ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เอสซีจี ร่วมระดมสมอง สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายธุรกิจอาเซียนในงาน ASEAN Business and Investment Summit รุกนำ Circular Economy ตอบโจทย์การผลิต-ใช้-วนกลับ

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันจันทร์ที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๕:๒๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--2 ธ.ค.--เอสซีจี

การประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียน (ASEAN Business and Investment Summit หรือ ABIS) ซึ่งเป็นเวทีของภาคธุรกิจที่จัดควบคู่กับการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) โดยสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council หรือ ASEAN-BAC) ในปี 2562 นี้ มีผู้นำจากภาคธุรกิจชั้นนำทั้งในอาเซียนและประเทศอื่นๆ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และระดมสมองหาแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในภูมิภาค ผ่านหัวข้อเสวนาที่น่าสนใจ คือ "Sustainable ASEAN 4.0 : Circular Economy" ซึ่งสอดคล้องกับยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้ได้ภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงกลายเป็นคำตอบของภาคธุรกิจที่มีการนำทรัพยากรกลับมาใช้ซ้ำอย่างคุ้มค่า ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างประโยชน์อย่างสมดุล ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี หนึ่งในองค์กรชั้นนำที่ร่วมขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง เริ่มต้นเล่าถึงความเป็นมาของเอสซีจีที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 106 ปี ว่าเอสซีจีมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนอยู่ทั้งในแผนแม่บทและในทุกส่วนของการดำเนินธุรกิจ จนถือเป็นหนึ่งใน DNA ของพนักงานทุกคน อีกทั้งยังเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (The World Business Council for Sustainable Development - WBCSD) และ Down Jones Sustainability Index (DJSI) มาอย่างยาวนาน กระทั่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาบรรจุอยู่ในแผนแม่บทของกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเล็งเห็นว่าแนวคิดนี้จะเป็นทางออกที่ดีให้กับการแก้ไขปัญหาทรัพยากรของโลกที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนในเร็ววันได้

จากแนวปฏิบัติที่เป็นต้นแบบ สู่การผลักดันให้ขยะเป็นศูนย์

เอสซีจีมีโรงงานและสำนักงานกว่า 2,000 แห่งกระจายทั่วโลก จึงต้องมีหลักปฏิบัติที่เป็นต้นแบบ (Best Practice) ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งในอุตสาหกรรมเดียวกันและนอกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ด้วยการนำทรัพยากรที่ผลิตเป็นสินค้าต่างๆ ให้ลูกค้าใช้งานแล้ว วนกลับมาใช้เป็นทรัพยากรในการผลิตใหม่ โดยอาศัยการวางแผนบริหารจัดการของเสียที่ดีและความร่วมมือที่เข้มแข็งกับพันธมิตรคู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการเปลี่ยนระบบการผลิตจากเส้นตรง (Make-Use-Dispose) เป็นการหมุนเวียนกลับมาใช้ (Make-Use-Return) เช่น ความร่วมมือกับ ดาว ประเทศไทย ในการนำพลาสติกที่ใช้แล้ว เช่น ถุงพลาสติกและถุงใส่อาหารที่มาจากขยะในครัวเรือน มาบดผสมกับยางมะตอยเพื่อใช้ปูถนนในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีสัมมนา "SD Symposium 2019" เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือในการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศอย่างแท้จริง โดยในการประชุมได้มีการร่วมกันระดมสมองเพื่อกำหนดทิศทางการบริหารจัดการขยะในประเทศ และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อช่วยผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการเผยแพร่ความรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนไปสู่ภาคประชาชนเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้และร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศคงไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานเดียว จึงต้องสร้างการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ภาคธุรกิจทั้งในและนอกอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ตลอดจนภาครัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้วย

"การขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้น จะต้องมีการร่วมมือกันกับทุกภาคส่วนภายใต้การสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win) ต้องมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และร่วมมือกับภาครัฐในการกำกับดูแลเพื่อให้มาตรการต่าง ๆ มีผลบังคับใช้ได้ในชีวิตประวัน บนเป้าหมายที่จะทำให้ขยะในเมืองไทยเหลือ 0% (Zero Waste)" นายรุ่งโรจน์กล่าว

ส่วน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา เลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวถึงการร่วมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนว่า องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นพันธมิตรกับเอสซีจีและองค์กรต่าง ๆ ในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการพัฒนายั่งยืนร่วมกันเช่นเดียวกับแนวทางของ WBCSD(World Business Council for Sustainable Development) ที่มุ่งผลักดันให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนและปัญหาขยะที่ถือเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีขยะพลาสติกมากถึง 2 ล้านตัน ติดอันดับ 6ของประเทศที่มีขยะพลาสติกในมหาสมุทรมากที่สุด แต่ในจำนวนนี้มีการนำขยะมารีไซเคิลได้เพียงร้อยละ 30 จึงต้องมีการสร้างความร่วมมือเพื่อทำให้เกิดการขยายพลังที่มากขึ้น

นำร่องเมืองอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใน EEC

ด้าน ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี)กล่าวว่า พื้นที่ EEC ถือเป็นพื้นที่นำร่องและส่งเสริมด้านการบริหารจัดการให้สิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนาส่งเสริมนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยวางเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะที่เป็นต้นแบบการบริหารจัดการขยะ และร่วมมือกับภาครัฐรวมถึงภาคธุรกิจในการบริหารจัดการขยะทั้งประเทศ โดยมีโครงการนำร่องที่ทางภาครัฐให้การสนับสนุน ที่บ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ จ.ระยอง ซึ่งในชุมชนมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจในการวางกฎระเบียบการจัดการขยะและนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม

เปลี่ยนกระบวนการคิด สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนทั่วภูมิภาค

ขณะที่ เหงียน ฉวน วิงห์ เลขาธิการทั่วไป Vietnam Business Council for Sustainable Development (VBCSD)กล่าวว่า เวียดนามมีความตื่นตัวและร่วมมือกันในภาคธุรกิจเพื่อนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม เพราะต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต อีกทั้งยังเป็นแนวทางที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจอีกด้วย โดย VBCSD มีสมาชิกเครือข่ายภาคธุรกิจในเวียดนามหลายรายที่ได้ร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ๆ ได้ อาทิ เอสซีจี ดาว เคมิคอล และโคคา โคล่า

ทั้งนี้ เหงียน ฉวน วิงห์ มองว่า การขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพลิกจากธุรกิจที่มีรูปแบบการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแบบเดิมไปสู่การเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ จะต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิด (Mindset) ของทุกองค์กรให้มองเห็นภาพความสำเร็จของรูปแบบธุรกิจใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสร้างคุณค่า จึงจะนำไปสู่การออกแบบรูปแบบธุรกิจ การพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลาสติกชีวภาพ อีกทั้งยังควรมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความต้องการให้เกิดการบริโภค และควรสร้างกระบวนการหมุนเวียนทรัพยากรโดยอาศัยการสร้างเครือข่ายการบริหารจัดการ ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับชุมชนบริเวณใกล้เคียง เพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กว้างขวางมากขึ้น

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ ของเอสซีจี ได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook:scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ฟิลิปปินส์เตรียมพร้อมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 12

นายชนะ คณารัตนดิลก รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์จะจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 12 ในวันที่ 10-15 มกราคม 2550 ณ เมืองเซบู หลังจากมีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไปจากเดิมที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 9-13 ธันวาคม 2549...

Investment Studio 1.0 brings top-of-the-line financial tools to individual investors

InvestmentStudio.com has gone live with the release of Investment Studio 1.0, a comprehensive software package for Windows 9x/ME/NT/2000/XP which finally brings the power of top-of-the-line portfolio management, technical analysis and system backtesting t...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง