10,500 พันล้านดอง เพิ่มขึ้น 25% ทำให้เวียตเจ็ทมีรายรับและกำไรจากธุรกิจการขนส่งทางอากาศรวมทั้งปี 2562 ที่ 41,097 พันล้านดอง และ 3,936 พันล้านดอง ซึ่งเพิ่มขึ้น 21.4% และ 29.3% ตามลำดับเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 สำหรับรายรับจากธุรกิจการขายและการเช่าคืนทรัพย์สินของเวียตเจ็ทได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามสภาพการณ์ เนื่องจากสายการบินได้มีการทบทวนการรับมอบเครื่องบินจากบริษัทแอร์บัสในปี 2562 จากการรับมอบเครื่องบิน 16 ลำในปี 2561 มาเป็น 7 ลำปี 2562 ส่งผลให้รายรับสะสมและกำไรสะสมของเวียตเจ็ทในปี 2562 อยู่ที่ 52,095 พันล้านดอง และ 5,010 พันล้านดองตามลำดับ ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561

สำหรับการชดเชยการรับมอบเครื่องบินลำใหม่ที่ลดลงจากแอร์บัส เวียตเจ็ตจึงทำการเช่าซื้อเครื่องบิน 9 ลำ ซึ่งทำให้สายการบินมีฝูงบินรวม 78 ลำ ปฏิบัติการชั่วโมงบินกว่า 321,000 ชั่วโมง บนเที่ยวบินจำนวน 139,000 เที่ยว ด้วยอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร 87% ความน่าเชื่อถือด้านเทคนิคที่ 99.64% ซึ่งติดอันดับกลุ่มสายการบินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เวียตเจ็ทยังได้รับการจัดอันดับด้านความปลอดภัยระดับ 7 ดาวจากเว็บไซต์ AirlineRatings.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านความปลอดภัยและการจัดอันดับผลิตภัณฑ์ระดับโลก

การใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการดำเนินงานยังเป็นกุญแจสำคัญของเวียตเจ็ทในการยกระดับประสิทธิภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสายการบินได้ถ่ายโอนระบบข้อมูลกว่า 80% เข้าสู่ระบบ Amazon Cloud เป็นที่เรียบร้อย ผ่านการใช้โปรแกรม Flight Data Monitoring (FDM) ในการบริหารการทำงานของลูกเรือและสนับสนุนโปรแกรมควบคุมการใช้เชื้อเพลิง SFCO2 อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยโปรแกรม SFCO2 นี้ ทำให้ในปี 2562 ที่ผ่านมา เวียตเจ็ทสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากกว่า 4.8 ล้านกิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 15.3 ล้านกิโลกรัม

ธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วของเวียตเจ็ทยังเกิดจากกลยุทธ์การบริหารรายรับเสริมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงค่าบริการพิเศษ การบริหารการขนส่งสินค้า บริการบนเที่ยวบิน (อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าปลอดภาษี ฯลฯ) และการโฆษณา เฉพาะในปี 2562 เวียตเจ็ทมีรายรับเสริมที่ 11,356 พันล้านดอง เพิ่มขึ้น 35.2% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 โดยสัดส่วนของรายรับเสริมต่อรายรับรวมจากธุรกิจขนส่งทางอากาศของสายการบินเพิ่มขึ้นจาก 25.4% ในปี 2561 เป็น 30% ในปี 2562 ซึ่งสอดคล้องตามรูปแบบธุรกิจของสายการบินต้นทุนต่ำที่มุ่งเน้นความยั่งยืน รายรับสริมถือเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จทางธุรกิจของเวียตเจ็ทเนื่องจากมีอัตราส่วนกำไรสุทธิสูงกว่า 90% นอกจากนี้ จากรายงาน CarTrawler YearBook 2019 เวียตเจ็ทยังติดลำดับที่ 12 ในรายชื่อสายการบินที่มีสัดส่วนรายรับเสริมสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับรายรับรวมจากธุรกิจขนส่งทางอากาศ

ข้อมูลจากรายงานงบการเงินรวมของเวียตเจ็ท ระบุว่าในปี 2562 สายการบินมีทรัพย์สิน 47,608 พันล้านดอง โดยเป็นส่วนของเจ้าของกิจการ (Owner's Equity)17,661 พันล้านดอง ซึ่งรวมถึงหุ้นทุนที่ได้รับคืน (Treasury Shares) 2,347 พันล้านดอง ซึ่งเพิ่มขึ้น 22% และ 25.8% ตามลำดับเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 ปัจจุบันสายการบินมีสภาพคล่องที่ 1.4 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt-to-equity ratio) ที่ 0.77 ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรมการบินเวียดนาม เวียตเจ็ทยังมีอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDAR margin) ที่ 31% ซึ่งติดอันดับในกลุ่มสายการบินชั้นนำของโลก

ฝูงบินของเวียตเจ็ทถือว่ามีอายุการใช้งานเฉลี่ยน้อยที่สุดที่ 2.75 ปี และมีประสิทธิภาพสูงด้านเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในเดือนกันยายน 2562 สายการบินได้รับมอบเครื่องบินรุ่น A321neo ACF (Airbus Cabin Flex) ขนาด 240 ที่นั่ง ซึ่งเป็นลำแรกของโลก เครื่องบินรุ่นนี้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้ต่ำสุด 16% ลดเสียงรบกวนได้ถึง 75% และลดการปล่อยไอเสียได้สูงถึง 50% โดยในปี 2563 นี้ เวียตเจ็ทมีแผนรับมอบเครื่องบินรุ่น new A321neo เพิ่มอีก 9 ลำ และเพิ่มอีก 20 ลำทุก ๆ ปีนับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนการบินและเพิ่มผลกำไรจากธุรกิจการขนส่งทางอากาศและกิจกรรมทางการเงินที่ใช้เครื่องบินได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เวียตเจ็ทยังคงมุ่งบริหารต้นทุนการดำเนินงานและการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อยกระดับธุรกิจการขนส่งทางอากาศของสายการบิน

ด้วยฝูงบินที่ทันสมัยและการขยายเครือข่ายการบินทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้เวียตเจ็ทมีศักยภาพการเติบโตสูง และเมื่อพิจารณาจากชัยภูมิที่ตั้งของเวียดนามซึ่งอยู่ในรัศมีการบินที่ครอบคุลมเขตที่อยู่อาศัยของประชากรเกือบครึ่งโลก เขตตลาดนี้จึงเป็นที่คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้จำนวนมหาศาลและผลกำไรที่ดีเยี่ยมให้แก่สายการบิน เมื่อพิจารณาร่วมกับการเติบโตในส่วนของรายได้เสริมและอัตราค่าเชื้อเพลิงที่ต่ำ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ดีเอชแอลชูบริการ "อิมพอร์ต เอ๊กซ์เพรส"รองรับความต้องการลูกค้าและการเติบโตของตลาดนำเข้าในประเทศไทย

กรุงเทพฯ--1 เม.ย.--ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน ดีเอชแอล ผู้นำธุรกิจขนส่งด่วนและลอจิสติกส์ระดับโลก รุกตลาดขนส่งด่วนทางอากาศ ชู อิมพอร์ต เอ๊กซ์เพรส (Import Express) เป็นผลิตภัณฑ์และบริการเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและการเติบโตอย่างสูงของตลาดนำเข้า ทั้...

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของซิต้าบ่งชี้ถึงอนาคตที่สดใสสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศ

ลอนดอน--(บิสิเนส ไวร์)--23 มี.ค. 2548 ซิต้า (SITA) ผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการสื่อสารโทรคมนาคมต่ออุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศ ประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งประจำปี 2547 ในวันนี้ หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างตั้งแ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง