ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สถาบันอาหาร ได้ลูกหม้อกระทรวงอุตฯ นั่งผอ.คนใหม่ นำทัพยกระดับ SME OTOP สู่อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปขั้นสูง พุ่งเป้า 1 ใน 10 ผู้ส่งออกอาหารของโลก

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันจันทร์ที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ๐๘:๑๔ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--20 ม.ค.--สถาบันอาหาร

ผู้อำนวยการสถาบันอาหารคนใหม่ นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ เผยทิศทางการขับเคลื่อนสถาบันอาหารในปี 2563 เร่งสานต่อมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูประยะ 10 ปี สู่ภาคปฏิบัติ มุ่งยกระดับกลุ่ม SME และ OTOP ผลักดันการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและของเหลือ หนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารอนาคต(Future Food) เตรียมร่วมมือกับหลายภาคส่วนศึกษาวิจัยการผลิตอาหารและเครื่องดื่มจากกัญชง ขยายขอบเขตการส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ไปในวงกว้าง พร้อมรับมือการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมอาหารสู่ Smart Factory โดยเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายด้านเทคโนโลยีกับหน่วยงานชั้นนำในต่างประเทศ เดินหน้าให้บริการการผลิตระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็กเพื่อทดลองตลาดแบบครบวงจรด้วย Food Industrial Transformation Center 2 แห่งทั้งในกรุงเทพ และสงขลา สู่เป้าหมายการเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลก และศูนย์กลางการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพของอาเซียน ชี้ในปี 2562 ที่ผ่านมา ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารโลกอันดับที่ 11 ด้วยมูลค่า 33,100 ล้านเหรียญสหรัฐ มีส่วนแบ่งในตลาดโลกร้อยละ 2.51 ดีขึ้นจากปี 2561 ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 12 และเมื่อเทียบกับ 5 ประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียพบว่า ไทยอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากจีน

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม เผยแนวทางการดำเนินงานภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า สถาบันอาหารเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกขับเคลื่อนมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูประยะ 10 ปี สู่ภาคปฏิบัติ เป็นนโยบายหลักรับช่วงต่อจากมาตรการครัวไทยสู่ครัวโลก ซึ่งในปีนี้(2563) จะมุ่งเน้นการยกระดับผู้ประกอบการอาหาร 2 ส่วน ได้แก่ ผู้ประกอบการระดับ SME ที่มีอยู่เกือบ 1 หมื่นราย ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) และในส่วนของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนหรือ OTOP ที่มีอยู่กว่า 1 แสนราย ซึ่งเป็นพลังหลักในการสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง(Inclusive Growth Engines)

ทิศทางการทำงานในปี 2563 จึงมุ่งเน้นกิจกรรมหลักที่สำคัญ ได้แก่ การสร้างนวัตกรรมด้านอาหาร เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการในแต่ละระดับอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความพร้อมในการลงทุนของผู้ประกอบการ เน้นนวัตกรรมที่ทำได้ทันที ด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในกลุ่มอาหารอนาคต(Future Food) ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชทดแทนเนื้อสัตว์ อาหารวีแกน อาหารนักกีฬา อาหารผู้สูงอายุ อาหารเด็ก การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและของเหลือ เช่น การผลิตไซรัปจากข้าว รวมทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตใหม่ๆ ที่ช่วยลดต้นทุน ลดขั้นตอน เพื่อตอบโจทย์ลดการใช้แรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพ เป็นต้น

นางอนงค์ กล่าวต่อว่า ที่เป็นเรื่องใหม่ของปีนี้คือการทุ่มเทบุคลากรให้กับการศึกษาวิจัยการผลิตอาหารและเครื่องดื่มจากกัญชง ซึ่งสถาบันอาหารมีความพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่พร้อมถ่ายทอดแก่ผู้ประกอบการในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆ ทั้งด้านงานวิจัย กฎหมาย การค้า การพัฒนาวิธีตรวจวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณสาร CBD ซึ่งเป็นสารสกัดจากกัญชง ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคและบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากส่วนต่างๆ ของกัญชง การถ่ายทอดเทคโนโลยี การอบรมเผยแพร่ความรู้ โดยจะเป็นการทำงานร่วมกับหลายภาคส่วนเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและเตรียมความพร้อมหลังกฎหมายปลดล็อค

ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้มีการผลิตอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านอาหารปลอดภัยให้กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศทุกระดับ ตั้งแต่วิสาหกิจชุมชน Street Food Food Truck โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจบริการอาหาร สถานที่ให้บริการอาหารแก่คนหมู่มาก เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์อาหาร เป็นต้น

และเพื่อเป็นการรับมือกับการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมอาหารสู่ Smart Factory สถาบันอาหารได้มีการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายด้านเทคโนโลยีกับหน่วยงานชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อเป็นทางลัดในการพัฒนาและถ่ายทอด ให้ผู้ประกอบการได้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถเข้าถึง และนำมาปรับใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ผลจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนด้านเครื่องจักรแปรรูปอาหารมาอย่างตอเนื่อง ทำให้ในปีนี้ สถาบันอาหารจัดเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมในการให้บริการแบบครบวงจร จากการจัดตั้ง Food Industrial Transformation Center ใน 2 จังหวัด คือ กรุงเทพ และจังหวัดสงขลา ที่พร้อมให้บริการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ การผลิตระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็กเพื่อทดลองตลาด โดยสายการผลิตได้รับการรับรองสถานที่ผลิตอาหาร(อย.) และยังมีบริการออกแบบโรงงาน ผังกระบวนการผลิต การขออนุญาตขึ้นทะเบียน การให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและมาตรฐานประเทศคู่ค้า การประเมินอาหารใหม่ (Novel food) การตรวจวิเคราะห์ด้านห้องปฏิบัติการ การทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ การจัดทำแผนธุรกิจ และการวิจัยตลาด เป็นต้น

ทั้งยังส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องอาหารไทย เผยแพร่อัตลักษณ์อาหารไทยและศักยภาพการเป็นครัวของโลกผ่าน ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย (Thai Food Heritage) ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม มีพื้นที่สำหรับจัดอบรมสัมมนา จัดงานเลี้ยง และกิจกรรมต่างๆ ขนาดความจุสูงสุดถึง 250 ที่นั่ง รวมถึงห้องสำหรับการสอนทำอาหาร (Culinary Class) ห้องสาธิตหรือเปิดตัวสินค้า (Demonstration Room) ที่มีฟังก์ชั่นการให้บริการรูปแบบต่างๆ ที่ยืดหยุ่นได้ไว้ให้บริการอีกด้วย

"ทั้งหมดนี้ก็เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการอาหารของไทยทุกระดับเข้มแข็ง เป็นนักรบเศรษฐกิจที่มีความพร้อมจะก้าวสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น จากระดับชุมชนสู่ภูมิภาค จากระดับภูมิภาคสู่ประเทศ และจากระดับประเทศสู่สากล เพื่อเป้าหมายการเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลก และศูนย์กลางการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพของอาเซียน ทั้งนี้ในปี 2562 ที่ผ่านมา ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารโลกอันดับที่ 11 มีมูลค่าส่งออก 33,100 ล้านเหรียญสหรัฐ มีส่วนแบ่งในตลาดโลกร้อยละ 2.51 ดีขึ้นจากปี 2561 ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 12 และเมื่อเทียบกับ 5 ประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียพบว่า ไทยอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากจีน โดยอินเดียอยู่อันดับที่ 3 อินโดนีเซียอันดับที่ 4 เวียดนาม อันดับที่ 5 และมาเลเซีย อันดับที่ 6"

อนึ่ง นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันอาหารเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโท M.Sc. in Engineering Science Louisiana State University มีประสบการณ์การทำงานหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ล่าสุดดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(2559-2560) รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(2560-2561) และผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม(2561-2562) ตามลำดับ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: ศูนย์วิจัยโลจิสติกส์ จัดสัมมนาโลจิสติกส์

ศูนย์วิจัยโลลิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดสัมมนาในหัวข้อ “โลจิสติกส์และซัพพลายเชน เครื่องมือยุทธศาสตร์เสริมสร้างภูมิอุตสาหกรรมไทย” โดยมี ผอ.อนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยกาสำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม...

สถาบันไทย-เยอรมัน เร่ง 3 ยุทธศาสตร์หลัก พัฒนาวงการแม่พิมพ์ไทย

กรุงเทพฯ--9 มี.ค.--รี้ด เทรดเด็กซ์ กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทยให้เข้มแข็งและรวดเร็ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และผลักดันให้อุตสาหกรรมแม่พิมพ์เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของชาติ ด้วยการสน...

สสว.จับมือจุฬาฯตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ แห่งที่ 3

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--สสว. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต้นแบบ เพื่อสร้างผู้ประกอบการวิสาหกิจรุ่นใหม่ด้านอุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่นและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หวังบ่มเพาะธุรกิจไม่ต่ำกว่า...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง